• KBandid
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 21
  • จำนวนผู้ชม : 8386
  • จำนวนผู้โหวต : 39
  • ส่ง msg :
เล่าความ ตามอารมณ์
คิดดีทำดีได้ อยู่ที่ไหนๆ คิดได้ ทำดี
Permalink : http://www.oknation.net/blog/bandid
วันศุกร์ ที่ 28 มีนาคม 2551
...เพราะเหนื่อย....
Posted by KBandid , ผู้อ่าน : 275 , 18:07:20 น.   | หมวดหมู่ : พฤติกรรมบำบัด  
พิมพ์หน้านี้


เคยอยากอ่านนานาทัศนะเรื่อง Medical Hub มานาน... นโยบายที่รัฐบาลชุดนี้กำลังสืบต่อเจตนารมย์จนเป็นรูปเป็นร่างอยู่ในปัจจุบัน  การอ่านบทความต่างๆ เกี่ยวกับความพยายามผลักดันให้ประเทศไทยเป็น Medical Hub of Asia หรือการอ่านคำให้สัมภาษณ์ของอาจารย์หมอบางคนมันไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกร่วมไปกับผลได้หรือผลเสียที่จะเกิดจากนโยบายนี้เท่าวันที่ฉันได้เห็นด้วยตาตนเอง

มองดูผิวเผินแล้ว นโยบาย Medical Hub of Asia น่าจะเป็นนโยบายที่สวยหรู สามารถทำเงินให้ประเทศได้ตามเป้าที่ตั้งไว้   แต่ลึกลงไปผลกระทบที่เกิดขึ้นแน่นอนคือจำนวนแพทย์ที่ไม่สามารถรองรับกับจำนวนประชากรที่เป็นอยู่ในปัจจุบันและอนาคต

หากดูตามข้อมูลสถิติของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข แม้ว่าขณะนี้มีนโยบายผลิตแพทย์เพิ่ม จากประมาณปีละ 1,000 คน เป็นปีละ 2,000 คน แต่อีก 10 ปีข้างหน้า (ประมาณปี พ.ศ.2561) ประเทศไทยยังคงมีจำนวนแพทย์ต่อจำนวนประชากรต่ำกว่ามาตรฐานที่ควรจะเป็นและต่ำกว่าประเทศอื่นที่ข้างเคียง

ยังไม่นับรวมพยาบาลและบุรุษพยาบาล ซึ่งถือเป็นส่วนให้บริการที่สำคัญ ว่าจะเพียงพอหรือไม่กับปรากฎการณ์

Medical Hub ที่เกิดขึ้นผลกระทบหลักๆ คือ การขาดแคลนบุคคลากรทางการแพทย์ของภาครัฐ จากการแย่งกันของภาคเอกชนที่ต้องการซื้อตัวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับโรงพยาบาลในการเป็นศูนย์รักษาเฉพาะด้าน และลุกลามไปจนถึงการว่าจ้างแพทย์ (หรือซื้อตัว) ระดับอาจารย์แพทย์เพื่อให้ไปประจำตามโรงพยาบาลเหล่านั้น คำถามที่ตามมาคือ แล้วผู้ป่วยภาครัฐล่ะใครจะดูแล?

การว่าจ้างหรือเรียกให้ถูกว่าการซื้อตัวแพทย์หนึ่งคน ต้องลงทุนเท่าไหร่? การเรียกค่ารักษาพยาบาลแพงๆ ย่อมเป็นตรรกะที่ถูกต้องที่สุด แต่เป็นความถูกต้องบนหลังคนไทยที่ไม่มีทางเลือกสิบกว่าล้านคน 

เพื่อนสนิทที่สุดของฉันคลอดลูกด้วย pakage สุดประหยัดที่ทางโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งเสนอให้ 29,000 บาท 2 คืน 2 วัน ห้องพักมีทุกอย่างครบถ้วน มีบริการที่ดีน่าประทับใจเหมือนมาพักตากอากาศมากกว่าพักรักษาตัว

ในขณะที่น้องที่ทำงานคลอดลูกในโรงพยาบาลรัฐที่ไม่ต้องจัด pakage ให้ยังงัยก็ถูกกว่า ราคาถูกพอกับบริการที่ได้รับก็ถูกสมราคา นอนได้คืนเดียวก็ต้องหอบทั้งลูกหอบทั้งสังขารกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้าน เนื่องจากห้องพักเต็ม (ทั้งที่เป็นห้องรวม) อาการดีขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ก็ต้องรีบกลับ นี่คือสิ่งที่คนไทยไม่มีทางเลือก 1 คนได้รับ

ฉันเคยถามเพื่อนที่เป็นพยาบาล ถึงความแล้งน้ำใจในการให้บริการของคนที่จัดอยู่ในประเภทมี (คน) เกียรติ(เกลียด)ใน (คา) เครื่องแบบ

"แต่ละวันคนไข้เยอะมาก"

"เหนื่อย"

"ไปอยู่เอกชนดีกว่า"

เป็นคำตอบที่ต้องเลือกเอาเองว่า คำตอบไหนเป็นคำตอบสุดท้าย ที่ไม่ต้องเลือกเห็นจะเป็นคำตอบบนใบหน้าที่แสดงออกมาว่าเหนื่อยเต็มทน ถ้าเลือกได้มันก็คงอยากไปอยู่โรงพยาบาลเอกชนที่ไหนซักแห่งจริงๆอย่างที่ว่า

วันหนึ่ง ขณะที่ฉันพาแม่ไปหาหมอเพื่อเช็คดวงตาข้างขวาที่แดงผิดปกติจนน่ากลัว เสียงเอะอะ โวยวายจากห้องตรวจก็ดังขึ้นจนกระทั่งหมอผู้ชายในห้องเปิดประตูห้องออกมาสิ่งที่เห็นคือ คนไข้ผู้หญิง อายุราว 60 ปี ถ้าฉันได้คุยกับเค้าคงเรียกเค้าว่ายาย กำลังนั่งฟังหมอว่าๆๆๆ เสียงดังด้วยอาการสงบ ข้างๆกันกับที่ยายนั่งอยู่ฉันเห็นผู้หญิงอีกคนยืนอยู่อาจจะเป็นลูกของยาย ฉันไม่แน่ใจ

สิ่งที่แน่ใจและได้ยินหมือนกันทั้งหูฉันและหูแม่คือผู้หญิงที่ยืนอยู่ถามหมอว่าแล้วตาจะมองเห็นมั๊ย?

"คุณพูดไม่รู้เรื่องเหรอ ให้กลับไปดูแลให้ดี จะเห็นหรือเปล่าก็ไม่รู้" เสียงดังจนคนไข้อื่นมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

ผู้หญิงคนนั้นถามอะไรอีกฉันไม่ได้ยินเพราะน้ำเสียงเค้าเบาลง แต่เสียงที่กลับดังขึ้นคือเสียงหมอ

"ไม่รู้ๆๆ กลับไปกินยา หยอดยาให้หมดแล้วกัน"

ฉันเห็นหน้ายายไม่ถนัด แต่เห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นชัดเจน หน้าเศร้ามาก จนฉันอยากลุกไปว่าหมอด้วยกิริยาที่เรียกว่าต่ำเท่าๆกับที่หมอกำลังทำ หันกลับไปมองหน้าแม่ แม่นั่งเฉย อีก 2 คิวแม่ต้องเข้าไปตรวจกับหมอคนนี้

"ไปหมออื่นดีกว่าแม่"

"หมอนี้เก่งแล้ว น้าณีแนะนำมา"

ฉันอึ้ง ใช่ จุดประสงค์ของการมาโรงพยาบาลของแม่คือต้องการหาหมอที่เก่งและชำนาญในโรคที่กำลังเป็น แม้ว่าแม่เลือกไปโรงพยาบาลเอกชนได้แต่แม่ก็ไม่ไป เหตุผลคือ

