พิมพ์หน้านี้
|
ต้องขอโทษคุณ ส.สนสอาดจิตด้วยค่ะที่พิมพ์ชื่อผิด เลยขอแวะมาแก้ไขให้มันถูกต้อง ขอโทษจริงๆค่ะ วันนี้เข้ามา entry ด้วยความรู้สึกขุ่นเคืองใจ อารมณ์ขึ้นเกือบจะถึงยอดดอยอินทนนท์ แต่พอได้เข้าไปฟังเพลงเพราะๆ ใน blog ของคุณส.สนสอาดจิต ทำให้ดึงอารมณ์ตัวเองลงมาได้มากทีเดียว ต้องบอกว่า blog นี้เป็นหนึ่งในหลายๆ blog ที่ชอบใจและต้องแวะชมทุกครั้งเมื่อได้เข้าเว็บของ OKNation ลองแวะไปทักทาย และฟังเพลงซึ้งๆให้อารมณ์เย็นลงได้นะคะ ขอเป็นประชาสัมพันธ์ blog ของคุณส.สนสอาดจิตไปในตัว http://www.oknation.net/blog/dreamup/2007/11/19/entry-1 แนะนำ blog น่ารักๆของเพื่อนแล้ว คงต้องเข้าเรื่องของตัวเองซักที เรื่องที่ทำให้ของขึ้น อารมณ์ขึ้นจากความไม่เข้าใจว่าศีลธรรมของ คน หายไปไหน... ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส เคยปาฐกถานำในการประชุมสัมมนา การรวมพลังสื่อสร้างกระแสคุณธรรม เมื่อปี 2548 และให้ความหมายในเรื่องของศีลธรรม ว่าคือการอยู่ร่วมกันอย่างถูกต้อง และต้องถูกต้องในทุกมิติของสังคมไม่อย่างนั้นแล้วสังคมก็จะรวนไปหมดทั้งระบบ มิติทางสังคมคืออะไร? ทุกอย่างค่ะ ทุกอย่างตั้งแต่เศรษฐกิจ ศาสนา วัฒนธรรม การเมืองการปกครอง การศึกษา สังคม ชุมชน ครอบครัว ที่กล่าวมาน่าจะครอบคลุมครบถ้วนทุกมิติ ทุกอย่างต้องดำรงอยู่ร่วมกันหากขาดศีลธรรมในการอยู่ร่วมกันนั่นหมายถึงว่ามันขาดความถูกต้องและสอดคล้องกัน แล้วสังคมจะเป็นอย่างไร? มนุษย์มีความคิดเชิงศีลธรรมตั้งแต่เกิดมาลืมตาดูโลกและมันก็จะค่อยๆลดระดับความมีศีลธรรมลงเมื่อคนเห็นความสุขทางกายสำคัญกว่าความสุขทางใจ สิ่งที่เห็นเป็นรูปธรรมคือ คนเห็นเงินเป็นปัจจัยยกระดับฐานะในการดำรงชีพมากกว่าเห็นเงินเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งในการดำรงชีพเท่านั้น... ยอมรับตรงๆว่าฉันเองไม่มีความรู้เกี่ยวกับการทำหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ตามสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะในห้าง และขอบเขตอำนาจหน้าที่ที่ รปภ. เหล่านี้มีมันมากมายขนาดไหน? แต่ที่รู้มันมากพอที่จะทำให้ฉันเห็นตัวอย่างของความบกพร่องทางศีลธรรมได้ชัดเจนทีเดียว กรณีนี้มันมีอยู่ว่า น้อยหน่า นัดเพื่อนกินข้าวที่ห้าง (แห่งหนึ่ง) ฉันเป็นหนึ่งในเพื่อนที่น้อยหน่านัดไปต้องบอกว่าลานจอดรถที่ห้างนี้มีรถแออัดมากจนหาที่จอดแทบไม่ได้ น้อยหน่าต้องจอดรถในลักษณะขวางหน้ารถอีกคันเพราะไม่ได้จอดในช่องจอด มารยาททั่วไปของการจอดแปะหน้ารถคันอื่นก็คือการปลดเบรกมือและใส่เกียร์ว่าง น้อยหน่าปลดเบรกมือเรียบร้อยแต่เรื่องมันเกิดเพราะแทนเกียร์จะอยู่ในตำแหน่งที่มันควรอยู่คือ N เพื่อให้รถสามารถขยับได้หากเจ้าของรถในช่องจอดต้องการออก แต่เกียร์ใส่อยู่ในตำแหน่ง P!!! เสียงประชาสัมพันธ์ประกาศเรียกเจ้าของรถ ซึ่งก็คือน้อยหน่า แต่เพราะความที่เรากินข้าวกันในร้านอาหารทำให้ไม่ได้ยินเสียงเรียกจากประชาสัมพันธ์ เสร็จจากร้านอาหารก็แยกย้ายกันกลับ น้อยหน่ามากับนกจึงกลับพร้อมกัน และต้องผ่านที่น้อยหน่าจอดรถก่อนคนอื่น สิ่งที่เห็นคือรถจอดค้างอยู่ในสภาพด้านหน้ารถถูกยกขึ้นจากเครื่องยกลาก พอ รปภ.เห็นหน้าน้อยหน้าและเพื่อนอีกคนซึ่งกำลังตั้งท้องก็ปรี่เข้ามาหาโดยไม่เห็นว่าฉันเดินตามมาไม่ห่างนัก ฉันได้ยินเสียง รปภ. พูดใส่ วอ ว่า โจทก์มาแล้วๆ พอเดินเข้าไปใกล้อีกนิดก็ได้ยินว่า ต้องจ่ายค่าปรับ 200 บาท ฉันรีบเดินเข้าไปจนรวมอยู่ในกลุ่มเดียวกันและไม่ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะสิ่งที่ได้ยินด้วยหูตนเองสามารถประติดประต่อเรื่องราวได้ระดับหนึ่ง พี่จอดรถใส่เกียร์ไว้งี้ ผมต้องยกออก ตอนนี้น้อยหน่ากับนกตกใจสภาพไม่ต่างจากเด็กที่ทำผิดแล้วโดนจับได้ ความเงียบเข้าปกคลุมบริเวณนั้นชั่วระยะทั้งที่ปกติเพื่อนทั้งสองคนคุยเก่งมาก แต่ตอนนี้ฉันต้องเป็นฝ่ายเจรจาแทน เห็นสภาพรถก็รู้ค่ะว่าพี่ยกรถออก ขอโทษแทนเพื่อนด้วย แล้วจะต้องยังงัยต่อคะ เอาที่ยกออกก่อนได้มั๊ย รปภ. เอาที่ยกรถออกให้ตามที่ขอ แต่ยังไม่วายพูดเรื่องเงิน 200 บาทที่ต้องจ่าย ฉันรู้ดีว่ากรณีนี้เพื่อนผิดเต็มประตูจอดรถไม่ปลดเกียร์ว่าง แต่ที่ไม่เข้าใจคือการกระทำของ รปภ. คนนี้ การไม่เอาที่ยกรถออกเมื่อลากรถเสร็จเรียบร้อยแล้วมันเป็นสิ่งปกติทั่วไปที่ทำกันอย่างนั้นหรือ? ฉันเต็มใจที่จะซัดเพื่อนสักป้าบเพื่อให้มันได้สติแล้วจ่ายเงินตามระเบียบที่มีและควรจ่าย แต่ รปภ.ทำท่าข่มขู่และ วอ เรียกเพื่อนตลอดเวลา โจทก์มาแล้วๆ ฉันเห็นเพื่อน รปภ.ที่วอเรียกโผล่หน้ามาทางช่องประตูด้านที่ต่อกับลานจอดรถ รปภ. กวักมือเรียกเพื่อน เห็นแต่เพื่อน รปภ.