| fill my heart | ||
fill my heart |
||
|
View All |
||
พิมพ์หน้านี้
|
สรุปลำดับขั้นตอนการขอ "สมรสพระราชทาน" 1. เขียนคำร้องแจ้งความประสงค์เข้าไปที่ สำนักพระราชวังโดยนำเอกสารแบบฟอร์ม "การขอพระราชทานน้ำสังข์" จากกองงานฯ มากรอกรายละเอียด เขียนประวัติของคู่บ่าวสาว และความสัมพันธ์กับเชื้อพระวงศ์ หรือถ้ามีคน ในครอบครัวคนใดมีโอกาสได้ถวายงานก็ให้เขียน รายละเอียดลงไปด้วยจะเป็นการดี และเราสามารถระบุช่วงเวลาที่เราต้องการได้ เช่นกลางปี 2551 เป็นต้น จากนั้นก็รอหมายแจ้ง จากทางสำนักพระราชวัง ( ก็อยากแนะนำว่าถ้าต้องการเร็วและ รู้จักผู้ใหญ่อยู่บ้างให้คอยถามไถ่ท่านผู้หญิง ที่ถวายงานแต่ละพระองค์อยู่ ทางข้างในวัง เค้าจะรู้กันว่าท่านผู้หญิงคนไหนที่เป็นคนจัดการ เรื่องพวกนี้อยู่คือต้องคอยตามเรื่องนิดหน่อย )
2. ทางสำนักพระราชวังจะแจ้งหมายกำหนดการ วันเวลา และ สถานที่ที่จะทำการเข้าเฝ้าฯ ช่วงระยะเวลาการรอจะแตกต่างกันไป ในแต่ละคู่ขึ้นกับจำนวนผู้ที่ทำเรื่องไว้ก่อนแล้ว และความสัมพันธ์ที่มีต่อพระราชวงศ์องค์นั้นๆ 3. แจ้งรายชื่อผู้ติดตามทั้งหมด ( บิดา-มารดา และพยานของทั้งสองฝ่ายๆ ละ 4 ท่านโดยรวม คู่บ่าว-สาวเป็นทั้งหมด 10 ท่าน )
4. ถ้าต้องการจดทะเบียนสมรสในวันนั้น ให้เตรียมเอกสารตามที่ระบุ เช่นทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน และค่าธรรมเนียม 200 บาท ให้ทางสำนักพระราชวังก่อนวันเข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานน้ำสังข์ ( ในกรณีที่คู่สมรสได้รับอนุญาตให้รับ น้ำสังข์พระราชทานแล้ว ห้าม !! ให้มีการ รับน้ำสังข์มงคลสมรสจากผู้อื่น (สามัญชน) อีก ถ้าทางผู้ใหญ่อยากให้มีการเจริญพุทธมนต์ ตามความเชื่อของคนไทยก็ควรที่จะจัดเป็น 2 พิธี .. ซึ่งก็คือก่อนหน้าที่จะเข้าเฝ้าฯ ควร จัดเป็นพิธีหมั้นเสียก่อน แล้วในวันฉลอง มงคลสมรสพระราชทานในช่วงเช้าก็อาจทำ ได้แค่เพียงการทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็น ศิริมงคลของชีวิตคู่ ) 5. ทางสำนักพระราชวังจะกำหนดวันนัดซ้อม ก่อนวันเข้าเฝ้าฯ
6. นัดซ้อมอีกครั้งในวันจริงพร้อมกันทั้งหมด ( คู่บ่าว-สาว และผู้ติดตาม ) ซึ่งทาง สำนักพระราชวังจะนัดให้ไปถึงก่อนฤกษ์ ประมาณ 3 ชั่วโมง และจะมีเจ้าหน้าที่ คอยกำกับบอกแก้ไขจุดที่บกพร่องอีกครั้ง ไม่ต้องกังวลเรื่องรายละเอียดว่าเราต้องทำอะไร อย่างไรในตอนเข้าเฝ้าฯ เพราะทางเจ้าหน้าที่ เค้าจะคอยฝึกสอนให้ 7. การแต่งกาย ชาย : ถ้าเป็นข้าราชการให้แต่งเครื่องแบบ เต็มยศ ถ้าเป็นพลเรือนให้ใช้ชุดราชประแตน พร้อมติดเครื่องหมายเข้าเฝ้าที่คอเสื้อ หญิง : ใส่ชุดไทยบรมพิมาน ( ไม่กำหนดสี หรือชนิดของผ้า ) แต่ชุดไทยบรมพิมาน ที่ถูกต้องต้องไม่มีผ่าหลังหรือผ่าหน้า เพราะจะไม่สุภาพเวลาก้มกราบและหมอบคลาน ส่วนรองเท้าไม่อนุญาตให้มีสายคาดหรือ สายรัดข้อเท้า ต้องเป็นแบบสวมหุ้มส้นเท่านั้น เครื่องประดับก็ควรใส่เพียงน้อยชิ้น ไม่ควรมีเป็นระย้าห้อยตุ้งติ้งเพราะต้อง มีการก้มกราบหลายครั้ง ส่วนผู้ติดตามที่เป็นผู้หญิงให้ใช้ ชุดไทยจิตรลดา
8. แบบผมของผู้หญิงควรเป็นทรงที่เรียบร้อย ไม่รุงรังและไม่ฉีดสเปรย์ใส่ผมมากเกินไป จนเหนียวเหนอะหนะ เพราะอาจทำให้มีปัญหา ในการทัดใบมะตูมได้ 9. เตรียมพานดอกไม้ธูปเทียนสำหรับวันที่เข้าเฝ้าฯ ถ้าเกรงว่าจะไม่ถูกต้องตามประเพณีก็สามารถ ให้ทางสำนักพระราชวังจัดเตรียมให้โดยให้ไป ติดต่อแจ้งความจำนงและชำระเงินไว้ เมื่อถึงเวลา เข้าเฝ้าฯ ของเราทางเจ้าหน้าที่จะเป็นคนจัดการ นำมาวางไว้ให้ที่โต๊ะ 10. เมื่อเสร็จพิธีในส่วนของเราแล้ว ก็สามารถกลับได้เลยไม่ต้องรอให้ทำพิธี จนครบทุกคู่ ( ปกติวันที่ทรงพระราชทานน้ำสังข์ จะมีประมาณ 6-8 คู่ ซึ่งทางสำนักพระราชวัง จะเป็นคนกำหนดแจ้งลำดับก่อนหลังมาให้ ) |