"แพง จะไปเสียตังค์ทำไม ไหนๆลูกก็เบิกได้"

แม่ตรวจเสร็จสิ้นผ่านไปด้วยดีผลตรวจจากหมอคนนั้นบอกว่าแม่เส้นเลือดฝอยในตาแตก ไม่เป็นไร หยอดยาสองวันก็หาย ไม่มีเสียงโวยวายเหมือนก่อนหน้านั้น ฉันไม่ได้เข้าไปเพราะแม่เห็นอาการหน้างอพอๆกับทัพพีตักข้าวเลยให้นั่งรอหน้าห้อง ไม่รู้ว่าแม่โดนอะไรบ้าง หมอพูดอะไร แต่ก็อุ่นใจเพราะหน้าแม่เป็นปกติดีรวมทั้งตรวจเสร็จสิ้นจนรู้ว่าเป็นอะไร

พยาบาลพูดจาห้วนถึงห้วนมากตอนแม่ไปรับยา ฉันถึงได้เสือกหน้าเข้าไปทำหน้าตะบวยใส่ บอกตรงๆว่าแม่ตรวจเสร็จแล้วไม่มีอะไรจะห้ามปากฉันได้ถ้าจะพูดอะไรออกไปบ้าง

ทำไมทั้งหมอและพยาบาลชอบดุคนไข้ โดยเฉพาะคนไข้ที่อายุมาก ทำเหมือนตัวเองจะสามารถคงความเป็นหนุ่มเป็นสาวไว้ได้จนตาย สมัยนี้จบหมอจบพยาบาลไม่มีวิชาว่าด้วยจรรยาบรรณในการรักษาและดูคนไข้แล้วหรืออย่างไร

ทั้งหมดย้อนกลับไปสู่เรื่อง Medical Hub....ไม่รู้คิดดีแล้วหรือ กับนโยบายสำหรับประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศไทย คนเจ็บป่วยที่เข้ารับการรักษาไม่เลือกเพศ อายุ เวลา หน้าตาและฐานะ ในขณะที่คนรักษาพยายามทำตัวเป็นผู้เลือกทั้งๆที่ไม่ควรเลือกด้วยจรรยาบรรณและศีลธรรมในอาชีพ

หมอคนนั้นอาจจะเหนื่อย แต่แท้จริงแล้วเค้าน่าจะ(อาจจะ)เป็นคนดีที่ยอมสละเวลามาอยู่รักษาคนไข้นอกเวลาในโรงพยาบาลรัฐ ทั้งที่ช่วงเวลานี้น่าจะไปเปิดคลีนิกส่วนตัวหรือไปทำพิเศษในโรงพยาบาลเอกชนที่ไหนซักแห่ง 

จากชื่อเสียงที่เพื่อนแม่หลายคนการันตี หมอคนนี้เก่งและเชี่ยวชาญในการรักษาโรคเกี่ยวกับดวงตา
การมาพึ่งหมอในภาวะที่สภาพร่างกายไม่แข็งแรง พอๆกับที่จิตใจห่อเหี่ยวกว่าช่วงเวลาปกติ แม้หมอจะเก่งและดี
แค่ไหน  มันคงไม่ช่วยสร้างกำลังใจให้คนไข้หายเป็นปกติในเร็ววัน หากสิ่งที่หมอพูดมันพาลให้คนไข้กลับไปนอนช้ำในตาย...สิ่งที่หมอแสดงออกกับคนไข้เพราะ...เหนื่อยใช่มั๊ยคะ?