ส่ายหน้าและเดินหายกลับเข้าไปในตัวห้าง.. แล้วต้องไปจ่ายเงินที่ไหนคะ ก็จ่ายที่นี่เลย ได้พี่ ยังงัยขอใบเสร็จด้วยแล้วกัน เรื่องควรที่จะจบแค่นี้หลังจากฉันขอใบเสร็จและเต็มใจที่จะจ่ายเงินตามระเบียบ แต่ รปภ. กลับอึกอักพูดจาไม่รู้เรื่องสุดท้ายบอกว่าไม่มีใบเสร็จ แถมให้ข้อกล่าวหากับฉันว่าเรื่องมากให้รอคุยกับหัวหน้าเลยดีกว่าจะวอเรียก...ฉันคิดในใจว่าหากพี่ รปภ.ขอค่าเหนื่อยที่ต้องลากรถซัก 200 บาท ฉันคงรู้สึกผิดไปกับเพื่อนมากกว่านี้ แต่ตลอดเวลาที่คุยกันมีแต่แสดงให้เห็นว่านี่คือการกรรโชกทรัพย์อย่างมีระดับเพราะทำกันอย่างเปิดเผยและกระทำบนห้าง ผิดที่ขบวนการเพราะเพื่อนไม่ลงมาร่วมวงด้วยปล่อยให้ รปภ.คนนี้แสดงบท โจร อยู่คนเดียว... ความไม่มียางอาย ของมนุษย์นี่แหล่ะ เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจและน่ากลัวที่สุดเพราะนั่นหมายถึง เขาสามารถกระทำในสิ่งที่ไม่รู้ผิด ไม่รู้ชอบ ไม่รู้ชั่ว ไม่รู้ดี แต่รู้ตัว มีสติระลึกรู้ว่ากำลังทำอะไรลงไป แต่อาศัยเพียงความหน้าไม่อายของตัวเอง...ฉันเริ่มทนไม่ได้กับพฤติกรรมนี้ นึกรู้ว่าไม่มีระเบียบเก็บเงินกับลูกค้าที่จอดรถขวางหน้ารถคันอื่นและยอมรับโดยดีหากผลจากการลากรถที่จอดผิดที่ผิดทางจะส่งผลให้รถเสียหายเพราะทำผิดอย่างเลี่ยงที่จะรับโทษนั้นไม่ได้ ถึงไม่ใช่ลูกค้าชั้นดีแต่ก็ไม่ได้เลวพอที่จะขับรถออกจากตรงนั้นโดยไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ แต่ความรับผิดชอบด้วยการให้เงินกับโจรในคราบผู้รักษาความปลอดภัยนี่มันอนาถใจจริงๆ แล้วจะมีไปเพื่ออะไร? ผู้รักษาความปลอดภัย ฉันเดินเข้าไปใกล้พอที่จะอ่านชื่อ-นามสกุลพี่ รปภ.และท่องซ้ำไปซ้ำมาเพื่อจดจำได้นานที่สุด มีลูกมีหลานจะไม่ให้ใช้ชื่อนี้และห้ามเกี่ยวดองกับคนนามสกุลนี้เด็ดขาดเพราะเหมาเอาแบบพาลๆว่าเป็นคนไม่ดี...ตอนนี้น้อยหน่าเริ่มตั้งสติได้เปิดประตูรถเพื่อให้นกที่กำลงท้องเข้าไปนั่งรอ เกือบ 10 นาทีที่รอหัวหน้าอย่างที่กล่าวอ้าง ไม่นับรวมเวลาที่พูดจาร่ำไรกับ รปภ.คนนี้ พี่จะเอางัยเนี่ยะ หนูจะจ่ายตังค์ก็ไม่มีคนมา หนูรอมานานแล้วนะ ถ้าเป็นประโยคแรกๆที่น้อยหน่าพูด ฉันคงด่ามันเข้าให้เพราะมันนั่นแหละถึงได้เกิดเรื่องแต่ฉันก็เหลืออดแล้วจริงๆกับพฤติกรรมศีลธรรมบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ เลยปล่อยให้น้อยหน่าแผลงฤทธิ์บ้าง เอางัยจะให้ขึ้นไปหามั๊ย อยู่ข้างบนใช่มั๊ยล่ะ เอาไปๆ ขึ้นไปจ่ายตังค์ข้างบนเลยจะได้จบๆ? ก็เพราะ รปภ. ไม่ใช่นักแสดงคงไม่มีพรสวรรค์พอที่จะปั้นสีหน้าท่าทางให้มั่นคงแข็งแรงอยู่ได้ยามโดนของจริงกระหน่ำซะขนาดนั้น คิดแทนพี่ รปภ.