• Juninlla
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2007-06-18
  • จำนวนเรื่อง : 92
  • จำนวนผู้ชม : 222987
  • ส่ง msg :
  • โหวต 28 คน
วรรณกรรมล้วนๆ อิงชีวิตจริง ไม่อิงการเมือง
ก็แล้วแต่ใจจะพาให้อยากจะเขียนเรื่องอะไรบ้าง.... นั่นแหละ....
Permalink : http://www.oknation.net/blog/autis
วันศุกร์ ที่ 14 พฤศจิกายน 2551
Posted by Juninlla , ผู้อ่าน : 2105 , 06:07:10 น.  
หมวด : เกษตรกรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

        “กระดูกสันหลังของชาติ”

        วลีข้างต้นใช้กับชาวนาไทย ที่ชีวิตของพวกเขาต้องเผชิญกับความยากลำบากในการประกอบอาชีพของตนเอง ด้วยปัจจัยต่างๆ เช่น สภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน ราคาข้าวตกต่ำ พ่อค้าคนกลางกดราคารับซื้อข้าวจากชาวนา รวมถึง ธรรมชาติที่แปรปรวน ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญ อันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชาวนาไทยมานักต่อนัก

        ณ บ้านเพราม ต.ใหม่ อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา เป็นอีกพื้นที่หนึ่ง ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา ต้องวนเวียนอยู่กับธรรมชาติที่ปรวนแปร ทั้งภัยแล้งและอุทกภัย

        สภาพใบหน้าที่อิดโรยของลุงมา สำเนากลาง บ่งบอกถึงความทุกข์ ซึ่งแววตาแสดงถึงความสิ้นหวัง ลุงมาได้เอ่ยกับผมว่า...........

        “ฉันทำนามา 50 ไร่ กู้เงินสหกรณ์มา 50,000 บาท เป็นค่าใช้จ่าย เมื่อวันก่อนเห็นข้าวออกรวงเป็นสีทอง ไอ้ฉันก็ดีใจที่ปีนี้จะได้ปลดหนี้ซะที ดูๆ ไปแล้วข้าวคงจะได้เยอะกว่าทุกปี”

        เช้าวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ฝันของลุงมาสลายไปกับสายน้ำ ซึ่งไหลบ่าท่วมท้นเหนือรวงข้าวในท้องนาของเขา ลุงมาได้แต่นั่งกอดเข่ามองน้ำที่เต็มท้องทุ่ง พร้อมกับเอ่ยอย่างปลงตกว่า........

        “เห็นอย่างนี้ ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงถึงจะเกี่ยวข้าวได้ แค่ได้ไว้กินก็บุญหลายแล้ว และทีนี้ ฉันจะหาเงินจากที่ไหนมาใช้หนี้เขาล่ะเนี่ย??”

        ป้าลอย ตีกลาง น้าเฉลียว สามกำปัง และพี่เสาวนีย์ เกตกลาง เป็นอีกสามคนที่รับผลกระทบจากน้ำท่วมที่นาในครั้งนี้ ทั้งสามได้ถ่ายทอดถึงความทุกข์ใจให้ผมฟังว่า.......

        “เมือสองวันก่อน ทางอำเภอได้มาบอกให้คนในหมู่บ้านลงภัยน้ำท่วม (ลงชื่อกับ ธ.ก.ส.เพื่อรับค่าเสียหายจากน้ำท่วม) แต่ไม่มีใครไปลง และไม่มีใครคิดว่าอยู่ๆ น้ำก็ท่วมที่นา ตอนนั้นฉันเห็นอยู่ว่าข้าวจะเกี่ยวได้อยู่แล้ว ไม่เคยมีน้ำท่วมตอนจะเกี่ยวข้าวมาก่อนเลยด้วย”

        “ไม่รู้เป็นเวรเป็นกรรมอะไร ทำนาอยู่ทุกปีก็ไม่เคยหมดหนี้ หนำซ้ำตอนนี้น้ำยังท่วมข้าวอีก และไม่รู้ว่าจะเกี่ยวข้าวที่จมน้ำไว้พอกินหรือเปล่า??” ป้าลอยเสริม

        ภาพเบื้องหน้า ป้าลอยถือกะละมังลงไปในนาข้าวที่มีระดับน้ำเลยช่วงเอว พร้อมกับก้มหน้าก้มตาเกี่ยวข้าว สักพักเมื่อข้าวเต็มกะละมัง ป้าลอยนำมาวางไว้ริมคันนา ด้วยร่างกายอันสั่นเทา เหตุเพราะช่วงนี้ อากาศหนาวเริ่มมาเยือน

        ขณะที่ป้าฑูรย์ - ศิริพร อาชญาทา กลับจากไปดูที่นาของตนเองด้วยใบหน้าหมองเศร้า ป้าฑูรย์นั่งลงบนพื้นอย่างเหนื่อยล้า พร้อมกับเอ่ยว่า......

        “ถึงป้าจะทำนาไม่มาก เพราะตอนนี้ก็เป็นเบาหวาน แต่ป้าก็ตั้งใจเต็มที่ ตอนหว่านกล้า ป้าก็จะมานั่งถอนหญ้าทุกวัน ช่วงน้ำแล้งก็เสียค่าสูบน้ำเลี้ยงต้นข้าว พอป้าจะเกี่ยว น้ำก็ท่วมอีก อย่างปีที่แล้วน้ำก็ท่วมตอนที่ข้าวกำลังตั้งท้อง แล้วไม่ได้อะไรเลย ทีแรกก็ว่าจะไม่ทำ และเอาเงินที่ลงทุนทำนาไปซื้อข้าวกินดีกว่า พอเห็นฝนตกลงมา ป้าก็ให้รถไถไปไถตรงที่นา อาจจะมีความสุขบ้างที่ได้ทำงานที่เราชอบ แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกเครียด เพราะป้าตั้งใจมาก”

        เมื่อผมฟังถึงตรงนี้ จึงได้แต่ปลอบใจป้าฑูรย์ว่า.....

        “อย่าคิดอะไรมากเลยครับ เดี๋ยวน้ำตาลจะขึ้น (เป็นคำเรียกอาการของโรคเบาหวาน)”

        เมื่อผมเห็นความยากลำบากของคนที่เป็น “กระดูกสันหลังของชาติ” ในใจได้แต่คิดว่า เมื่อใหร่ อาชีพเกษตรกรรมอันเก่าแก่ ตั้งแต่ยุคบรรพบุรุษของเรา จะได้รับการดูแลเอาใจใส่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และแก้ปัญหาอย่างถูกจุดตรงต้นเหตุอย่างเป็นระบบ โดยมิใช่ที่ปลายแบบขอไปทีอย่างเช่นในปัจจุบัน

        สำหรับสาเหตุน้ำท่วมนา น้าเฉลียวและพี่เสาวนีย์ได้บอกตรงกันว่า.........

        “น้ำเขาปล่อยออกมาจากทางอำเภอด่านขุนทดและโนนไทย ที่นาแถวนี้จึงเป็นที่รับน้ำ ข้าวก็เลยจมอย่างที่เห็น หรือนาของชาวบ้านใกล้ๆกับฝายลำเชียงไกร ที่รับน้ำมาจากเขื่อนลำตะคอง ฉันสังเกตว่า สามปีมานี้ น้ำจะท่วมเฉพาะแถวๆนี้ ฉันลงทุนทั้งแรงกาย และแรงเงินในที่นา แต่ต้องพบกับความผิดหวังซ้ำๆซากๆ”

        น้าเฉลียวยังเสริมอีกว่า.........

        “ฉันทำนา 11 ไร่ ตอนแรกลงทุนซื้อเมล็ดพันธุ์ ค่าไถนา เมื่อฝนแล้งก็ต้องลงทุนสูบน้ำเข้านาและซื้อปุ๋ยใส่เพิ่มเติม พอเห็นข้าวออกรวง ฉันรู้สึกดีใจมาก เดินมาดูทุกวัน คิดในใจว่าอีกวันสองวันถึงลงมือเกี่ยวข้าว มาดูตอนเช้าอีกที เห็นน้ำปริ่มข้าวซะแล้ว ฉันจึงต้องรีบเก็บเกี่ยวก่อนที่ข้าวจะเน่าหมด”

        หากข้าวจมน้ำราวๆ 4 วัน จะเน่าเสีย ถึงแม้จะเก็บเกี่ยวแล้วนำไปจำหน่าย ก็จะขายได้ราคาไม่มากนัก เป็นเพราะข้าวอับชื้นนั่นเอง

        ส่วนบางคนเห็นข้าวอยู่ในจานมักจะไม่รู้คุณค่า รวมทั้งกรรมวิธีการผลิต ซึ่งกว่าจะได้มาเป็นข้าวสวยอยู่ในจานเช่นนี้ ต้องผ่านความยากลำบากเพียงใด ขณะที่บางคนประกอบอาชีพทำนาแท้ๆ กลับต้องซื้อข้าวมารับประทาน แทนที่จะนำข้าวที่ตนเองปลูกมาหุงหาทานกันเอง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะพวกเขาไม่สามารถควบคุมธรรมชาติให้เป็นดั่งใจต้องการ หากกำหนดได้ พวกเขาคงจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่านี้ คงไม่ต้องให้บรรดาลูกหลานออกไปทำงานต่างถิ่น และได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัวเหมือนกับครั้งอดีต

        จึงไม่น่าแปลกใจนักที่ชาวนาไทยถึงลืมตาอ้าปากไม่ได้ ทั้งๆที่พวกเขามิได้เกียจคร้าน ถึงแม้ฝนจะตก แดดจะออก พวกเขายังเดินก้มหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินทำนากันต่อไป ในโคราชส่วนใหญ่ทำนากันปีละครั้งเท่านั้น หากฝนไม่ตกตามฤดูกาลราวๆ สองหรือสามสัปดาห์ น้ำในนาจะแห้งขอด อีกทั้งแหล่งกักเก็บน้ำมีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการ

        ทางส่วนราชการเคยแนะนำให้ปลูกพืชชนิดอื่นทดแทน แต่ทว่า......... ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังไม่ทราบว่าควรปลูกพืชชนิดใดทดแทน อีกทั้งยังเกรงว่า เมื่อพวกเขาลงทุนไปแล้ว กลับมีหนี้สินพอกพูนขึ้นมาอีกคำรบ

        คุณวิชัย ซุ่นกลาง ผู้ใหญ่บ้านเพราม เป็นอีกผู้หนึ่ง ซึ่งมีที่นาประสบปัญหาอุทกภัยเช่นเดียวกัน เขาได้บอกกับผมว่า.......

        “ทางส่วนราชการทำภัยน้ำท่วมไร่ละ 600 กว่าบาท แต่ตอนที่มาทำ น้ำยังท่วมไม่มาก หลังจากนั้นน้ำท่วมที่นาของชาวบ้านกันถ้วนหน้า และพบกับความเดือดร้อนทุกครัวเรือน ฉันอยากฝากให้ทางส่วนราชการนำเมล็ดพันธุ์ข้าวมาแจก และปุ๋ยราคาถูกมาขาย เพื่อให้พวกชาวบ้านได้ทำนาในปีต่อไป”

        “ทำนาลำบากและขาดทุนอยู่ทุกปี ยังคิดจะทำอีกหรือครับ” ผมเอ่ยถามถึงสิ่งที่ยังค้างคาใจ

        “ปู่ ย่า ตา ยายของฉันทำนา ฉันก็ต้องทำ ถ้าไม่ทำ แล้วจะให้ไปทำอะไรล่ะ?? ถึงรู้ว่าลำบาก และเสี่ยงกับการขาดทุน ยังไงก็ต้องทำ ถ้าถึงเวลาที่เขาทำนา คนอื่นเขาทำกันหมด แล้วเราจะอยู่เฉยๆ ได้ยังไง” ผู้ใหญ่วิชัยเอ่ยอย่างหนักแน่น

        นี่คือภาพชีวิตของชาวนาอีสาน ที่รัฐบาลหลายชุดไม่สามารถบรรเทาปัญหานี้ให้เบาบางลงได้

        เมื่อผมมองไปที่ท้องนา ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำ ความรู้สึกเสียดายเกิดขึ้นภายในใจ ซึ่งระยะเวลาราวๆ 3 - 4 สัปดาห์หลังจากนี้ น้ำที่ท่วมอยู่ก็จะแห้งขอดไป โดยไม่ก่อเกิดประโยชน์อันใดขึ้นมา ทั้งๆที่ น้ำจำนวนนี้สามารถนำไปใช้ในการเพาะปลูกพืชชนิดอื่น แต่ก็สะดุดปัญหาตรงไม่มีที่กักเก็บไว้ใช้ในยามฝนทิ้งช่วง ถึงเวลานั้นชาวบ้านต้องมาแย่งสูบน้ำเช่นเดิม หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถแก้ไขปัญหาส่วนนี้ คงเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกจุดทีเดียว

        ดีกว่านำเงินมาแจกจ่ายให้ชาวนา แบบไม่คุ้มค่ากับความเสียหายในทุกๆปี

B-Sky
-----




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
greenbusiness วันที่ : 06/12/2008 เวลา : 11.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenbusiness

แต่ผมอยากกลับไปปลูกข้าวครับ

แต่ยังหาจุดเริ่มต้นไม่เจอครับ

จะรับเมล็ดพันธุ์ข้าวไร่ หอมพยอม ได้จากที่ใหนบ้างครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
MeeMee วันที่ : 16/11/2008 เวลา : 09.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/memoria
recall for Memory Episode II

มันคือความจริง อย่างที่สุด
.
.

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สายฟ้าขี้สงสัย วันที่ : 14/11/2008 เวลา : 17.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ligthning
มีบางอย่างอยู่ในสายฟ้า ที่มักจะออกมาถามคุณเพื่อคลายสงสัย

สงสารและเห็นใจครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
บุญชัย วันที่ : 14/11/2008 เวลา : 11.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boonchai
 

สงสารชาวนาครับ..
ทำไมรัฐ ไม่ขุดบ่อให้มากๆ ใช้เป็นที่กักเก็บน้ำ
มีน้ำใช้ในหน้าแล้ง ป้องกันน้ำท่วมหน้าฝน
ทำไมชอบสร้างแต่ถนน..??

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 14/11/2008 เวลา : 08.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

โลกหมุนไป ... คนในเมืองคุยเรื่องเศรษฐกิจ ตลาดหุ้น ... แต่ชาวนาไทยยังยากแค้นเช่นเดิม

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน