• วิตามินบี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-04-07
  • จำนวนเรื่อง : 123
  • จำนวนผู้ชม : 77034
  • จำนวนผู้โหวต : 747
  • ส่ง msg :
My Memory

ยินดีต้อนรับทุกท่าน นั่งจิบชากันก่อนนะคะ

View All
more
วันอังคาร ที่ 8 เมษายน 2551
เรื่องสั้นที่เขียนด้วยน้ำตา ต้นเหตุที่ทำให้เกือบร้องไห้ในงานมิตติ้งโอเคเนชั่นครั้งที่2
Posted by วิตามินบี , ผู้อ่าน : 407 , 23:41:13 น.   | หมวดหมู่ : วิตามินบี  
พิมพ์หน้านี้


วันนี้บีขออนุญาตนำเอนทรี่เก่าที่เคยเขียนไว้เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2550 มาลงซ้ำอีกสักครั้งนะคะ
"The letter จดหมายฉบับสุดท้าย" เป็นเรื่องสั้นที่ส่งเข้าประกวด CONTENT OF THE YEAR 2007 ของบล็อกโอเคเนชั่น และเป็นต้นเหตุให้บีทำเปิ่นๆ เกือบร้องไห้เมื่อต้องพูดที่มาที่ไปของเรื่องนี้ ตอนได้รับรางวัลรองชนะเลิศในงานมิตติ้งที่ผ่านมา  เพราะขณะเล่า บีนึกถึงทหารที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ลอบวางระเบิดทางภาคใต้  ทหารหลายชีวิตสละชีพเพื่อรักษาแผ่นดินเกิดให้กับบีและคุณทุกคนได้ดำเนินชีวิตประจำวันอย่างมีความสุขในทุกวันนี้

เรื่องสั้นเรื่องนี้..บีจึงเขียนด้วยสายตาพร่ามัวด้วยน้ำตา เพราะขณะเขียนเราต้องสวมวิญญาณเป็นทั้ง "แม่" และ "ลูก" ในคราวเดียวกัน ต้องจับอารมณ์ของเราใส่ลงไปในตัวละคร อาจารย์ที่เคยสอนบีด้านการเขียนเคยบอกไว้ว่า "ถ้าเธอเขียนจนตัวเองร้องไห้ได้ คนอ่านหรือคนดูละครก็จะร้องไห้ตามเธอไปด้วย นั่นคือเธอทำสำเร็จ"

ขอบคุณคณะกรรมการ ขอบคุณโอเคเนชั่น และขอบคุณผู้อ่านทุกคน

 
รางวัลพร้อมใบเกียรติบัตรจากโอเคเนชั่นค่ะ


เรื่องจินตนาการที่ไม่อยากให้เป็นจริง !!! ขอเชิญร่วมปล่อยใจเข้าสู่โลกของเขาและเธอ อย่าแข็งขืนหากหัวใจคุณอยากร้องไห้ อย่าพลั่นกลัวหากหัวใจคุณอยากต่อกร

.

The letter

       “จดหมายฉบับนี้ไทยเขียนเป็นฉบับสุดท้ายให้แม่นะครับ เพราะอีก7วันข้างหน้า ไทยก็จะได้เดินทางกลับไปประจำอยู่ในกรุงเทพฯแล้ว ความจริงไทยไม่อยากกลับเลยครับแม่  แต่เพราะอาการปวดหูที่เกิดจากสะเก็ตระเบิดเมื่อปีกลาย  มันจี๊ดรุนแรงขึ้นกว่าเก่า กลายเป็นภาระ

ความกังวลให้กับเพื่อนทหารด้วยกัน  แทนที่พวกเค้าจะได้ทุ่มเทเวลา  ปฏิบัติหน้าที่ตรวจตราพวกผู้ก่อการได้เต็มที่ 

        ไทยขอสารภาพตรงๆครับแม่  ไทยเองแอบดีใจอยู่ลึกๆที่จะได้กลับไปอยู่ดูแลแม่ นานมากเหลือเกินครับ ที่ไทยไม่ได้นอนซบตักแม่ เหมือน

ที่เคยทำตอนเด็กๆ.....