นี่แค่ปัญหาแพทย์กับคนไข้ไม่ได้สัดส่วนกัน และยังจะมีปัญหาอื่นๆอีก เช่น จรรยาบรรณของแพทย์ที่ลดต่ำลง กลายเป็นแพทย์พาณิชย์  ปัญหาขาดแคลนอาจารย์แพทย์ที่เชี่ยวชาญในการสอนนักเรียนแพทย์  และยังเรื่องค่ารักษา  พยาบาลที่แพงขึ้น   ฯลฯ

ไม่ใช่ว่า Medical Hub ไม่ดี ไม่ใช่ว่าฉันไม่เห็นด้วย แต่ในขณะที่ทุกอย่างเตรียมพร้อมรองรับคนไข้ต่างชาติและคนไทยที่มีกำลังทรัพย์  แล้วคนไทยอีกหลายสิบล้านคนมีนโยบายสาธารณสุขที่ดีรองรับแล้วหรือ? ไม่ใช่ 30 บาทจะรักษาได้ทุกโรค ไม่ใช่ประกันสังคมจะเป็นความหวังของชนชั้นกลาง  แต่เป็นความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนต่างหาก

ณ ตอนนี้ ประเทศไทยพร้อมแล้ว   จริงหรือ???

ขอบคุณภาพประกอบจาก  

http://www.ramacme.org/articles/3-16-207-2201-0203-04/01.jpg
http://galleries.absolutearts.com/galleries/artwork/tomasigallery/tomasigallery1112976509.jpg

และขอบคุณ OKNation ที่หาที่ไว้ให้คนกลัดกลุ้มได้ระบาย


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 23
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 10/04/2008 เวลา : 23.29 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
    http://www.oknation.net/blog/konto2    

ยู้ฮู ฮาวอ๊ายู้
ความคิดเห็นที่ 22
ส.สนสอาดจิต วันที่ : 09/04/2008 เวลา : 16.29 น.
http://www.oknation.net/blog/dreamup
ส.สนสอาดจิต

สุขสันต์สงกรานต์นะครับ


ความคิดเห็นที่ 21
TheQueenofNostalgia วันที่ : 05/04/2008 เวลา : 11.33 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

เราเชื่อว่าสิ่งที่หมอ(แม้จะเป็นเรื่องกายภาพ)รักษาคนไข้
ไม่ใช่แค่อาการของโรค แต่รักษาจิตใจของคนไข้ให้ต่อสู้กับโรคด้วยนะ
นึกไม่ออกถ้าเราไปอยู่ในเหตุการณ์หมอดุคุณยายนั่น เราจะทำยังไง
เข้าใจความรู้สึกเลย
ความคิดเห็นที่ 20
ผู้หญิงตัวเล็ก วันที่ : 05/04/2008 เวลา : 07.53 น.
http://www.oknation.net/blog/rinn

เป็นธุรกิจกันไปหมดแล้ว


ความคิดเห็นที่ 19
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 04/04/2008 เวลา : 14.54 น.
http://www.oknation.net/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

สวัสดีครับ
ความคิดเห็นที่ 18
ส.สนสอาดจิต วันที่ : 03/04/2008 เวลา : 14.25 น.
http://www.oknation.net/blog/dreamup
ส.สนสอาดจิต

เป็นประเด็นที่นั่งถกเถียงกับเพื่อนที่เป็นหมอครับ บทสนทนาออกรสชาดกันเอาการเหมือนกันครับ โชคดีที่เป็นเพื่อนสนิทกันทั้งนั้นครับ

มีความสุขนะครับ
ความคิดเห็นที่ 17
KBandid วันที่ : 03/04/2008 เวลา : 14.03 น.
http://www.oknation.net/blog/bandid


เยี่ยมค่ะคุณพี่

ต้องช่วยกันสร้างสำนึกดีให้เกิดขึ้นในสังคม



ความคิดเห็นที่ 16
ส.สนสอาดจิต วันที่ : 03/04/2008 เวลา : 13.47 น.
http://www.oknation.net/blog/dreamup
ส.สนสอาดจิต

