| fill my heart | ||
fill my heart |
||
|
View All |
||
พิมพ์หน้านี้
|
ต้นเดือนพฤศจิกายน 2550 ที่ จ.ปทุมธานี ญาติคนไข้ไม่พอใจการรักษาญาติที่ป่วยด้วยโรคชรา ได้ต่อว่าหมอว่าอาการคนไข้ไม่ดีขึ้นเลย สถานที่ก็แออัด ร้อนอบอ้าว หมอหญิงไม่ต่อล้อต่อเถียงได้เดินหนี ญาติจึงเดินเข้ามากระชากคอเสื้อหมอ บีบคอและตบซ้ำ ( สำนักข่าวที-นิวส์ ) เมื่อเดือนธันวาคม 2550 ณ ศาลทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช พิพากษาจำคุกแพทย์หญิง โรงพยาบาลร่อนพิบูลย์ หลังฉีดยาชาให้คนไข้ เพื่อผ่าตัดไส้ติ่ง ศาลพิพากษาว่าแพทย์หญิงผิดจริง เพราะกระทำการโดยประมาท ตัดสินจำคุก 3 ปี ( หนังสือพิมพ์ข่าวสด ) การถูกทำร้ายร่างกายและการถูกตัดสินจำคุก เป็นการถูกสังคมลงโทษอย่างรุนแรง ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์ ทั้งๆ ที่ไม่มีแพทย์คนไหนจงใจ อยากให้คนไข้ไม่สุขสบาย ไม่หายจากโรค หรือเสียชีวิต จากปัญหาหรือความผิดพลาดต่างๆ แพทย์ไม่ใช้สัพพัญญู การแพทย์ไม่ใช่สิ่งมหัศจรรย์ ที่อยู่นอกเหนือกฎแห่งธรรมชาติ แม้ป้องกันเต็มที่เหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ ก็อาจเกิดขึ้น และไม่เฉพาะการแพทย์ของเมืองไทย แต่เป็นการแพทย์ทั่วโลก การรักษาคนไข้ไม่หาย การรักษาคนไข้ไม่เป็นไปดังความต้องการ ของคนไข้และญาติ การรักษาคนไข้แล้วคนไข้และญาติไม่พึงพอใจ การรักษาแล้วคนไข้ตาย ไม่ได้หมายความว่าแพทย์เป็นคนเลว คนทำผิดเสมอไป น้อยรายที่เกิดจากแพทย์มีสันดานชั่ว ละโมบ ไม่ระมัดระวัง ประมาท ฯลฯ ส่วนใหญ่เป็นปัญหาของระบบที่เอื้อให้เกิดปัญหา ตามมาด้วยการลงโทษแพทย์ ยกตัวอย่างเช่น .. นโยบายการเมือง ตั้งแต่ 30 บาทรักษาทุกโรค จนถึงรักษาฟรีทุกโรค ส่งผลให้จำนวนคนไข้เพิ่มมากขึ้น จนไม่เหมาะสมกับจำนวนผู้ให้บริการ การทำงานด้วยความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ส่งผลให้เกิดปัญหาและความผิดพลาดเพิ่มขึ้น ความล้มเหลวของนโยบายกระทรวงสาธารณสุข ในด้านการผลิตและการกระจายกำลัง ทำให้ขาดแคลนแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ที่เป็นด่านหน้าในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ผู้ที่ออกปฏิบัติงานในชนบท ส่วนใหญ่เป็นผู้น้อยด้อยทั้งความรู้และประสบการณ์ ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ส่งผลให้งบประมาณทางด้านสาธารณสุขมีน้อย งบในการจัดซื้อเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย ไม่เพียงพอ โรงพยาบาลหลายแห่ง อย่าว่าแต่งบประมาณปรับปรุงสถานที่เลย แม้แต่อุปกรณ์สำคัญในการช่วยรักษาชีวิตคนไข้ ที่มีราคาแพงก็ยังไม่อาจจัดหามาได้ ปัญหาการจัดสรรงบประมาณทางสาธารณสุข ตามรายหัวของประชาชนลงสู่โรงพยาบาลระดับต่างๆ ที่ยังไม่เป็นธรรมทำให้หลายโรงพยาบาล ต้องรัดเข็มขัดเพื่อความอยู่รอด ปัญหาขาดแคลนแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ในระบบราชการเนื่องจากมีแรงจูงใจและความกดดัน