        เพื่อนมันขยับตัวเพราะแสงจากโคมไฟที่ส่องเข้าตามันแล้วครับ ไทยคงต้องรีบจบจดหมายเพียงแค่นี้  แล้วพบกันที่บ้านนะครับแม่   รักแม่ที่สุดในโลก...ไทย ”

                                 

                                  
ฉัน  บรรจงพับจดหมายของไทยอย่างถนุถนอม พลางพับเก็บใส่กล่องไม้ที่เต็มไปด้วยจดหมายของลูกชายอัดแน่นอยู่เต็มกล่อง  ปีกว่าแล้วที่ไทยเดินทาง

ลงใต้ไปทำหน้าที่รับใช้ชาติ

ในฐานะหัวใจของแม่มันเต็มไปด้วยความห่วงกังวลสารพัด จิตใจจดจ่อกับการ

เฝ้ารอคอยจดหมายของลูกเพราะนั่นเป็นคำตอบได้อย่างดีว่า

“ลูกยังปลอดภัย”

ในฐานะหัวใจของข้าแผ่นดินไทย ฉันภูมิใจที่ได้ให้กำเนิดลูกชายที่มีหัวใจ
"กล้าหาญ
! ดุจนักรบ" 

ฉันหยิบปากกาเขียนจดหมายตอบกลับไปหาไทย เพราะ 7วันแห่งการรอคอย
ที่จะได้สวมกอดลูก มันยาวนานเกินกว่าที่ฉันจะอดทนรอได้

       “ไทยลูกรัก...ลูกไม่ควรแอบดีใจในขณะที่เพื่อนของลูก  ต้องเดินเหยียบไปบนผืนดินอันเดือดพล่านไปด้วยแรงแห่งความเกลียดชัง แม่รู้ว่าลูกอยากนอนซบตักแม่แค่ไหน   แต่7วันที่เหลือ   ขอให้ลูกปฏิบัติ

หน้าที่อย่างจริงจัง...หากคิดถึงแม่ ขอให้ลูกซบหน้าแนบกับแผ่นดิน...เสมือนตักของแม่ที่จะคอยปลุกปลอบลูกไม่ต่างกัน....และไม่ว่าลูกของแม่จะกลับมาอยู่แนวหลัง ในหน้าที่อะไรก็ตาม ลูกก็ทำเพื่อตอบแทนบุญคุณของแผ่นดินได้ ด้วยการเป็นข้าราชการที่ซื่อสัตย์เป็นหลักยึดมั่นอย่างองอาจ

       ขออย่าพ่ายแพ้ต่อความอยากมีอยากได้ในอำนาจและเงินตรา จนขาดศักดิ์ศรีของความเป็นคน อย่าเบื่อนะลูกหากแม่พร่ำสอนซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะหน้าที่ของแม่มิใช่ให้เพียงความรักแก่ลูกเท่านั้น แต่มีหน้าที่

ทำให้ลูกเป็นคนดีเพื่อสังคม  แม่จะทำลูกชุบไว้รอรับลูกนะ  รักลูกจ๊ะ” 

                          ...............

.
รถจี๊บ
  ของทหารสั่นสะเทือนไปตลอดทางที่วิ่งผ่านพื้นถนนอันขรุขระ  ไทยมองเด็กชายสองคนวิ่งเล่นหยอกล้อกันอย่างร่าเริง เด็กคนหนึ่งเป็นชาวไทยพุทธ ส่วนอีกคนเป็นไทยมุสลิม ความเป็นเพื่อนที่ไม่มีเส้นแบ่งชนชั้นและศาสนา คือภาพที่สวยสะอาดตาใน
ความรู้สึกของไทยเหลือเกิน

จะอีกนานมั๊ย?

กว่าความรุนแรงจะจบสิ้น!!!

รถจี๊บวิ่งผ่านร้านค้าผ้าบาติก ไทยรีบสะกิดให้พลขับหยุดรถข้างทาง แล้วตัวเอง
กระโดดลงจาก
รถ  วิ่งข้ามถนนมุ่งไปที่ร้านค้าอีกฟาก ชายหนุ่มเดินเข้าไปหยิบจับเลือกผ้าบาติกหลากสีสัน แล้วตัดสินใจเลือกบาติกที่มีสีเรียบง่ายไม่ฉูดฉาดเกินวัยของแม่นัก  ระหว่างรอเงินทอนจากแม่ค้ามีมือเล็กๆมาสะกิดข้อศอกของไทย  จนทำให้เขาต้องหันไปมอง 

