• หมูสนาม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : attawut08@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-16
  • จำนวนเรื่อง : 17
  • จำนวนผู้ชม : 5366
  • จำนวนผู้โหวต : 6
  • ส่ง msg :
คนข้างสนาม
เล่าให้อ่าน วิพากษ์ วิจารณ์ เสนอแนะ ได้เรื่องบ้าง ไม่ได้เรื่องบ้าง ตามสะดวก
Permalink : http://www.oknation.net/blog/attawut08
วันจันทร์ ที่ 7 กรกฎาคม 2551
เขาและเราจะมีวิธีแก้ปัญหาเงินเฟ้อกันอย่างไร?( ตอนที 1 )
Posted by หมูสนาม , ผู้อ่าน : 161 , 07:26:39 น.  
พิมพ์หน้านี้


เขาและเราจะมีวิธีแก้ปัญหาเงินเฟ้อกันอย่างไร

ซึ่งยากที่สุด (ถ้าง่ายคงแก้ไปหมดแล้ว) ไม่ปล่อยให้เหลือ

มาถึงซังกะบ๊วยอย่างเรา มาสาระแนเสนอหน้าออกความเห็นหรอก

(สำนวนคุณแสงชัย  สุนทรวัฒน์ บวก นายกสมัคร สุนทรเวช

ขออภัยทีเอ่ยนาม)

และก็เป็นเพราะนักเศรษฐศาสตร์อีกนั่นแหละ

ที่พูดกันไม่ค่อยจะรู้เรื่อง  ไม่ว่าจะพูดคุยกันเองในหมู่นักเศรษฐศาสตร์

หรือพูดให้ชาวบ้านฟัง  เพราะถ้าเราไปถามนักเศรษฐศาสตร์

ในคำถามเดียวกันเหมือนกันทุกอย่าง

กับนักเศรษฐศาสตร์ระดับด็อกเตอร์ สัก 10 คน

เราก็จะได้คำตอบที่ไม่เหมือนกันเลยอีก 20 คำตอบ +

ฮา..........ล้อเล่นนนนนนนนนน

อย่างที่เล่าไว้ในช่วงแรกว่าเงินเฟ้อหรือไม่เฟ้อ

เราใช้วิธีคำนวณดัชนีราคาสินค้าตัวเดียวกันเป็นกลุ่ม

ช่วงเวลาเดียวกันเปรียบเทียบกับปีฐาน

แพงขึ้นกี่   % ก็จะถือว่าเงินเฟ้อขึ้นเท่ากับ %  ที่คำนวณได้

คนที่จะคำนวณก็คือคนที่ออกสำรวจตลาด

ซึ่งผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นกระทรวงพาณิชย์

กับเจ้าหน้าที่ แบ้งค์ชาติเป็นตัวยืน

แบงค์ชาติคงไม่กล้าเอาตัวเลขของกระทรวงพาณิชย์

มาคำนวณดัชนีเงินเฟ้อประจำเดือนหรอก

กลัวผลออกมาจะต่ำกว่าความเป็นจริง ฮา.................

และมีคนจำนวนไม่น้อยเข้าใจต่อไปอีกว่า

กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่แก้ปัญหาเงินเฟ้อ

รวมทั้ง รมต.พาณิชย์คนปัจจุบันด้วย

ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดอย่างมหันต์

ก็ดูอย่างคุณมิ่งขวัญ  แสงสุวรรณเป็นตัวอย่าง

ท่านเป็น รมต. เจ้ากระทรวงพาณิชย์

และท่านก็เข้าใจผิดมาตลอดว่าท่านมีหน้าที่แก้ปัญหาเงินเฟ้อ

ลูกน้องท่านออกสำรวจตลาด พบว่าสินค้ามีราคาแพงขึ้น

กลับมารายงานท่านว่าเกิดปัญหาเงินเฟ้อแล้ว

ท่านจะทำอย่างไรดีล่ะ 

ราคาของแพง ก็ต้องบังคับไม่ให้แพง

ใครจะขึ้นราคาต้องขออนุญาตก่อน

ไม่สนใจว่าของแพงเกิดจาก Cost-push  หรือ Demand-pull

หรือเกิดจากอะไรแน่ ท่านมุ่งตรงไปที่ราคาเลย

บังคับไม่ให้ขึ้นราคา  ผล  เป็นอย่างไร  ของขาดตลาดทันที

ผู้ผลิตที่สติดี และมีทางเลือกหน้าไหนจะผลิตสินค้าขาดทุนออกมาขาย

อยู่เฉยๆดีกว่า เจ็บตัวน้อยหน่อย

การลดขนาด( packing size ) แต่ขายราคาเดิม

ก็เป็นการขึ้นราคาอย่างหนึ่ง 

บางทีท่านก็ใช้วิธี ทำของถูกออกมาขายแข่งกับของแพง

ผลที่เกิดขึ้นก็คือ ปรากฏการณ์  สองตลาด

สินค้าอย่างเดียวกัน ขายราคาต่างกัน

ชาวบ้านก็ไปเข้าแถวซื้อสินค้าราคาถูกเอามาขายทำกำไรต่อ หน้าตาเฉย

อย่าไปโทษชาวบ้านเลย ชาวบ้านทำถูกแล้ว( สติดี )

มีกำไรก็ต้องขาย ไม่เหมือนรัฐบาล

ขายได้กำไรกลับไม่ขาย

รอเวลาให้เสื่อมสภาพก่อนค่อยย้ายไปทำปุ๋ย

หรือไม่ก็ปล่อยให้กลายเป็นลมหน้าตาเฉย

 

ถ้าไม่ใช่กระทรวงพาณิชย์ มีหน้าที่แก้ปัญหาเงินเฟ้อ

แล้วใครกันล่ะ ที่มีหน้าที่แก้ปัญหาเงินเฟ้อ ?

ก่อนจะบอกว่าใครมีหน้าที่นี้

เราต้องแบ่งเงินเฟ้อออกเป็น รุ่นต่างๆก่อน

อย่างน้อย 3 รุ่น  (นึกถึงรุ่นของนักมวย)

จะได้ไม่ชกผิดรุ่น รมต.ประเทศไทยชกผิดรุ่นบ่อยๆ ฮา....................

เงินเฟ้อระดับโลก ( Super heavy weight ไม่จำกัดน้ำหนัก)

เงินเฟ้อระดับประเทศ ( Flyweight  นน.ไม่เกิน 50 กก.)

เงินเฟ้อระดับชาวบ้าน  (มวยเด็ก นน.ไม่เกิน 25 กก.)

เงินเฟ้อระดับโลกผมจัดให้เป็นรุ่น  Super heavy weight (ไม่จำกัดน้ำหนัก)

ผลจากราคาน้ำมันแพง ผมเดาเอาว่าเกิดจาก Demand-pull  

ที่เมืองจีน (ความเห็นส่วนตัว ผมให้น้ำหนัก จีนมากกว่าอินเดีย)

ทำให้ทั้งโลกเกิดวิกฤตเงินเฟ้อ

เพราะน้ำมันเป็นต้นทุนการผลิตที่สำคัญ เป็นพลังงานที่จำเป็นต้องใช้

ในการผลิตสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆต่อเนื่องไปอีกเป็นจำนวนมาก

เช่นในอุตสาหกรรม การถลุงเหล็ก ทองแดง สังกะสี ดีบุก ตะกั่ว เป็นต้น

ส่งผลทางตรงให้สินค้าโภคภัณฑ์เหล่านี้มีต้นทุนการผลิตสูงขึ้น 

เมื่อมาบรรจบกับค่าขนส่งที่ต้องใช้น้ำม้นเป็นหลัก

ต้นทุนค่าขนส่งก็จำเป็นต้องเพิ่มอยากหลีกเลี่ยงไม่ได้

ราคาที่จำหน่ายในตลาดโลกก็ขยับเพิ่มตาม 

เกิดเป็น Cost-push  Inflation

เงินเฟ้อระดับโลกครั้งนี้  เป็นการจับมือทำงานร่วมกัน

ของ Demand-pull  และ Cost-push

 

การแก้ปัญหาเงินเฟ้อระดับโลกยากมากกกกกกกกกกก 

คาถายอดนิยมก็คือต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด

เมื่อน้ำมันมีราคาแพง ก็จะจูงใจให้เกิดการแสวงหา

แหล่งน้ำมันใหม่ๆเพิ่มขึ้น  แหล่งน้ำมันที่เคยผลิตแล้วไม่คุ้มทุน

ก็จะมีโอกาสคุ้มทุนเร็วขึ้นง่ายขึ้น

เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันในตลาด

ให้เพียงพอกับความต้องการใช้ของโลก

หรือถ้าโลกมีน้ำมันไม่เพียงพอที่จะผลิตสนองความต้องการแล้ว

ราคาพลังงานที่แพงจะผลักดันให้มีการคิดค้นแหล่งพลังงานอื่นๆ

ขึ้นมาแทนน้ำมัน ในปัจจุบันจะมีการพูดถึงพลังงานใหม่ๆ

เช่นอเมริกามหาอำนาจของโลกที่เป็นผู้ใช้น้ำมันมากที่สุด

จัดเป็นพันธะกิจที่จะคิดค้นพลังงานจากน้ำ(Hydrogen)

ตั้งเป้าไว้ว่าจะสามารถนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์

ได้ภายในเวลาไม่เกิน 20 ปีข้างหน้า

ประธานาธิบดี บุชเคยประกาศไว้เมื่อเข้ารับตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2

อาจจะได้ใช้เร็วกว่าที่ประกาศมาก เนื่องจากราคาน้ำมันแพงไม่หยุด

ประเทศที่เจริญอื่นๆก็พยายามคิดค้นเหมือนกัน

เช่นประเทศในสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น

ขณะที่ประเทศอื่นพยายามหา นวัตกรรมใหม่ๆ

มาแก้ปัญหาน้ำมันแพง

หันมาดูประเทศไทยบ้าง ปัญหาเงินเฟ้อระดับโลก

ไทยมีส่วนร่วมหรือทำอย่างไร ?

ไทยใช้นโยบาย    Wait and See    รอกับมองหา

รอว่าจะมีใครผลิตอะไรใหม่ๆออกมาขายบ้าง

หรือไม่ก็พยายามมองว่าจะหาซื้อ นวัตกรรมรุ่นล่าสุดได้ที่ไหน

มาสนองความต้องการของตัวเอง

(ก็คงต้องปล่อยให้จนโดยเปรียบเทียบต่อไปอีกนาน)

เรื่องของโลกก็ต้องปล่อยให้โลกว่ากันไป

กลับมาดูปัญหาเงินเฟ้อในประเทศไทยบ้างดีกว่า

(ขอยกไปต่อตอนหน้าอีกสักครั้ง)

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 08.12 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

สวัสดีค่ะ ...

ขอบคุณ ... สำหรับเรื่องราวที่นำมาแบ่งปัน
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31