• วิตามินบี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-04-07
  • จำนวนเรื่อง : 123
  • จำนวนผู้ชม : 77069
  • จำนวนผู้โหวต : 747
  • ส่ง msg :
My Memory

ยินดีต้อนรับทุกท่าน นั่งจิบชากันก่อนนะคะ

View All
more
วันศุกร์ ที่ 11 กรกฎาคม 2551
เทศกาลทานาบาตะ ความรัก ดวงดาว และทางช้างเผือก
Posted by วิตามินบี , ผู้อ่าน : 392 , 09:49:20 น.   | หมวดหมู่ : วิตามินบี  
พิมพ์หน้านี้


ความรัก ดวงดาว และทางช้างเผือก


ภาพจากอินเตอร์เน็ต

คืนนี้ท้องฟ้าในเมืองเซไดงามผุดผาดไปด้วยประกายดาว
เสมือนหนึ่งเป็นการต้อนรับผู้คนมากมายที่หลั่งไหลมารวมตัวกันในเทศกาลทานาบาตะ

ษิตาเองแม้จะเดินทางมาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยโตโฮกุ ฟูกุชิ
ในจังหวัดมิยะงิ เกือบสองปีแล้วก็ตาม  แต่ก็ยังไม่เคยได้มาเดินเที่ยวเลยสักครั้ง

ษิตาตัดสินใจลุยเดี่ยวมาเพียงลำพัง เพราะอาเนะเพื่อนร่วมห้องพัก
หนีไปนัดบอดกับหนุ่มที่รู้จักผ่านบริษัทจัดหาคู่เสียแล้ว

ระหว่างที่หญิงสาวยืนเงอะงะมองผู้คนรุมแขวนกระดาษหลากสีบนกิ่งไผ่
ชายญี่ปุ่นผิวขาว หน้าตาเกลี้ยงเกลา ท่าทางเป็นมิตร
ยื่นแถบกระดาษสีแดงมาตรงหน้าเธอ
เขาส่งภาษาประจำชาติ ซึ่งไม่ยากเกินกว่าที่ษิตาจะแปลความออก

”เขียนคำอธิษฐานลงในกระดาษก่อนซิครับ แล้วค่อยเอามาแขวนบนกิ่งไผ่”

“ อ๋อ ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ คือฉันเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก”

“คุณคงไม่ใช่คนญี่ปุ่น”

แล้วเขาก็ส่งภาษาตากาล็อกเป็นเชิงทดสอบ แต่พอเห็นสีหน้าฉันเหรอหรา

เขาก็รีบเปลี่ยนเป็นภาษาไทยสำเนียงญี่ปุ่น

“ถ้าไม่ใช่ฟิลิปปินส์ ก็น่าจะเป็นคนไทย สวัสดีครับผม..ทารุครับ”

 “สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ ษิตาค่ะ”  คราวนี้เธอตอบโต้เสียงดังฟังชัด

เสียงหัวเราะของคนทั้งคู่ดังประสานกับเสียงดุริยางค์จากขบวนพาเหรด

บรรยากาศของงานเริ่มต้นขึ้นอย่างคึกคักเพื่อฉลองค่ำคืนแห่งเทศกาลดวงดาว

“ถ้าคุณไม่รังเกียจ อดีตไกด์อย่างผมคงพอพาคุณเดินเที่ยวงานได้นะครับ”

ความสุภาพของชายต่างเชื้อชาติ ทำให้ษิตาตอบรับไมตรีโดยไม่อิดออด
เขาชวนให้เธอเขียนคำอธิษฐาน
พลางเล่าตำนานความเชื่อเกี่ยวกับเทศกาลทานาบาตะว่า...

วันที่ 7 เดือน 7 ถือเป็นวันที่ดาวเจ้าหญิงทอผ้า
โคจรข้ามทางช้างเผือกมาพบกับดาวคนเลี้ยงวัวซึ่งเป็นชายคนรัก
ในวันนี้ของทุกปี ชาวญี่ปุ่นจะพากันออกมาเขียนอธิษฐานลงบนแถบกระดาษ 5 สี
แล้วแขวนบนกิ่งไผ่  จากนั้นจะนำไปลอยน้ำในวันอรุณรุ่ง

เลิฟสตอรี่ของเจ้าหญิงโอริฮิเมะ ธิดาของเทพเจ้าแห่งสวรรค์

กับฮิโกะโบชิ ชายหนุ่มผู้เลี้ยงวัว ที่สามารถมาพบกันได้ปีละครั้ง
ตามคำลงโทษของเทพเจ้าแห่งสวรรค์ ถูกเล่าด้วยน้ำเสียงเคลิ้มฝัน

จนษิตาเกือบเผลอคิดว่าเธอคือเจ้าหญิงที่กำลังเฝ้ารอคอยเจ้าชายเช่นกัน

“คุณษิตาครับ เลือกแขวนได้เลย กิ่งไหนก็ได้”

หญิงสาวสะดุ้งภาพเจ้าหญิงหายวับไปฉับพลัน
เหลือแต่เจ้าชายตรงหน้าที่กำลังบรรจงแขวนกระดาษสีกิ่งเดียวกัน
เขายืนชิดติดกับเธอจนษิตาสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ซ่านสู่ร่างกาย

เธอลอบสังเกตรอยยิ้มที่เคยระบายทั่วหน้าในยามที่เขาสนทนาด้วย
แต่ยามนี้ น่าแปลกที่มันค่อยๆเลือนหายไป
เหลือแต่ดวงตาหม่นเศร้าอมทุกข์!!  ขณะที่เขาจับจ้องไปยังคำอธิษฐานนิ่งนาน

ษิตาบอกไม่ถูกว่าเธอมีความสุขมากมายเพียงใด ที่ได้เดินเที่ยวกับชายแปลกหน้าคนนี้
เขาและเธอผลัดกันพรั่งพรูเรื่องราวของตนเอง จนต่างลืมเวลาที่กำลังเคลื่อนผ่านสู่การอำลา!!


หากดวงดาวคือสายตาของเทพเจ้าแห่งสวรรค์
คงมองเห็นหนุ่มสาวคู่นี้ โดนมนตราของทานาบาตะผูกมัดใจเข้าให้แล้ว

ใบไผ่ห้าสีแข่งกันปลิวไสวดุจวิงวอนขอพรจากเบื้องฟ้า
ทารุเห็นดวงดาวแห่งความฝันเต้นระยิบระยับอยู่ในดวงตาคู่งาม
ขณะที่แสงแห่งความหวังของเขากลับริบหรี่ลงทุกที

“ผมอยากรู้จัง ว่าผู้หญิงที่ดูมีความสุขได้ตลอดเวลาอย่างคุณ
จะอธิษฐานอะไรกับเทพเจ้า”

“ฉันขอเสียมารยาท ถามคำถามนี้ทีหลังคุณ แต่ขอคำตอบคุณก่อนได้มั้ยคะ”

เขาหัวเราะเสียงดัง

“คุณยอกย้อนกับคู่สนทนาแบบนี้เสมอเหรอ”

“เฉพาะกับคนที่ฉันมองเห็นความน่าสนใจในตัวเขาเท่านั้นค่ะ”

ทารุยิ้มรับพลางเอื้อมมือไปแตะกระดาษใบไผ่ 

“ผมขอให้เทพเจ้าช่วยทำให้ผมนอนหลับไปอย่างสบายโดยไม่เจ็บปวด”

ษิตาใจหายกับสิ่งที่ได้ยิน

“คุณ…”      เธอไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยถาม ดูเหมือนเขาจะเดาใจเธอออก

“ผมป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ชีวิตผมคงใกล้เหมือนดาวดวงนั้น”

เธอเพ่งสายตาไปยังดาวดวงหนึ่ง มันกำลังอ่อนแสงลงทีละน้อย ทีละน้อย

ก่อนจะกลืนหายไปในม่านหม่นแห่งรัตติกาล

...อรุณเบิกฟ้าที่กรุงเทพฯ...

เสน่ห์บางกอกมักมีหลายสิ่งเกิดขึ้นให้เราได้แปลกใจเสมอ

ไม่น่าเชื่อว่า...เทศกาลทานาบาตะ หรือเทศกาลแห่งดวงดาว
จะปรากฏขึ้นในเมืองไทยเช่นกัน

ที่เซ็นทรัลเวิลด์...ในระหว่างวันที่ 3 - 7 กรกฎาคม ของปีนี้
คนญี่ปุ่นในเมืองไทย
ตลอดจนคนไทยที่รักการเสาะแสวงหาไลฟ์สไตล์ในวันหยุด
จึงได้มีโอกาสเดินเที่ยวชมงาน
และเขียนคำอธิษฐานในกระดาษ5สี
เพื่อขอพรจากเทพเจ้าแห่งสวรรค์

น่าเสียดายที่ในงานไม่ได้เล่าถึงตำนานของเทศกาลทานาบาตะ
ผู้เขียนจึงได้ไปค้นคว้าข้อมูลมาฝาก
เพื่อให้ผู้อ่านได้สัมผัสถึงอานุภาพของความรักที่ใหญ่ยิ่งไปพร้อมๆกัน

ตามตำนานเชื่อกันว่า...

เจ้าหญิงโอริฮิเมะ ธิดาของเทพเจ้าแห่งสวรรค์ผู้มีพรสวรรค์ในการทอผ้า

อยู่ทางตะวันตกของแม่น้ำแห่งสวรรค์ (ทางช้างเผือก)

ฝีมืองานทอผ้าและเย็บปักถักร้อยของเจ้าหญิงโอริฮิเมะนั้น

เป็นที่เลื่องลือของบรรดาเทพต่างๆ ไปทั่วสวรรค์


อยู่มาวันหนึ่ง เทพเจ้าแห่งสวรรค์ได้เห็นว่า

เจ้าหญิงโอริฮิเมะทำงานหนักตลอดเวลาสมควรที่จะได้พักผ่อนบ้าง
จึงแนะนำให้เจ้าหญิงได้รู้จักกับฮิโกะโบชิ
ชายหนุ่มผู้เลี้ยงวัวอยู่ฟากตะวันออกของแม่น้ำแห่งสวรรค์  

และในที่สุดเทพเจ้าแห่งสวรรค์ก็ให้ทั้งสองได้อภิเษกกัน

นับวันความรักของเจ้าหญิงกับฮิโกะโบชิก็มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ทำให้ทั้งคู่ละเลยงานของตนและใช้เวลาอยู่ด้วยกันตลอดเวลา
จนทำให้บรรดาเทพต่างๆพากันเดือดร้อนจากการละเลยงานของเจ้าหญิง

ทำให้เทพเจ้าแห่งสวรรค์โกรธมาก
และส่งฮิโกะโบชิกลับไปยังอีกด้านไกลโพ้นของแม่น้ำแห่งสวรรค์

การจากกันนั้นทำให้เจ้าหญิงเสียใจ และเอาแต่ร้องไห้ทุกวัน
ดังนั้นเทพเจ้าแห่งสวรรค์จึงให้สัญญาว่า
ถ้าเจ้าหญิงโอริฮิเมะตั้งใจทอผ้าดังเดิมแล้ว จะอนุญาตให้ทั้งคู่ได้พบกันปีละครั้ง
ในคืนของวันที่ 7 เดือน 7

ด้วยเหตุนี้ในทุกปีท้องฟ้ายามค่ำคืนของวันที่ 7 เดือน 7
จะมีดาวฤกษ์สุกสว่าง 2 ดวง คือ ดาว
Vega ของเจ้าหญิงโอริฮิเมะ
และดาว Altair ของฮิโกะโบชิ โคจรข้ามทางช้างเผือกมาพบกัน

ในประเทศญี่ปุ่น...

เทศกาลทานาบาตะ หรือเทศกาลแห่งดวงดาว
จะจัดอย่างใหญ่โต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองเซนได
ในจังหวัดมิยะงิ และฮิระทสึขะในจังหวัดคะนะงะวะที่มีชื่อเสียงไปทั่วประเทศ
มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลไปชมงานกันมากมายจนกลายเป็นจุดส่งเสริมการท่องเที่ยว

นอกจากนั้นตามโรงเรียนต่างๆ ห้างสรรพสินค้าและสถานีรถไฟทั่วญี่ปุ่น
มักจะนำต้นไผ่ต้นเล็กๆ มาประดับพร้อมกับเตรียมแผ่นกระดาษเล็กๆ
มี 5 สีสำหรับเขียนคำอธิษฐานขอพรให้ประสบความสำเร็จทั้งการงานและความรัก
เพื่อร่วมฉลองในเทศกาลนี้ด้วย

..

กิ่งไผ่สร้างสรรค์ด้วยการใช้เส้นหมี่หลายชนิดของญี่ปุ่นมาพันเป็นเกลียวแทนลำไผ่

เส้นราเมนชนิดต่างๆ

ลำไผ่ที่พันด้วยเส้นฮิยามูกิ แปลว่า ข้าวสาลีที่กินแบบเย็นๆ

เหนียวนุ่มคล้ายกับอูด้ง และนิยมกินแบบเย็นๆในฤดูร้อน

..

ในงานมีเกมให้คู่รักแข่งกันตักปลาตามเวลาที่กำหนด

มีกิจกรรมทางศิลปะสอนเด็กให้พับนกกระดาษ และทาสีหน้ากาก

..

คุณสายลมช่วยมาเพิ่มเติมข้อมูลว่า..ว่าวปลาที่เห็นนี่  เขาเรียก "ปลาโค่ย" เอาไว้แขวนเวลาบ้านนั้นมีลูกชาย

เด็กๆแปลงกายเป็นซูโม่ ต่อสู้กันอย่างสนุกสนาน

จัดสร้างฉากให้คนเที่ยวงานได้ถ่ายรูปในบรรยากาศจิบชาในห้องแบบญี่ปุ่น

"anata ni koishii desu"

อาหารญี่ปุ่นหลากหลาย ตกแต่งร้านค้าในสไตล์ญี่ปุ่น ส่วนใหญ่เน้นหน้าตาไปทางเส้นราเมน

..

หน้าตาคล้ายขนมครกญี่ปุ่นค่ะ แต่เป็นอาหารคาวใส่ไส้ปลาหมึกด้วย 

ราคาสูงพอควร 6 ชิ้น 60 บาท ลองซื้อมาทานแล้ว อืมมมม...กินไปชิ้นเดียวก็วางเลย
คุณ kunlek ช่วยแนะนำในคอมเมนท์ว่า ขนมครกญี่ปุ่น เรียกว่า ทาโกยากิค่ะ

..

ษิตา  แขวนกระดาษสีแดงบนกิ่งไผ่ที่ตกแต่งด้วยเส้นบะหมี่
แม้ปีนี้เธอจะกลับมาทำงานในเมืองไทยแล้ว และไม่มีโอกาสได้กลับไป
ร่วมฉลองเทศกาลทานาบาตะที่เมืองเซไดอีก

แต่ภาพของทารุยังสลักแนบแน่นในความทรงจำ

หลังจากคืนนั้น...
เธอพยายามติดตามถามไถ่ข่าวคราวของเขาจากชาวบ้านละแวกนั้น
ทารุย้ายไปรักษาตัวที่เมืองอื่น โดยไม่ทิ้งร่องรอยการติดต่อใดๆไว้เลย

หญิงสาวสัมผัสกระดาษสีแผ่วเบา นึกถึงคำอธิษฐานของตัวเองในคืนนั้น

“ผมอยากรู้จัง ว่าผู้หญิงที่ดูมีความสุขได้ตลอดเวลาอย่างคุณ
จะอธิษฐานอะไรกับเทพเจ้า”

ษิตาไม่ได้ให้คำตอบแก่เขา เพราะมัวแต่สกัดกั้นน้ำใสๆที่เริ่มปริ่มขอบตา

“ฉันขอให้ได้พบคุณอีกครั้ง”

เธอจะเขียนคำอธิษฐานขอพรจากเทพเจ้าแห่งสวรรค์เช่นนี้ทุกปี
จนกว่า...ดวงดาวแห่งความหวังจะดับแสงลง

..

..

เรื่องและภาพโดย...วิตามินบี
แหล่งข้อมูล...http://ayanokoji.exteen.com/20070921/entry-2

..


ขอบคุณ..คุณสายลมที่ชวนผู้เขียนร่วมทำกิจกรรมเพื่อเด็กน้อย
จึงขอชวนต่อไปยังเพื่อนบล็อกเกอร์ ร่วมเลี้ยงอาหารเด็กติดเชื้อเอดส์
และบริจาคผ้าอ้อมสำหรับเด็กอายุ4ขวบ
แวะไปอ่านรายละเอียดที่นี่
http://www.oknation.net/blog/PublicCharity/2008/07/07/entry-1


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 136
tummeng วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 22.35 น.

เพิ่งเข้ามาอ่าน ....แต่ว่าอ่านแล้วอินจังเลยค่ะ ...ชอบจังเลย ...น่าจะมีภาคต่อไปนะคะ ...
ความคิดเห็นที่ 135
รัตติกาลแห่งราตรี วันที่ : 17/07/2008 เวลา : 20.15 น.
http://www.oknation.net/blog/happyIateekan
มีความสุขกับเวลาที่เป็นกลางคืนแห่งราตรีกาลไปบ้านหลังที่ 2" บ้านนิยายทั้งเรื่องสั้นและเรื่องยาว. ( ก๊อปลิ้งค์ข้างล่างนี้ได้เลยครับ ) http://www.oknation.net/blog/happylateekan

แก้คำผิดครับ เรื่องสั้นครับ อิอิอิ
ความคิดเห็นที่ 134
รัตติกาลแห่งราตรี วันที่ : 17/07/2008 เวลา : 20.13 น.
http://www.oknation.net/blog/happyIateekan
มีความสุขกับเวลาที่เป็นกลางคืนแห่งราตรีกาลไปบ้านหลังที่ 2" บ้านนิยายทั้งเรื่องสั้นและเรื่องยาว. ( ก๊อปลิ้งค์ข้างล่างนี้ได้เลยครับ ) http://www.oknation.net/blog/happylateekan

เป็นเรื่องสั่นที่เขียนปนกับตำนานตามความเชื่อของญี่ปุ่นได้ดีมากครับ สอดแทรกความรู้และความรู้สึกถึงตำนานความรักของเจ้าหญิงโอริฮิเมะ และฮิโกะโบชิได้อย่างดีรวมถึงปิดเรื่องราว ของษิตาและทารุ ที่ยังคงเฝ้าคอ่ยเพื่อที่อยากรู้ว่า ชายคนนั้นอย่างทารุนั้นเป็นอย่างไรบ้าง โดยเฝ้าอธิฐานเพื่อที่จะราพบกับทารุ...

5555 ไม่รู้ว่าผมตีความเรื่องสั่นนี้เกินไปรึเปล่าครับ 555 สงสัยจะอินกับละครของคุณ วิตามินซะแล้วครับ

จาก.รัตติกาลแห่งราตรี.1 และ 2 ครับ.
ความคิดเห็นที่ 133
อุต-ศิลป์02 วันที่ : 15/07/2008 เวลา : 21.13 น.
http://www.oknation.net/blog/industrialart02

พึ่งทราบค่ะว่ามีเทศกาลหรือประเพณีแบบนี้ด้วย แต่ก็ดีนะคะ
คิดว่าคงเหมือนหลายประเทศที่เค้าจะมีประเพณีของตัวเอง รวมถึงประเทศไทยด้วย

ความคิดเห็นที่ 132
Kibangkok วันที่ : 15/07/2008 เวลา : 13.16 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..


แวะเอาอาหารมาฝากจ้าหนุบี
ความคิดเห็นที่ 131
tengpong วันที่ : 15/07/2008 เวลา : 10.53 น.
http://www.oknation.net/blog/tengpong

คนหยาบกระด้างอย่าง เต็งพ้ง ยังต้องอ่อนไหวกับเรื่องราวที่กินใจ

ได้ความรู้เพิ่มเติมดีมากครับ เป็นประโยชน์สำหรับอาชีพ เต็งพ้ง ด้วยครับ
ความคิดเห็นที่ 130
ป๋าโด่ง วันที่ : 15/07/2008 เวลา : 08.48 น.
http://www.oknation.net/blog/idongphoto
" คนไทยที่ปลายด้ามขวาน "

ยังหาคนแปลให้ไม่ได้เรยนิ...อิอิ

อยากรู้ความหมายจัง ทำงัยดี
ความคิดเห็นที่ 129
musachiza วันที่ : 15/07/2008 เวลา : 05.59 น.
http://www.oknation.net/blog/musachiza
Bin humzah

สวยทั้งภาพและเรื่องครับ
http://www.oknation.net/blog/dragonball
ความคิดเห็นที่ 128
naijoe วันที่ : 15/07/2008 เวลา : 01.13 น.
http://www.oknation.net/blog/naijoe

อ่านเรื่องแล้วซึ้งเลยครับ...



ความคิดเห็นที่ 127
อาโต้ วันที่ : 14/07/2008 เวลา : 23.11 น.
http://www.oknation.net/blog/rtoto

งดงามเสมอท่านบี

คงได้พบเจอในงานบุญสักครา
ความคิดเห็นที่ 126
นายชิกุวะ วันที่ : 14/07/2008 เวลา : 22.43 น.
http://www.oknation.net/blog/chikuwa
"นายชิกุวะ" มีเรื่องราวดีๆ... มาเล่าให้ฟังเรื่อยครับ ลองแวะมาอ่านได้ขอรับกระผม

อยากจะบอกว่า เทศกาล ทานาบาตะ ทำให้ผมนึกถึง การ์ตูนเรื่อง อิกคิวซัง
จะมีตอนนึง ซึ่งมีเด็กผู้หญิงที่พลัดพลากกับพี่ชายในช่วงสงคราม ซึ่งตรงกับเทศกาลทานาบาตะ เด็กผู้หญิงคนนี้ได้เขียนคำอธิษฐาน ขอให้ได้พบพี่ชายที่หายไป
สุดท้ายได้เจอกัน แต่ไม่ยอมรับว่าเป็นพี่ เพราะเจอชินเอมอนจับได้ว่าขโมยของ ซึ่งญี่ปุ่นช่วงนั้นเป็นช่วงสงครามที่โชกุน โค่นล้มจักรพรรดิ์ได้ คนอดอยากมาก เหตุการณ์ติดตามต่อได้ในอิกคิวซังครับ
ตอนเด็กๆ ผมร้องไห้ในต้องนี้ด้วย น่าเศร้าครับ
ความคิดเห็นที่ 125
คนใส่แว่น วันที่ : 14/07/2008 เวลา : 21.52 น.
http://www.oknation.net/blog/chattrg

อ่านแล้ว ซึ้ง ครับ
ยังไง
ถ้ามีภาค 2
ขอให้ทั้งคู่เจอกันนะ ครับ
ในโลก เรื่องเศร้าก็มากพอแล้ว
ในนิยาย
ขอให้พบกับความสุข และ ความสมหวังบ้าง
นะจ๊ะ
ความคิดเห็นที่ 124
คุณนายหวี วันที่ : 14/07/2008 เวลา : 21.44 น.
http://www.oknation.net/blog/hello

ฮัลโหล ๆ ๆ ๆน้องบีจอง..
ตกลง.เอาก็เอาฮ่ะ....หลับรึยังเนี่ย เป็นอันว่า...
เอา..นะคะ
ความคิดเห็นที่ 123
chai14 วันที่ : 14/07/2008 เวลา : 21.24 น.
http://www.oknation.net/blog/kittichaiblog

เนื้อหาซาบซึ้งปนเศร้านะครับ
ถ้าได้ทราบที่มาของเทศกาลต่่างๆ แล้ว เราจะร่วมเทศกาลนั้นๆ อย่างเข้าใจครับ

ตอบข้อสงสัยคุณบีแล้วนะครับ
http://www.oknation.net/blog/kittichaiblog/2008/07/02/entry-1/comment#read
ความคิดเห็นที่ 122
เจ้าหญิงนิทรา วันที่ : 14/07/2008 เวลา : 19.08 น.
http://www.oknation.net/blog/chance