เด็กหญิงหน้าตามอมแมมอายุประมาณ8ขวบ ยืนยิ้มแป้นโชว์ฟันหลอ

“น้าทหาร ซื้อปลากุเราเค็มมั๊ยจ๊ะ แม่หนูทำเองนะ อร่อยมากๆเลย” 

ไทยยิ้มตอบ แล้วควักเงินส่งให้ เด็กน้อยส่งถุงปลาเค็มให้ไทย แล้วผละจากไป ไทยมองตามหลัง เด็กน้อยโบกมือหยอยๆตะโกนเรียกรถมอเตอร์ไซด์คันเก่าๆ

ที่วิ่งชิดริมถนนตรงมาหาเธอ

“ปลาเค็มมั๊ยจ๊ะ น้า ปลาเค็มจ้า” มอเตอร์ไซด์คันนั้นชะลอช้าลง ไทยเห็นสายตาของคนขี่ ที่จ้องมองเด็กน้อยด้วยสายตาว่างเปล่า เขาล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ สมองของไทยรับรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณของทหารว่า...

ชายผู้นี้กำลังพุ่งเป้าสังหาร
ไปยังเหยื่อตัวน้อยเบื้องหน้า!!!

ไทยไม่สามารถชักอาวุธตอบโต้ได้ทันท่วงที ทางเดียวที่เขาทำได้ คือกระโจน
เข้าคร่อมร่างเด็กน้อยเหมือนที่แม่เคยปกป้องเค้าในยามมีภัยมาใกล้ตัว เสียงระเบิดดังแผดแก้วหู ใบหน้าของแม่วิ่งผ่านเข้ามาในห้วงคำนึงสุดท้าย สายลม

อุ่นๆโอบอุ้มร่างของเขาเหมือนไออุ่นจากอกแม่ ชายหนุ่มหลับตาพริ้มอย่างเป็น

สุข  ก่อนที่จะสะดุ้งเฮือกด้วยลมหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านจับขั้วหัวใจ ม่านหมอกสีขาวโรยตัวบดบังสายตาจนพร่ามัว แล้วสติของไทยก็เลือนรางดับวูบลง

                                      
 ...............

ฉัน  ง่วนกับการนวดถั่วเพื่อเตรียมปั้นขนมลูกชุบของโปรดของลูก ป่านนี้....เค้าคงนั่งอยู่ในรถทัวร์เพื่อมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า แต่แล้วจู่ๆก็มีมือแข็งกระด้างมาจิ้มเอวฉันจนต้องเปล่งเสียงตกใจออกมา  ฉันหมุนตัวกลับไปมองด้านหลัง

ไทยยืนยิ้มอยู่ในชุดทหารเต็มยศดูสมาร์ทสมชายชาตรีเหมือนพ่อของเขาไม่มีผิด ฉันโผเข้ากอดลูกชายด้วยความคิดถึง พลางต่อว่าต่อขานที่เขาเดินทางมาเร็วกว่ากำหนดที่บอกฉันไว้  เราสองแม่ลูกจูงมือกันไปนั่งคุยกันที่พื้นบ้าน เสียงหัวเราะและรอยยิ้มอันสดใสคืนกลับมาสู่บ้านอันแสนอบอุ่นอีกครั้ง

“ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พาลูก กลับมาหาแม่อย่างปลอดภัย” 

"มีคนอยู่ไหมครับ "

เสียงทุ้มใหญ่ไม่คุ้นหูตะโกนร้องเรียกฉันอยู่หน้าบ้าน ฉันปล่อยให้ไทยเอนหลัง
พักผ่อน ส่วนตัวเองเดินออกมาทักทายกับแขกแปลกหน้าที่มาเยือน

ชายร่างสูงโปร่งในชุดทหารยกมือทำความเคารพฉัน ดวงตาของเขาแดงกล่ำ

เหมือนคนผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง

เขาจ้องมองฉันด้วยสายตาเศร้าสร้อยจนฉันรู้สึกร้อนวูบในหัวใจ ฉันเอ่ยปากถามไถ่ถึงการมาของเขา  ถ้อยคำที่เขาพยายามเค้นออกมาอย่างยากลำบาก เหมือนสายฟ้าลงทัณฑ์จนร่างกายชาไปทั้งตัว 