เคยถกเถียงกับเพื่อนถึงประเด็นการรักษาของหมอตั้งแต่มีโครงการณ 30 บาทรักษาทุกโรค มีหลายแง่มุมที่ไม่อาจมองข้ามได้เช่นกัน
มีโครงการณ์ 30 บาท ทำให้หมอเหนื่อขึ้นปริมาณคนไข้เพิ่มมากขึ้น ประสิทธิภาพในการตรวจน้อยลง เป็นประเด็นที่ฟังแล้วไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่
จรรยาบรรณทางวิชาชีพน่าจะมาก่อนเป็นอันดับแรกในทางความคิดของผม เรื่องการซื้อตัวของโรงพยาบาลเอกชนผมว่าเรื่องนี้เป็นธรรมเนียมของคุณหมอไปแล้วนะครับ เมื่อฝึกวิชาเก่งกล้าแล้วผมก็เห็นออกมาเกือบทุกรายอยู่ที่ว่าจะออกมาช้าหรือเร็วก็เพียงเท่านั้นจริงๆ ครับ
การเพิ่มปริมาณหมอน่าจะเป็นทางออกที่ทำให้คนในสังคมมีทางเลือกมากขึ้นไม่มากก็น้อยทีเดียวครับ
ความคิดเห็นที่ 15
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 03/04/2008 เวลา : 09.42 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
    http://www.oknation.net/blog/konto2    

ผู้ให้บริการพวกนี้ บางทีเขาดูที่ "เปลือก" ของผู้มารับบริการ

เคยไปที่ทำการเขต
เห็นเด็กนักศึกษามาฝึกงาน ตะคอกชาวบ้านที่มาติดต่อเรื่องทะเบียนราษฎร ยังคิดอยู่ว่าถ้ามาพูดกับเราแบบที่ตะคอกชาวบ้าน เจอดีแน่ แต่ผิดคาดพูดจาเพราะเชียว

แต่ความปากหมาของพี่ก็ยังทนไม่ได้เลย "สอน" น้องนักศึกษานั่นไปว่า นี่ขนาดน้องมาฝึกงานน้องยังเป็นขนาดนี้ ถ้าน้องมาทำงานจะขนาดไหน ถ้าน้องไม่รักในการให้บริการน้องก็อย่ามาทำงานอย่างนี้จะดีกว่า ...คนมองทั้งห้องเลย พี่สังเกตเห็นรอยยิ้มของผู้เข้าคิวด้วยล่ะ...
ความคิดเห็นที่ 14
Monkey วันที่ : 01/04/2008 เวลา : 15.27 น.
http://www.oknation.net/blog/monkey
จงคำนึงถึงการมีชีวิตให้กว้างขว้าง มากกว่าการมีชีวิตให้ยืนยาว

จรรยาบรรณในทุกสายอาชีพลดน้อยลงไปทุกที น่าแปลกที่ยิ่งเจริญทางด้านวัตถุ แต่ใจคน กลับพัฒนาลง
ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล วัด โรงเรียน ทุกอย่างแทบจะเป็นการพาณิชย์ไปแล้ว
ความคิดเห็นที่ 13
KBandid วันที่ : 01/04/2008 เวลา : 12.41 น.
http://www.oknation.net/blog/bandid

ได้อ่านความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้สมใจอยากเลยค่ะ

ขอบคุณเพื่อนๆที่เข้ามาเยี่ยมเยียนและแสดงความคิดเห็นนะคะ



ความคิดเห็นที่ 12
วิตามินบี วันที่ : 31/03/2008 เวลา : 14.34 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


โรงพยาบาลเดี๋ยวนี้
โดยเฉพาะเอกชนกลายเป็น
พาณิชย์ไปหมดแล้ว
ไม่ต่างจากโรงแรมค่ะ
ความคิดเห็นที่ 11
ผักบุ้งไฟแดง วันที่ : 29/03/2008 เวลา : 13.12 น.
http://www.oknation.net/blog/nong9396
อยากให้ทุกวันเป็นวันที่ดี  และโลกนี้สวยงาม

เดี๋ยวนี้กลายเป็นธุรกิจไปหมดแล้ว..
จรรยาบรรณเลยหายไปมังคะ
..
เคยเจอด้วยตัวเองมาแล้วค่ะ
ขนาดเป็นโรงพยาบาลใหญ่ๆแท้ๆ
ความคิดเห็นที่ 10
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 28/03/2008 เวลา : 21.14 น.
http://www.oknation.net/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ

สวัสดีค่ะ

เคยเจอเหมือนกันค่ะ กรณีแบบนี้ พยาบาลไม่ค่อยยิ้ม

หน้าบึ้ง ดุคนไข้ ส่วนมากจะดุก็ คนเฒ่า คนแก่

ถ้าเป็นผู้ดู มีกะตังค์ หน่อย หรือ แทบจะอุ้มขึ้นเตียงเลยคะพี่ เห็นแล้วก็อย่างที่พี่บอก โรงพยาบาลบ้านนอก ที่หวานอยู่ คนไข้เยอะมาก ค่ะ หมอก็หมอเด็ก หมอฝึกหัด หมอเก่งๆๆ ลาออกบ้าง ไปอยู่เอกชนบ้าน

บ้านนอก อย่างเรา ไม่มีทางเลือกเลยคะ ถ้าไม่มีเงิน

ชอบที่พี่เขียนนะคะ โหวตค่ะ
ความคิดเห็นที่ 9
คุณนายหวี วันที่ : 28/03/2008 เวลา : 20.50 น.
http://www.oknation.net/blog/hello

คุณนายเจอมาเยอะเรื่องหมอ กะ พยาบาล ปากเสียนี่ แต่ขอโทษคนอย่างคุณนายไม่เคยยี่หระ แรงมาแค่ไหน แรงไป 2 เท่า ตูมาหาเพราะเจ็บป่วยและเพื่อให้เอ็งได้ใช้วิชาชีพที่เรียนมา จะได้มีเงินใช้เว้ย.ไม่ใช่ขี้ข้าให้เอ็งมาโขกสับ.สำนึกซะมั่ง เราต่างก็มีข้อแลกเปลี่ยนกัน เอ็งรักษา ข้าจ่ายตังค์ ก็แค่นั้นเอง
สำหรับหมอ ดี ๆ ก็มีมากนะ ดีซะจนอยากกราบงาม ๆ ให้เลย ส่วนพยาบาลมีเป็นจำนวนมากที่ซังกะตายทำงาน เหมือนให้มันเสร็จ ๆ พ้น ๆ ไปแต่ละวัน ก็เข้าใจนะคะว่าคนไข้เป็นใครมั่งก็ไม่รู้ ญาติรึก็ไม่ใช่แต่ต้องทำสารพัดล้วนแต่ของสกปรกทั้งนั้นอันนี้เห็นใจจริง ๆ แต่ขอหน่อยได้ไหม...
ขอแค่..รอยยิ้ม และคำพูดที่..นุ่มนวล..เท่านั้นก็พอค่ะ
เฮ้อ..เหนื่อย
ความคิดเห็นที่ 8
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 28/03/2008 เวลา : 20.27 น.
http://www.oknation.net/blog/Bhirisa
เมินอดีต มองปัจจุบัน มุ่งสู่อนาคต

มีรุ่นน้องที่รู้จักเป็นพยาบาลและหมอหลายคน เคยใช้ความที่เขานับถือเราแนะนำและสอนเขาบ่อย ๆ ว่า...
"อย่าเห็นคนเป็นผักปลา...อยากจิ้มก็จิ้มไม่ดูตามม้าตาเรือ"
"อย่าสักแต่ว่าเรียกชื่อแล้วก็ตรวจ ๆ แล้วก็ตรวจ ๆ ไม่เคยถามไถ่ด้วยความเอาใจใส่"
"อันตรายที่สุดที่มนุษย์ทำงานมีคือ 'ความเคยชิน' เพราะถ้าเราอยู่กับมันอย่างจำเจเราจะไม่สร้างสรรค์ เอาใจใส่"

...ยังมีอีกคำแนะนำ คำเตือนมากมาย กับน้อง ๆ เหล่านี้ ก็มีคนเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง...อย่างว่าหมอ-พยาบาลรัฐบาลเป็นเหมือนลูกเมียน้อยมั้ง...ทำงานหนักแต่ได้ตังค์น้อยเลยทำให้ไม่ค่อยใส่ใจ...อย่างว่า 'เงินมักจะเปิดใจคนเสมอ' พูดลำบากค่ะเรื่องนี้...นานาจิตตัง

หวังแค่ว่า...ผู้มีอำนาจจะรู้จักใช้อำนาจและพัฒนาการแพทย์-สาธารณสุขบ้านเราให้รุ่งโรจน์กว่านี้...

