วันอังคาร ที่ 11 ธันวาคม 2550
< เก็บเพลงรักนี้ไว้ฟังนอกขุนเขา >
Posted by
ภูผาน้ำฝน
,
ผู้อ่าน : 345
, 22:11:06 น.
| หมวดหมู่ :
เดินทาง
พิมพ์หน้านี้
|

หมื่นคนในหุบเขา-ลมหนาว-บทเพลงรัก เพราะคำโปรยที่แสนโรแมนติคและเป็นแฟนเพลงของบอยด์และศิลปินค่าย love is กับ bakery เสาร์ที่ผ่านมาฉันและก๊วนจึงชวนกันไปสัมผัสบรรยากาศการฟังเพลงรักในหุบเขา แม้จะหวาดๆอยู่เหมือนกันหลังจากได้ข่าวจากเพื่อนในวงการว่าปีนี้คนจัดเตรียมตัวถูกด่าได้เพราะตั๋วถูกปล่อยไปหมื่นกว่าใบแล้ว แม้จะไม่ชอบไปที่ๆมีคนเยอะๆ แต่ไหนๆก็ไหนๆ เที่ยงๆล้อหมุนจากกรุงเทพมุ่งหน้าเขาใหญ่ กะจะไปกินข้าวกลางวันกลางทางที่ร้านคุณเล็ก (Lexs Restaurant) แถวๆ มวกเหล็ก ไปถึงร้านบ่ายโมงกว่ายังมีคนรอโต๊ะอยู่ตรึม คนที่ได้โต๊ะแล้วยังนั่งรออาหารก็ยังมีอีกหลายโต๊ะแถมส่งสายตาประมาณว่าสามารถกินอย่างอื่นแทนสเต๊กได้ คณะของเราเลยต้องล่าถอยขับรถไปหาที่กินเอาดาบหน้า ผ่านไปร้านไหนก็แน่นทุกร้าน เลยต้องใช้วิธีกลับรถวิ่งหาร้านฝั่งตรงข้าม นั่นแหละถึงได้ที่กินข้าวอย่างสบายใจไม่ต้องแย่งกับใคร อิ่มแล้ว เดินทางต่อ สามโมงนิดๆก็ถึงถนนธนะรัชต์ เลี้ยวซ้ายตรงถนนเข้าโบนันซ่าไม่ทันไร รถก็เริ่มติด ตัดสินใจกันไม่ถูกว่าจะทิ้งรถไว้แล้วชิงรถกอล์ฟที่เห็นจอดอยู่ข้างทางขับเข้าไปข้างใน หรือ จะลงเดินเหมือนคนอื่นดี แต่เท่าที่ลองถามระยะทางจากคน 3-4 คนข้างทาง ได้คำตอบทีต่างกันสิ้นเชิง ทำให้ไม่แน่ใจว่าหน่วยกิโลของแต่ละคนเท่ากันหรือเปล่า กิโลเมตรหรือกิโลแม้ว มีตั้งแต่ จะถึงแล้วข้างหน้านี้เอง 2 กิโล 5-6 โลนะ ฯลฯ ประเมินความหนักของสัมภาระยังชีพของเรา (ข้าวเหนียว ไก่ย่าง น้ำดื่ม sleeping bag เสื่อ เต้นท์ ฯลฯ) ที่ขนมาเพราะถูกขู่จากเพื่อนที่มาปีที่แล้วว่าอาหารที่ขายข้างในไม่พอ เกรงว่าหากระยะทางเป็นกิโลแม้ว แบกของหนักๆ ข้อจะเสื่อมเสียก่อน เลยยอมนั่งสวยๆในรถ 3 ชั่วโมงเต็ม ชื่นชมบรรยากาศข้างทาง บ้านสวยๆ ดอก white christmas สีขาว แก้เบื่อ เรียกอารมณ์สุนทรีย์ดีกว่าสรรเสริญการจัดระบบการจราจรที่เยี่ยมมากๆของ RS Fresh Air 

ลงจากรถใกล้โพล้เพล้ อากาศไม่ยักกะหนาวเหมือนที่คิดไว้ มะงุมมะงาหราหาทางเข้างานและรูเข้าโซนที่นั่งของเราอย่างทุลักทุเลเพราะสัมภาระที่แบกมาซึ่งสุดท้ายก็กลายเป็น สัมภารก อุแม่เจ้า เราก็ไม่ได้มาสายมากแต่ที่นั่งเกือบจะเต็มหมดแล้ว นี่มันหุบเขากินคนหรืออย่างไร คนถึงมากมายปานนี้ ยิ่งเห็นคิวที่ล้นออกมาหน้าห้องน้ำทำให้เกือบจะไม่กล้ากลืนน้ำลาย จะลุกออกไปก็แสนจะลำบาก หลังจากหย่อนตัวลงนั่ง ทุกๆ 10 นาทีจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของภูมิประเทศรอบๆตัว ช่องว่างที่เคยเป็นทางเดิน ซอกเล็กซอกน้อย หายไปหมด กลายเป็นที่นั่งของคนที่มาใหม่ที่ผ่านเข้ามาอยู่เรื่อยๆเป็นระยะๆ คนที่มาทีหลังหาที่นั่งไม่ได้ต้องยืนบ้างนั่งบ้างตรงทางเดินด้านนอกน่าสงสารที่สุด เพราะถูกวินิจพูดออกไมค์บนเวทีไล่ให้ไปหาที่นั่งด้านหลังปู้น โชคดีของพวกเราที่ยังมีที่นั่ง แสนจะโรแมนติค อบอุ่นซะนี่กระไร ฟังเพลงรักในอ้อมกอดของขุนเขา โอบล้อมด้วยคนเรือนหมื่น ใต้แสงจันทร์และควันบุหรี่ เสือติดจั่นเป็นยังไง พวกเราก็มีอาการคล้ายๆกัน จะลุกไปไหนก็ไม่สะดวกเพราะไม่มีทางให้เดิน อารมณ์เกรงใจไม่อยากเหยียบย่ำไปบนผ้าหรือเบาะปูนั่งของใคร จะกินน้ำก็กลัวปวดฉี่เพราะห้องน้ำไม่พอให้เข้าแถมได้ยินว่าน้ำก็ไม่มีให้ราด จะเหยียดขาก็ไม่มีที่ให้วางนอกจากบ่าของคนข้างหน้า   

ในที่สุดตอนตี 1เสียงสวรรค์ก็ดังออกมาจากปากเพื่อนที่ไปด้วยกัน กลับบ้านกันหรือยัง คำถามที่ทุกคนรอคอยและอยากถามกันก่อนหน้านี้ แต่กลัวเสียฟอร์ม ในที่สุด 6 ชั่วโมงแห่งความทรมาณที่ต้องนั่งชันขายาวๆของฉันก็สิ้นสุดลง แม้เพลงจะเพราะเหมือนเคย แต่แน่นอนสิ่งที่ประทับในใจคือประสบการณ์ความไม่สะดวกสบายที่ได้รับในค่ำคืนนี้ ไม่โทษใครได้แต่แอบขอโทษธรรมชาติ ป่าเขาเงียบๆระหว่างเดินกลับไปขึ้นรถ และให้สัญญากับต้นไม้ใบหญ้าข้างทางว่า คราวหน้าฉันจะเข้มแข็งไม่ไหลไปตามกระแสบริโภคความบันเทิงแบบนี้อีก ฉันรู้แล้วว่าที่ไหนควรจะเป็นที่นั่งฟังเพลงรักที่เข้าท่ากว่านี้
  
     
ขอบคุณเพลงประกอบจาก www.ijig.com
|