“จ่าสิบตรีไทย ดำรงศักดิ์ โดนระเบิดจากผู้ก่อความไม่สงบเมื่อเช้านี้ครับ ตอนนี้อาการสาหัสมาก  ถูกส่งเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลภูเก็ตครับคุณแม่”

“เอาอะไรมาพูด พูดจาล้อเล่นอย่างนี้ได้ยังไง ลูกชายป้ากลับมาแล้ว ตอนนี้เค้าอยู่ในบ้าน จะไปนอนอยู่ที่โรงพยาบาลทำไม  เป็นไปไม่ได้”

ฉันวิ่งกลับเข้าไปในบ้านอีกครั้ง เพื่อเรียกให้ไทยมาแสดงตัวยืนยันคำพูดของฉัน แต่ไม่ปรากฏร่างของไทยในมุมใดของบ้าน "ทุกตารางนิ้วมีแต่ความว่างเปล่า" ฉันวิ่งตามหาลูกเหมือนวิ่งตามหาเงาที่มองไม่เห็น หัวใจของแม่แทบแหลกสลาย ร้าวรานจนไม่เหลือชิ้นดี !!!


...........

ฉัน ไม่รับรู้ถึงข่าวสารใดจากภายนอก...แม้จะได้ยินเสียงผู้คนมากมาย...ปลอบประโลม ยกย่องความกล้าหาญและเสียสละชีวิตเพื่อช่วยเหลือเด็กหญิงตัวน้อยให้รอดชีวิต  แม้จะได้เห็นความช่วยเหลือจากทุกสารทิศ ถูกส่งมาจากทุกแห่งที่ในผืนแผ่นดินไทย 

แต่ในยามนี้หัวใจของแม่กลับไม่ยินดียินร้าย สิ่งที่แม่ต้องการคือขอให้ลูกลืมตา

ขึ้นมาพูดกับแม่สักคำ

แล้วความหวังในค่ำคืนสุดท้าย ก็เป็นจริง ไทยขยับเปลือกตาขึ้นช้าๆ มองหน้าฉัน ฉันบีบมือลูกไว้ในอุ้มมือของแม่ เพื่อถ่ายทอดความรักทั้งหมดที่แม่เคยมี  นับตั้งแต่ วันที่แม่ตั้งท้องจนถึงวันที่ลูกเติบใหญ่ มันคือพลังความรักบริสุทธิ์ที่ไร้ผลประโยชน์ใดๆเจือปน ฉันอยากให้เขารับรู้ว่าฉันรักเขามากเพียงใด

ฉันสกัดกั้นน้ำตาให้ท่วมขังอยู่ในอก ด้วยปรารถนาให้ลูกได้เห็นภาพสุดท้ายของแม่ ที่มีแต่รอยยิ้มและความสุขใจ 

ลูกรักของแม่ ณ เวลานี้เราไม่ได้พรากจากกันแต่อย่างใด ร่างของลูก
จะอยู่ในร่างกายของแม่  หัวใจของลูกจะอยู่ในดวงจิตของแม่

ทุกครั้งที่แม่หายใจ  แม่จะได้ยินเสียงลมหายใจของลูก หายใจเข้าออกเป็นจังหวะเดียวกัน  หลับให้สบายลูกรัก ลูกได้ทำหน้าที่อย่างสมเกียรติ สมชายชาติทหาร และสมศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ที่ได้

เกิดมาเพื่อเป็นผู้ให้  ความรักของลูกสร้างชาติ สร้างโลก และสร้างสันติภาพ  แม้อาจมองไม่เห็นภาพแห่งความสำเร็จในวันนี้   แต่สิ่งที่ลูกพิสูจน์ มันคือ   "การประกาศจุดยืนที่ยิ่งใหญ่ของผู้ชนะที่แท้จริง"

                    นอนไปเถิดแม่จะกล่อม    นวลละหม่อมแม่จะไกว

ทองคำแม่ อย่าร้องไห้     สายสุดใจ เจ้าแม่เอย

ฉันร้องเพลงกล่อมลูกเหมือนที่ชอบร้องให้เขาฟังตอนยังเล็ก ไทยค่อยๆปรือตาลง ดั่งเด็กชายตัวน้อยง่วงหลับในยามแม่ขับกล่อม หากแต่ครานี้เขาจะหลับใหล
ชั่วนิรันดร!!!