คิดว่า...บ้านเมืองนี้ยังไม่พร้อมจะให้บริการใครหรอกค่ะ...เอาตัวเองยังไม่รอดเลย...คนเจ็บออด ๆ แอด ๆ ไม่มีหมอแพทย์มาใส่ใจในประเทศอีกเยอะ..เพราะไม่มีสวัสดิการที่ให้เขาเต็มที่...เพราะลำพัง 30 บาทรักษาทุกโรค...ป่วยทีก็ได้แค่พาราเซตตามอลค่ะ...555..(บ่นยาวไปนิด...โทดที...พอดีเคยรณรงค์เรื่องนี้ในชุมชนบ้างแต่สู้ไม่ไหวค่ะเพราะทุนน้อย...ช่วยชาวบ้านได้แค่ไหนก็ช่วยเท่านั้น...เฮ้อ...วัยรุ่นเซ็งเลย)

ชอบบทความนี้นะคะ...มีสาระประโยชน์...น่าจะส่งให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองอ่านบ้าง...555

มีความสุขมาก ๆ ค่ะ...ขอบคุณที่แวะไปส่งยิ้มที่บ้าน
ไม่มีเวลา Up Blog ได้เมนท์แค่นี้ก็ดีใจแล้ว...แหะแหะ
ความคิดเห็นที่ 7
KBandid วันที่ : 28/03/2008 เวลา : 18.46 น.
http://www.oknation.net/blog/bandid

เจเจค่ะ วันที่ : 28/03/2008 เวลา : 18.23 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
__Rad Label__



+หวอตนะคร้า


------------------------------------------------------------

พี่ก็จิ้มโหวตให้น้องสาวเหมือนกันนะคร้า

อ่านแล้วละอายใจ

เจอเพลงชาติทีไร พี่เปลี่ยนช่องทุกที

(ทั้งที่เปลี่ยนไปช่องอื่นก็เคารพธงชาติเหมือนกัน ไม่รู้คิดได้งัย)





ความคิดเห็นที่ 6
KBandid วันที่ : 28/03/2008 เวลา : 18.38 น.
http://www.oknation.net/blog/bandid


พี่รอให้เจเจบ่นเรื่องนี้

ก็ไม่บ่นให้พี่ซะที

เลยต้องบ่นเอง



ความคิดเห็นที่ 5
คนกุลา วันที่ : 28/03/2008 เวลา : 18.29 น.
http://www.oknation.net/blog/konkula

บ้านเราดูแลกันดีหรือ ยังก่อนจะไปบริการคนอื่น นะ ครับ


ความคิดเห็นที่ 4
เจเจค่ะ วันที่ : 28/03/2008 เวลา : 18.23 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 

+หวอตนะคร้า




ความคิดเห็นที่ 3
เจเจค่ะ วันที่ : 28/03/2008 เวลา : 18.22 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 

แว้ก

แว้ก

ถูกจายจังเยย

บ่น / บ่น / บ่น

เผื่อจะทะลุถึงสำนึกของคนในเก้าอี้ตัวหญ่าย

เนอะเจ๊
ความคิดเห็นที่ 2
รอ... วันที่ : 28/03/2008 เวลา : 18.20 น.
http://www.oknation.net/blog/justbee

แพทย์และพยาบาล ผมอยากให้เป็นคนประชาชน ไม่ใช่เป็นของคนของเงินตรา...
ความคิดเห็นที่ 1
เจเจค่ะ วันที่ : 28/03/2008 เวลา : 18.18 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 


...
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31