ทำให้แพทย์ลาออกจากราชการ ทำให้โรงพยาบาลรัฐหลายแห่ง ขาดแคลนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ปัจจุบันยังไม่มีการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง แต่แก้โดยการผลิตแพทย์เพิ่ม ซึ่งเกิดคำถามว่าปริมาณที่เพิ่มนั้น มาพร้อมกับคุณภาพหรือไม่ ความไม่เท่าเทียมกันของความเจริญ ระหว่างเมืองกับชนบท และการขาดสวัสดิการที่จำเป็น เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้แพทย์ในชนบท ขาดแคลน อย่าว่าแต่แพทย์เลย คนทั่วไปถ้าเป็นไปได้ก็อยากเลือกอยู่ ในเมืองที่มีความเจริญ มีการศึกษาที่ดีให้ลูกหลาน ปัญหาค่านิยมของสังคมที่เปลี่ยนไป อาชีพแพทย์ ไม่ได้เป็นอาชีพที่มีเกียรติ ฝากผีฝาก .. ไข้เชื่อถือได้เท่าสมัยก่อน มีตัวอย่างของการฟ้องร้องเอาผิด ทางอาญา - ทางแพ่ง มีคำแนะนำในการฟ้องร้องแพทย์ อย่างเป็นขั้นตอน มีเครือข่ายให้คำปรึกษา ปัญหาความรู้ ความเข้าใจ การศึกษาของประชาชน ประชาชนบางคนถือว่า การดูแลรักษาโรคเป็นเรื่องของแพทย์ ไม่ดูแลสุขภาพพื้นฐานตนเอง ทำร้ายตนเองโดยการดื่มเหล้า สุบบุหรี่ เที่ยวกลางคืน ฯลฯ มาพบแพทย์เมื่ออาการหนักแล้ว บางคนไม่ยอมรับ ไม่เข้าใจธรรมชาติของโรค มีอคติต่อแพทย์และการแพทย์ ปัญหารสื่อสาร บุคลากรทางการแพทย์บางส่วน มีข้อด้อยในการสื่อสาร การแจ้งข่าวร้ายการปลอบโยน บ้างเห็นใจให้ความหวังคนไข้มากไป บ้างให้ความหวังน้อยไป ปัญหาการขาดหน่วยงานที่เป็นกลาง (ที่ไม่ใช่ศาล) เพื่อไกล่เกลี่ยเมื่อมีปัญหาระหว่างคนไข้และแพทย์ ที่คนไข้เชื่อถือและพอใจ อันที่จริงมีหน่วยงานสำหรับร้องทุกข์ เมื่อคนไข้และญาติเกิดปัญหามากมาย เช่นแพทยสภา กระทรวงสาธารณสุขจังหวัด กระทั่งหน่วยงานหรือโรงพยาบาลที่เกิดปัญหา รวมทั้งมาตรา 41 ที่ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เบื้องต้น จากความเสียหายทางการแพทย์ แต่บางส่วนไม่เป็นที่เชื่อถือ ไม่ทำให้คนไข้และญาติพอใจ ความเสี่ยงที่ไม่อาจคาดเดาได้ ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันเป็นสากล ว่ามีอัตราเสี่ยง เช่น การแพ้ยา ผลการรักษาที่ไม่เป็นไปตามคาด ภาวะแทรกซ้อนของโรค ฯลฯ สรุป ... การตบแพทย์และการจำคุกแพทย์ เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เนื่องด้วยรากเหง้าของปัญหาส่วนใหญ่ ไม่ได้เกิดจากสันดานของแพทย์ แต่เกิดจากปัญหาของบริบทโดยรวม ดังนั้น .. แม้แพทย์จะมุ่งมั่นทำงานเพียงใด เป็นคนดีในสังคมเพียงใด เหตุการณ์ที่ถูกสังคมลงโทษอย่างรุนแรง ก็เกิดขึ้นได้ แม้เมื่อเกิดเหตุร้ายขึ้น แพทย์จำนวนมากยังมุ่งมั่นกับการทำงาน ปิดทองหลังพระอยู่ทั่วประเทศต่อไป แต่เหตุการณ์ดังกล่าวมีผลกระทบทางลบ บั่นทอนขวัญและกำลังใจแพทย์ทุกคน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากความหวาดหวั่น ยังมีผลต่อเวชปฏิบัติของแพทย์ ซึ่งอาจจะเกิดผลกระทบคนไข้ ที่ต้องอยู่ในความดูแลรับผิดชอบ ของแพทย์ตามมาเป็นลูกโซ่ |