พิมพ์หน้านี้
|
แม้ความสำเร็จตลอดอาชีพค้าแข้งจะมีมากมาย แต่คงเทียบไม่ได้กับการนำความสุขมาให้พี่น้องเพื่อนร่วมชาติ นักเตะผู้นี้ไม่เคยทำได้ แต่เชื่อว่าไม่มีชนชาวเวลส์ผู้ใดสงสัยในตัวเขา เมื่อมีโอกาสเลือกลงเล่นให้กับชาติที่มีโอกาสวิ่งชนความสำเร็จมากกว่าอย่าง ทีมชาติอังกฤษ เขากลับปฎิเสธ
กิ๊กส์ ในวัย 17 ปี ถูกเรียกตัวติดทีมชาติเวลส์เป็นครั้งแรก ในเกมพบ เยอรมัน เมื่อปี 1991.
การอกหักไม่ได้ไปเล่นศึกยูโร 1992 โดยขาดไปเพียงแค่คะแนนเดียว ต่อด้วยตกรอบคัดเลือกศึกฟุตบอลโลก 1994 ไปอย่างหวุดหวิด คือ 2 เหตุการณ์สำคัญในชีวิตการรับใช้ชาติของ กิ๊กซี่.
ความพยายามดิ้นรนไปเล่นในการแข่งขันระดับเมเจอร์ของทีมมังกรแดง ในช่วงระหว่างปี 1994-2000 สูญเปล่า ขณะที่ กิ๊กส์ ไคว่คว้าเกียรติยศมากมายกับต้นสังกัดอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด.
แม้ เวลส์ จะทำได้ดีขึ้นกับรอบคัดเลือกเวิลด์ คัพ 2002 แต่ก็ไม่เพียงพอจะทำให้ปีกพ่อมดสมหวังกับการเล่นให้กับชาติตัวเอง.
มาร์ค ฮิวส์จ เข้ามาแต่งแต้มสีสันให้กับทีม ด้วยผลงานระดับมาสเตอร์พีซ โดยคว้าชัยเหนือ อิตาลี ได้ที่ มิเลเนียม สเตเดี้ยม.
แต่ เวลส์ ก็ไม่สามารถต้านทานความแข็งแกร่งของขุนพลอัซซูรี่ได้ จากความพ่ายแพ้ที่ มิลาน ส่งผลให้พวกเขาต้องเล่นเกมเพลย์ออฟ เพื่อคว้าตั๋วไป ยูโร 2004.
ประตูเดียวที่เกิดขึ้นตลอด 2 เลกกับ รัสเซีย ก็เพียงพอตอกย้ำให้ เวลส์ พบกับความผิดหวังแบบซ้ำซาก.
เวลส์ ยิ่งย่ำแย่ เมื่อ มาร์ค ฮิวส์จ ตัดสินใจทิ้งทีมไปคุม แบล็กเบิร์น อีกทั้งทีมยังต้องมาอยู่ร่วมสายกับ อังกฤษ และ ไอร์แลนด์เหนือ ในรอบคัดเลือกศึกฟุตบอลโลก 2006.
มังกรแดงดิ้นหือกสุดท้าย ด้วยชัยชนะเหนือ อาเซอร์ไบจาน โดย กิ๊กซี่ เหมา 2 ตุง ให้กับทีม ในเกมสุดท้าย แต่ก็ไม่เพียงพอต่อการเข้ารอบสุดท้าย.
กิ๊กส์ ได้รับปลอกแขนกัปตันทีม จาก จอห์น โตแช็ค โดยมีภารกิจนำทีมชาติเวลส์สู้ศึกรอบคัดเลือก ยูโร 2008.
ด้วยผลงานในรอบคัดเลือกที่ไม่น่าพอใจนัก อย่างไรก็ตาม เขาจะเป็นเจ้าของสถิติติดทีมชาติ 64 นัด ในแมตช์สุดท้ายกับ เช็กส์ วันเสาร์นี้. |