พิมพ์หน้านี้
|
ท่ามกลางเรื่องราวที่ฉาวโฉ่ ระหว่างตำรวจชั้นผู้น้อย กับ ผู้ทรงอิทธิพลในบ้านเมือง ( ผมมีเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเองมาเล่าสู่กันฟัง ) เรื่องนี้เกิดขึ้น เมื่อวันจันทร์ ที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมา วันนั้นเกิดอุบัติเหตุรถเก๋ง ชนท้ายรถเมล์ที่หน้าป้ายรถเมล์ ( หน้าป้ายตึกเมืองไทย - ภัทร ) เหตุการณ์คือ รถวิ่งตามหลังกันมา อยู่เลนเดียวกัน แล้วรถเมล์เลี้ยวเข้าป้าย แต่............................... รถเมล์เลี้ยวเข้าป้ายไปได้แค่ครึ่งลำ ก็เบรกกระทันหันทำให้ผู้โดยสารที่อยู่บนรถ หัวทิ่มไปตาม ๆ กัน ทราบภายหลังว่ามีแท๊กซี่ขับปาดหน้า เพื่อที่จะรับผู้โดยสารเข้าป้าย ทำให้รถที่ตามมาคือรถที่ผมขับอยู่เบรกไม่ทันจึงชน ท้ายของรถเมล์เข้าอย่างจัง จนไฟหน้าแตก กระโปรงยุบ ไฟเลี้ยวพังไม่เป็ฯท่า ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณ 09.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่รถรา เต็มถนนบริเวณนั้น และเผอิญมีตำรวจจราจร คอยให้อำนวยความสะดวกอยู่ตรงจุดนั้นหลายนาย ตำรวจได้เข้ามาขอใบขับขี่ และ ให้ผมและคนขับรถเมล์ ขับรถไปจอดที่โรงพัก และตกลงค่าเสียหายทีโรงพัก ตอนนั้น ผมขับรถไปจอดไว้ที่โรงพัก สน.สุทธิสาร ผมเข้ารถเข้าไปจอดที่ ๆ จอดรถว่างโดยไม่ได้เอะใจอะไร พอลงจากรถผมก็ได้โรเรียกประกันทันที ซึ่งประกันของผมก็มา ประมาณ 20 นาทีก็ถึง ( ตอนนั้น สารวัตรเวร ยังไม่ได้ลงบันทึกประจำวันเพราะว่าอยากให้ตกลงกันก่อน และคุยค่าเสียหายกันให้ได้เลย จะได้ไม่ต้องเสียค่าปรับที่โรงพัก ผมก็รอ ประกันฯ ของรถเมล์อยู่อีกประมาณ 1 ชั่วโมง กว่าเค้าจะมาถึง มาถึงเค้าก็ตรวจตรารถของลุกค้าเค้าปกติ แต่กว่าจะเสร็จ เพราะต้องไปดูสถานที่เกดเหตุด้วย ( แต่การรอของผมก็ไร้ผล เพราะว่าประกันของ รถผม และรถเมล์เป็นประกันชั้นสามด้วยกันทั้งคู่ จึงไม่สามารถตกลงกันได้ และในที่สุดก็ต้องถึงสารวัตรเวรจนได้ ) สารวัตรเวรบอกว่า กรณีน้อง ผิดด้วยกันทั้งคู่ คือ ประมาทร่วม ต้องเสียตังค์ค่าปรับให้โรงพักคนละ 400 บาท ( เงิน 400 บาทมันก็ไม่ได้มากมาย จนทำให้ผมเดือดร้อนเท่าไหร่นักหรอกครับ ) แต่ประเด็นที่ผมจะพูดถึงมันอยู่ตรงนี้ครับ เมื่อตกลงกันไม่ได้ จ่ายค่าปรับเรียบร้อย ( คือ ต่างคนต่างซ่อมรถครับในกรณีนี้ ) ผมเดินลงมาจากโรงพัก ก็มีรถกะบะตราโล่ของตำรวจ จอดขวางรถผมอยู่ ผมก็ไม่ได้เอะใจอะไรหรอกครับเพราะว่าไม่ได้คิดอะไร คิดว่า เข็นรถออกเดี๋ยวก็กลับไปทำงานได้แล้ว ปรากฏว่าผมเข็นกระบะคันนั้นออกไปไม่ได้ครับ เพราะว่าติดเเบรกมืออยู่ ตอนนั้นผมก็ยังไม่ได้คิดอะไรมากเพราะคิดว่าเค้าคงจะลืม ปลดเบรกมือ แล้วรีบไปทำงานหรือเปล่า ผมก็ได้กลับขึ้นไป เพื่อปรึกษากับสารวัตรเวรที่ผมคุยเรื่องอุบัตเหตุ เมื่อเช้าที่ผ่านมา คำตอบที่ผมได้ก็คือ น้อง ๆ ไปจอดรถทับที่ใครหรือเปล่าเนี่ยลองไปถามหา ผู้กำกับที่ชื่อ ............... นี้นะ พี่คิดว่าน้องคงไปจอดทับที่เค้าแหละ ไปขอโทษเค้าซะแล้วเดี๋ยว เค้าก็คงให้คนมาเลื่อนรถให้ ผมงงกับคำตอบที่ได้มาก ๆครับ เพราะว่า ตรงที่ผมจอดเป็นด้านหน้าโรงพักก็จริง แต่ ก็ไม่เห็นจะมีป้ายบอกเลยครับว่านี่เป็นที่จอดรถของใคร วันนั้นผมเซ็งมาก ๆ เลยครับกับ ตำรวจเมืองไทย ( บางคน ) ผมตามหาผู้กำกับ คนนั้นอยู่ประมาณ ครึ่งชั่วโมงถึงได้เจอเค้า และเค้าก็บอกปัดว่าเมื่อเช้าที่เค้ามา เค้าไม่ๆได้จอดรถขวางเราเลยนะ เค้าจอดอยู่อีกฟากนึงของโรงพัก ( .............................? ) แล้วก็เหมือนว่าเค้า โทรเรียกใครซักคนมาเลื่อนรถให้ ผมรออยูอีกประมาณ ครึ่งชั่วดมงนะครับถึงได้เจอ ตำรวจนายนึง ขับ มอ'ไซค์มาจอด ไม่พูดไม่จา ทำหน้าตาใส่ผม แล้วเค้าก็ค่อย ๆ ไปเลื่อนรถออกมา ก่อนที่จะขับไปจอดอีกที่นึงเค้ายัง หันหน้ามาตะโกนว่า คราวหน้าคราวหลัง ดูที่จอดให้ดี ๆ นะน้อง คราวหน้าอาจจะไม่ใช่แค่จอดแล้ว ติดเบรกมือนะ ผมถึงกับอึ้งไปเลยครับ แล้วผมก็รีบขึ้นรถ แล้วขับออกไปทำงานทันที ไม่น่าเชื่อนะครับว่าจะยังมีเรื่องพวกนี้ในสังคมไทยอีก ทั้ง ๆ ที่ยุคนี้มนยุคไหนแล้ว ทำไมถึงมาเบ่งกันขนาดนี้ด้วย ร้อยวัน พันปี ผมไม่เคยเข้าโรงพักคุณ ผมไม่รู้หรอกนะครับว่า ที่จอดรถตรงนั้นเป็นที่ประจำของคุณ เพราะไม่มีป้ายเขียนไว้ .......................นี่หรือครับที่เค้าเรียกว่า ตำรวจบริการประชาชน บริการทุกระดับประทับใจ .......................
|
| << | พฤษภาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||