ลูกรัก...ถึงมีคนนับหมื่นแสนล้านคนบนโลกกว้าง

แม่จะขอเลือกไทย เป็นลูกของแม่ไปทุกชาติภพ

ตามแต่ที่แรงบุญแห่งสายสัมพันธ์ของเราจะเชื่อมต่อกันถึง 

เราแม่ลูกจะพบกัน ณ สถานที่นัดหมายบนผืนแผ่นดินไทยที่เรารัก  

                                    

หลังจากผ่านงานศพของลูก …….

ฉันตั้งใจเขียนจดหมายฉบับสุดท้ายให้กับหนังสือพิมพ์แห่งหนึ่ง เพื่อไม่ให้การจากไปของไทยสูญสลายไปกับสายลมแห่งกิเลสที่ครอบงำหัวใจมืดบอดของผู้ทำลาย

“ในขณะที่พวกคุณทะเลาะกันเพื่อแย่งชิงสิ่งอุปโลกอันด้อยค่า  ลูกชายของฉัน และลูกชายของแม่อีกนับหลายพันหลายหมื่นคน ที่กำลังรอคอยลูก ให้คืนสู่อ้อมแขน  เรากำลังทุกข์ทรมานใจอย่างแสนสาหัส  โดยไม่รู้ว่าวันใด  ปีใด  ที่ลูกจะตกเป็นเหยื่อของห่ากระสุน และแรงระเบิดที่แอบซ่อนอยู่รอบตัว  ในขณะที่พวกเขาเอาร่างกายเป็นเกราะกำบังชาติ  พวกคุณกลับกลืนกินชาติ  เสพเสวยอำนาจ และโหมไฟให้แผ่นดินร้อนเร่า....อย่างไร้สติ  ฉันอยากจะบอกว่า...

“แม่ทุกคน” ไม่ได้ให้ชีวิตลูกมา เพื่อทำการสิ่งนี้ หยุดทำเพื่อตัวเอง แล้วหันมาสร้างชาติให้ร่มเย็น  

ฉันขอร้องในฐานะแม่ผู้สูญเสีย  ฉันขอให้แม่ทุกคนได้โปรดขอร้องลูกของคุณ
"คงไม่มีคำร้องขอใด ยิ่งใหญ่และมีอานุภาพเท่าคำร้องขอของแม่อีกแล้ว"

 ทำความดีเพื่อแผ่นดินไทยของเรา

เลิกโกงกินแย่งชิงอำนาจเพื่อแผ่นดินไทยของเรา

เลิกเข่นฆ่าเพื่อแผ่นดินไทยของเรา.

“หยุด” เพื่อแม่  เพียง ”หยุด”  คำเดียวเท่านั้น

     คือคำตอบของการสร้างสันติสุขทั้งมวล



เรื่องสั้นโดย...

ขอบคุณพี่ชาลีผู้ส่งต่อtag สันติภาพ ที่มาของการเขียนเรื่องนี้

ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต

เพลงกล่อมลูกจากอินเตอร์เน็ต

  

 

  

  

  

  

.

.

.

Photobucket

.

รูปนี้จากบ้านคุณกนิษฐ์

.

.


ขอบคุณช่างภาพส่วนตัว...ลุงกิ๊/คุณบุปผา/lovecondo/ป๋าโด่ง (คิคิ)
.

บ้านนี้เค้ามีแจกรางวัลค่ะ  คลิก อะหนึ่ง


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 129
INDYLOVE วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 10.59 น.
http://www.oknation.net/blog/loveindy

เขียนได้ดีจริงๆค่ะ อ่านแล้วเศร้าตามไปเลย
ความคิดเห็นที่ 128
วัติธนวิทย์ วันที่ : 22/04/2008 เวลา : 17.17 น.
http://www.oknation.net/blog/songer

ยินดีด้วยครับ...กับรางวัลสุดยอด
สุข เศร้า เหงา ฮา "ครั้งหนึ่งในชีวิต" แวะบ้านนะครับ...
ความคิดเห็นที่ 127
rabbitzilla วันที่ : 17/04/2008 เวลา : 08.37 น.
http://www.oknation.net/blog/season-change-chaingmai