ถ้ารู้ว่าเรื่องมันจะหักมุมเป็นคนถูกต้อนแทนจะเป็นคนไล่ต้อน คงไปฝึกวิทยายุทธให้เข้าขั้นไร้ร่องรอยก่อนจะมาย่ำเท้าบนถนนหากินวิธีนี้ และคิดแทนอีกว่าหากพี่ปฏิบัติหน้าที่ตามตำแหน่งที่รับพี่เข้าทำงานพี่คงไม่ตกอยู่ในสภาพอย่างนี้ แล้วนี่ทำขนาดนี้ ถ้ารถเป็นอะไรไปแล้วจะทำงัย ฉันรีบเปลี่ยนเรื่อง เพราะน้อยหน่าเริ่มแสดงอาการความจำสั้นลืมว่าตัวเองเป็นคนผิดเปิดโอกาสให้คนขาดศีลธรรมคนหนึ่งสบช่องได้รีดไถเงิน ถ้าสบช่องที่เดินได้ง่ายคงได้เงินใช้ 200 บาทฟรีๆ พี่ (ชื่อ) พี่จดทะเบียนรถไว้ดีกว่านะคะ แล้วถ้ามีปัญหาพี่ก็แจ้งมาเค้ามีงานทำเป็นหลักแหล่ง 200 บาท ยังงัยก็จ่ายแต่นี่เสียเวลารอหัวหน้าพี่นานมากเลย น้อยหน่าขึ้นประจำที่คนขับและออกรถแบบไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ ส่วนนกคงนั่งเซ็งจนสะเทือนไปถึงลูก ฉันเห็นรปภ.คนนั้นทำหน้าไม่ค่อยดีตอนโดนเรียกชื่อ เพราะฉันถูกสอนโดยหน้าที่ความรับผิดชอบให้สังเกตและสนใจกับสิ่งรอบข้างเพราะฉะนั้นอย่าว่าแต่ชื่อพี่รปภ.เลย แม้แต่ชื่อบริษัทที่ติดอยู่ข้างแขนฉันก็ต้องอ่านและจำ ฉันไม่หันกลับไปมอง รปภ.คนนั้นอีกไม่รู้มีอาการอะไรหลังจากพวกฉันออกมา...ฉันด่าเพื่อนตามสไตล์คือด่าให้จำไม่ได้ให้เก็บไปเจ็บใจเล่น การขับรถไม่ได้สักแต่ว่าขับ และจอด แต่มารยาทที่ผู้ขับรถพึงมีทุกสถานที่ทุกเวลาก็ควรศึกษาไว้และไม่ควรถูกลืมง่ายๆอย่างนี้ และน้อยหน่า ไม่บกพร่องต่อสิ่งที่เป็นหน้าที่พึงกระทำของตนเอง เรื่องเสียเวลาเสียอารมณ์อย่างนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นแน่ ฉันนึกเกลียดคนที่ทำให้เงินมีอำนาจเหนือจิตใจคนขนาดหนัก ความละอายต่อสิ่งที่ตนเองกระทำมันน้อยกว่าความอยากได้เงิน 200 บาท !!! เหตุไม่ควรเกิดยังเกิดขึ้นได้จากเหตุบกพร่องศีลธรรมในมุมเล็กๆมุมหนึ่งของสังคม ลองคิดเล่นๆ หากเหตุบกพร่องอย่างนี้เกิดในทุกมิติของสังคม สังคมนี้ยังจะอยู่ได้อีกหรือ?
|
| เซี่ยงไฮ้-หังโจว | ||
ผจญภัยที่เซี่ยงไฮ้ |
||
|
View All |
||
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |