พิมพ์หน้านี้
|
เช้าวันนึง ก่อนจะออกบ้านไปทำงาน แม่เรียกให้ฉันเข้าไปในห้องทำงานเก่าของพ่อ ชี้ให้ดูอะไรนอกหน้าต่าง ![]() ครอบครัวเพื่อนบ้าน แม่นก.....หรือพ่อนกก็ไม่รู้.....ดูไม่ออก กำลังนั่งกกลูกน้อยในรัง บนกิ่งต้นเฟื่องฟ้าริมรั้วหน้าบ้าน เป็นรังที่อยู่ต่ำที่สุดที่เคยเห็น สักสองเมตรจากพื้นดิน ไม่ใช่ครั้งแรกที่เห็นรังนกในบ้าน แต่เป็นครั้งแรก ที่เห็นกันจะๆ รังอยู่ต่ำเสียขนาดนี้ ไว้ใจเจ้าแก็งค์สี่ขาในบ้านได้อย่างไร
เพื่อความปลอดภัยของลูกนกเราหาประตูกรงหมาเก่าๆมากั้นไมให้หมาเดินผ่านบริเวณนั้น ประมาทพวกวายร้ายไม่ได้ บ่อยครั้งที่ทำให้ตายใจกับท่าทีเฉยๆ นอนขี้เกียจปล่อยให้นกเขาบินลงมากินข้าวในจานข้าวข้างตัว ไม่ลุกขึ้นวิ่งไล่ เหมือนใจดีเป็นมิตรี เผลอแป๊บๆ หันไปอีกที นกเขานอนไร้วิญญาณซะแล้ว สัญชาตญาณใครก็มักจะเป็นไปตามธรรมชาติ..ยากจะขัดเกลาให้เป็นอื่น ![]() แรกๆ แม่นกจะปล่อยให้ฉันแอบดูเธอกกลูกน้อยผ่านหน้าต่างมุ้งลวด โดยไม่ขยับไปไหน สายตาดูระแวดระวัง แต่อารมณ์คงประมาณอยากอยู่ให้ความอบอุ่นลูกน้อยนานๆ แต่ไม่กี่วันหลังจากนั้น แค่ฉันเดินเข้าไปในห้อง ไม่ว่าจะก้มตัวต่ำ ย่องๆ แบบเงียบแค่ไหนก็ตาม เพียงเห็นเงาแว๊บๆเคลื่อนไหวไปมาในห้อง แม่นกจะรีบบินหนีไป ทิ้งลูกน้อยในรัง ให้อ้าปากร้องหา รับภาพไวเช่นนี้ ฉันเชื่อแล้วว่าสายตาและระบบการมองเห็นของนกเป็นเลิศกว่าใคร ไม่มากก็น้อย ทุกๆ เช้า ฉันคงทำให้พ่อแม่นกลำบากใจ คอยบินหนีเวลาเห็นเงาของฉัน แม้จะรู้สึกผิดอยู่บ้างกับพฤติกรรมเหมือนนักถ้ำมองของตัวเอง แต่ฉันก็ไม่ลดนิสัยอยากรู้ ยังแอบดูต่อไป เวลาที่พ่อแม่นกไม่อยู่บ้าน ฉันถือโอกาสบุกไปถึงรัง เพื่อจะดูลูกนกในระยะเผาขน นิสัยเสียขนาดแอบเอามือถือไปถ่ายรูปตัวเป็นๆเอาไว้ ลูกนกสีออกคล้ำๆ ไร้ขน ยังไม่ลืมตา นอนน่าเกลียดน่าชังอยู่ในรังสองตัว เด็กๆ เกิดใหม่ ไม่ว่าลูกคน ลูกสัตว์ มีกิจกรรมไม่ต่างกัน คือ หนักไปทางนอนเป็นหลัก ![]() กิ่งไม้ไหวนิดนึง ก็รีบลุกมาอ้าปาก มองลงไป ไม่เห็นอะไรในช่องปากไปจนถึงคอ นอกจากเนื้อสีชมพูอมแดง ทุกวัน พ่อนกแม่นกขยันบินหาอาหารป้อนให้ลูก ปากต่อปาก ![]() ![]() ไม่กี่วันหลังจากนั้น ฉันพบว่าลูกนกหายไปตัวนึง แบบไร้ร่องรอย หมาเข้ามาบริเวณนั้นไม่ได้แน่ๆ สงสัยว่า หนู กระรอก ตุ๊กแก หรือ งูเหลือม อาจจะมางาบไป เพราะถ้าพ่อแม่นกพาไปอยู่ที่อื่น คงไม่ทิ้งอีกตัวไว้ เป็นไปได้อย่างมากว่า มันคงจะหายไปจากโลกนี้ ได้เปลี่ยนร่างใหม่แล้ว คิดๆแล้วก็น่าสงสาร เกิดมายังไม่ทันได้ลืมตาดูโลกด้วยซ้ำ ความตายเป็นของแน่นอนของทุกชีวิต จะมาเร็วหรือช้าเท่านั้นเอง สำหรับเจ้าตัวเดียวที่เหลือ พ่อหรือแม่ หรือ พ่อและแม่ ยังบินไปบินมา วนเวียนนอนกก ดูแลให้อาหารเหมือนเดิม แต่ดูเหมือนจะปล่อยให้ลูกนกอยู่ในรังตามลำพังบ่อยขึ้น เจ้าตัวเล็กเริ่มลุกขึ้นมานั่ง หรือ ยืนก็ไม่รู้ ชะเง้อชะแง้ แลหาพ่อแม่ รูปร่างเติบโตดูเป็นนกมากขึ้น หันคอมองไปตามเสียงนกที่อยู่ไกล ฉันเพิ่งสังเกตว่า นกสามารถหันหรือหมุนคอได้เกือบรอบ ![]()
ฉันแอบไปดูใกล้ๆที่รังบ่อยขึ้น เราเริ่มสบตากันตรงๆ เธอหมุนคอไปตามตำแหน่งที่ฉันยืน ความกลัวคงมาจากการไม่รู้จัก โดยเฉพาะเมื่อฉันเป็นคนแปลกหน้า....สัตว์แปลกตา เผลอ แป๊บเดียว น่าจะซักสิบวันได้ ลูกนกตัวเดียวที่เหลืออยู่ก็โตเต็มที่ มีปีกและขนสวยงาม ส่งเสียงร้อง หาพ่อและแม่ ดูเป็นนกน่ารัก แต่ความรู้ในหัวฉันไม่อาจฟันธงได้ว่าเป็นนกอะไร เพราะที่พอรู้จักคุ้นตาบินไปมาในบ้าน ก็มีแค่ 4 ชนิด นกกระจอก นกกางเขน นกพิราบ นกเขา สองอย่างหลังไม่ใช่แน่ๆ และตัวก็ใหญ่เกินกว่าจะเป็นนกกระจอก น่าจะเป็นนกกางเขน ปีกกล้า ขาแข็ง ![]() ![]() เช้าวันเสาร์ ลูกนกเกาะอยู่ที่กิ่งใกล้ๆกับรัง ไม่รู้ว่า บินออกมา หรือว่า ค่อยๆเดินมา ฉันแอบเห็นพ่อนก หรือ แม่นก อยู่ใกล้ๆ บนสายไฟฟ้าข้างบน ส่งเสียงเจื้อยแจ้ว น่ารักเหมือนส่งโค้ดลับ คุยภาษานกกับลูก ![]() ฉันใช้เวลาช่วงเช้า เดินกลับไปกลับมา แอบมองนกน้อยนอกหน้าต่าง ไม่อยากพลาดวินาที ที่มันเริ่มบิน บินแล้วจะตกปุ๊ลงมา สลับไปสลับมา หรือเปล่า หรือจะโผไปไกลๆได้ตั้งแต่ครั้งแรก เพราะมียีนส์บินเองเป็นในสายเลือด เดินวนเวียนอยู่ที่หน้าต่างหลายรอบ ก็เห็นลูกนกยืนเกาะกิ่งอยู่ที่เดิม ไม่ไปไหน เหมือนกำลังยืนรวบรวมกำลังใจและความกล้า ครั้งแรกสำหรับการทำเรื่องยิ่งใหญ่ของชีวิต คงมีความรู้สึกนี้คล้ายๆกัน ฉันลองเดินออกไปดูใกล้ๆ มันก็ไม่ขยับไปไหน เราสบตากันอีกครั้ง คราวนี้ สายตาเราทั้งคู่ดูเหมือนจะไม่ไปจากกัน แม้เมื่อเดินกลับเข้ามานั่งดูอยู่ในบ้าน ฉันไม่ละสายตาไปจากนก นกไม่ละสายตาไปจากฉัน ![]() จู่ๆ เหมือนความรู้สึกบางอย่างถูกส่งผ่านสายตาคู่นั้น ทุกชีวิตน่าจะได้ครอบครองความเป็นส่วนตัว ช่วงเวลาพิเศษ...ช่วงเวลาของของครอบครัว คนนอกอย่างฉันลุกออกจากมุมหน้าต่างไปเงียบๆ
ฟ้ากว้าง...ทางไกล บ่ายแก่ๆ วันนั้น ฉันเห็นรังนกว่างเปล่า ไม่มีเงาของนกน้อยบนกิ่งเฟื่องฟ้า วูบนึง เหงาและใจหาย เมื่อนึกว่า จะไม่ได้เห็นกันอีกแล้ว ![]() เหลือบมองดูฟ้าใสๆ แดดอ่อนๆ ลมพัดน้อยๆ ดอกและใบเฟื่องฟ้าไหวสะบัด เมื่ออยู่กับความเงียบที่ไร้เสียงประดิษฐ์จากเครื่องบันเทิงต่างๆนาๆของมนุษย์ เสียงน่ารักที่จำนรรจา เจรจาต่อกัน บนต้นไม้หลากหลายในบ้าน กลายเป็นเพลงบรรเลงที่เพราะที่สุด อารมณ์ฉันเปลี่ยนเป็นเบิกบาน เห็นใจยิ้มไหวๆอยู่ข้างใน เมื่อนึกถึงช่วงเวลาสำคัญที่ไม่ได้เห็น ![]() |