ยินดีด้วยครับ
แหมน่าจะแจก iphone ไปเลย

http://www.oknation.net/blog/season-change-chiangmai
ความคิดเห็นที่ 126
skinhead วันที่ : 15/04/2008 เวลา : 17.41 น.
http://www.oknation.net/blog/skinhead
          ส     กิ     น     เ     ฮ     ด         

ว้าว...
ความคิดเห็นที่ 125
มาลีรัตน์ วันที่ : 15/04/2008 เวลา : 17.22 น.
http://www.oknation.net/blog/maleerat

สมกับรางวัลมากๆ ขอคารวะน้องท่านด้วยใจนะคะ
ความคิดเห็นที่ 124
jankrapib วันที่ : 14/04/2008 เวลา : 11.16 น.

สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะ
ดีใจที่ได้อ่านเรื่องราวดีๆ จากผู้ที่มีจิตใจรักในงานเขียน
และ oknation.net ให้อะไรมากกว่าที่คิด
มากว่า blog อื่นๆของต่างชาติ..ที่มีอะไรๆแอบแฝง
ดีใจที่ได้รู้จักสมาชิกมากมาย และมีเรื่องราวดีมาเล่าสู่กัน
ไม่รู้ว่า จะอ่านได้ครบทุกคนป่าว
เป็นกำลังใจค่ะ
ความคิดเห็นที่ 123
thesaint วันที่ : 13/04/2008 เวลา : 12.57 น.
http://www.oknation.net/blog/thesaint
----การใส่สายยางในจมูกดูเลวร้าย .....แต่การดึงออกมันทำให้ผมแทบบ้า ----


--- ถ้ามาที่บ้านนี้ บ่อยครั้งคงไม่มีใครว่า ( ผม )นะครับ
สวัสดีวันสงกรานต์ครับ ---
ความคิดเห็นที่ 122
ครูส้ม วันที่ : 13/04/2008 เวลา : 12.45 น.
http://www.oknation.net/blog/thipjt
http://www.oknation.net/blog/mokara

สวัสดีวันสงกรานต์
ขอให้เปียกปอนไปด้วยความรักและความสุข

หนูบีรู้มั๊ยว่า...หนูเป็นคน..ที่สวย..แสนเก่ง..และเสียงดี
ตอนเล็กๆกินอะไรเข้าไปอะค่ะ
โตขึ้นถึงเป็นเช่นนี้...อิ..อิ..
ความคิดเห็นที่ 121
นานาจิตตัง วันที่ : 13/04/2008 เวลา : 12.18 น.
http://www.oknation.net/blog/yorwor
Comment  allez-vous ?

ขอบคุณที่นำเรื่องราวดีๆให้ผมอ่านครับ

สวัสดีปีใหม่ไทย
ขอให้มีความสุขในวันสงกรานต์ครับ
ความคิดเห็นที่ 120
Yai_Nid วันที่ : 13/04/2008 เวลา : 11.38 น.
http://www.oknation.net/blog/YaiNid
เที่ยว Melbourne..ที่นี่  Love U..OK?..รักนะ..ได้มั้ยล่ะhttp://www.oknation.net/blog/konlangkow

สวัสดีปีใหม่ สุขสำราญเบิกบานใจวันสงกรานต์ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 119
ครูเก๋ วันที่ : 13/04/2008 เวลา : 11.27 น.
http://www.oknation.net/blog/clear


ความคิดเห็นที่ 118
Augustman วันที่ : 13/04/2008 เวลา : 11.27 น.
http://www.oknation.net/blog/Augustman
• มอบทุกสิ่ง ด้วยใจ ใสพิสุทธิ์

จงสุขสันต์ สุขสม บรมสุข
หากมีทุกข์ เปลื้องได้ ไม่หม่นหมอง
มีสุขภาพ ดีงาม ตามครรลอง
จงสมปอง เกินหวัง ที่ตั้งใจ

สุขสันต์วันปีใหม่ไทย ครับผม
ความคิดเห็นที่ 117
psl_cp127 วันที่ : 13/04/2008 เวลา : 10.46 น.
http://www.oknation.net/blog/pslcp127
The  feeling  of  LOVE  starts  from  the  eyes,  But  the  feeling  of  LIKE  starts  from  the ears..


**..-ขอให้มีความสุขมากมากนะครับ..

...