| ทิพย์สถานแห่งนี้คือรูสะมิแล | ||
... |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
พิมพ์หน้านี้
|
เก็บมาฝากกันละครับ ภาพจากเกาะสุกร หรือ"เกาะหมู"ที่ชาวบ้านแถวนั้นเรียก แต่ดูๆไปมันลักษณะเกาะมันแบนๆไม่ยักจะเหมือนหมูเท่าไหร่ ผมจึงคาดว่าคำว่าสุกรคงไม่ได้แปลว่าหมู แต่คงจะมาจากสุกรที่มีความหมายว่า "มือสวย" มากกว่าละครับ
...
สำหรับทริปนี้ก็ไปกันเป็นทีมเหมือนเดิมละครับ ก็เพื่อนๆ น้อง อาสา'ตานีที่ทำงานร่วมกันนั่นแหละครับ
...
...
นี้เป็นอาหารประจำตอนเที่ยวละครับ เมนูส่วนใหญก็เป็นมาม่า กับปลากระป๋องตราหกเต้า(สามแม่ครัว) หุหุ ทำไงได้ละครับก็เรามันยังเป็นนักศึกษานี่ จะให้พักรีสอร์ทกินอาหารหรูๆได้ไง แถมยังไปตั้ง4-5วัน ก็ต้องประหยัดกันหน่อยละครับ T T
...
แต่อย่าว่าไปนะครับ เพราะเรายังมีปลาเผาและกุ้งเผา สำหรับมื้อใต้เสียงเทียนในรอบดึก แต่เห็นอย่างนี้ก็ไม่ได้ซื้อเองหรอกครับ เป็นอภินันทนาการจากคนในเกาะ ซึ่งก็เป็นน้องๆผมเองละครับ ก็พี่ๆมาเที่ยวแถวบ้านทั้งทีไม่รับรองปูเสื้อกันให้ดีหน่อยมันก็กะไรอยู่ละครับ ...หุหุ
อันนี้ตอนเดินไปขึ้นเรือไปดูปะการังหน่ะครับ แต่เฮ้อ...ดูแต่ละคน ทำตัวตามสบายกันจริ๊ง เดินกันเต็มถนนยังกะเป็นเกาะส่วนตัวเลยนะเนี่ย โดยเฉพาะไอ้สองคนด้านซ้ายเนี่ย สุดๆจริงๆ เสื้อก็ไม่ใส่ มีเอาโสร่งคลุมตัวอีกต่างหาก เดี้ยวเค้าก็นึกว่าเป็นชนเผ่าพื้นเมืองไร้อารยธรรมกันพอดีหรอก หน้าตายิ่งได้ๆอยู่ด้วย555+
รอกันซะแหงกเลยครับงานนี้ สงสัยเรือคงติด ช่วงวันหยุดก็ยังงี้ละน่า ทำใจกันหน่อยละครับพี่น้อง แต่เห็นว่าลุงแกขับเรือแถวนี้มานานคงรู้ทางลัดมั้งแหละน่าอีกเดี่ยวก็คงมา แต่เอ๊ะ... เรือก็มีติดกับเค้าเหมืนกันหรือวะ เคยได้ยินแต่รถติด ...หุหุ กล้าเล่นนะเนี่ย
...
เย้ๆและแล้วก็ได้ดำน้ำชมปะการังกันซะที หาดทรายขาว ปะการังสวย ไม่ผิดหวังเลยละครับ อยากบอกกับคนที่คิดหนีร้อนกำลังจะไปเที่ยวเมืองนอกในช่วงนี้ว่าให้คิดให้ดีๆเถอะครับเงินทองจะได้ไม่รั่วไหล ประเทศไทยยังมีที่ท่องเที่ยวอีกเยอะแยะครับ โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นชายทะเล หรือ ภูเขา น้ำตกต่างๆ ที่ประเทศเรายังมีที่สวยๆที่แปลกๆ ที่ฝรั่งยังอึ้ง ทึ้ง แต่คงไม่เสียวเท่าไหร่ หุหุ ไม่งั้นประเทศไทยคงไม่มีสโลแกน amazing thailand ทำเงินเข้าประเทศมาแล้วเป็นแสนล้านหรอกครับ จริงอยู่ครับที่ว่าสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่ดังๆ หลายแห่งในปัจจุบันถูกทำลายไปหมดแล้ว ทั้งโดยฝีมือนักท่องเทียวที่ไร้จิตสำนึกทั้งหลาย และทั้งที่กลายเป็นธุรกิจทำเงินให้กับนายทุนบุกรุกทำลายธรรมชาติอันสวยงาม เข้ายึดซื้อที่ปลูกรีสอร์ทเก็บเกี่ยวขูดรีดธรรมชาติกันอย่างเมามัน โดยไม่คิดที่จะตอบแทนหรือรักษา และคงต้องหมดหวังไปได้เลยกับคำว่าอนุรักษ์ เพราะขึ้นชื่อว่าธุรกิจ จุดม่งหวังสูงสุดอย่างเดียวก็คือกำไร ผมคิดว่ารัฐบาลต้องทำการควบคุมกำหนดขอบเขตมาตรการที่รัดกุมเข้มงวดกว่านี้ แต่ที่สำคัญคนในพื้นที่เองนั้นแหละที่ต้องตระหนักเห็นความสำคัญของสมดุลในธรรมชาติของบ้านเกิดตน ไม่ใช่คิดเพียงแต่ว่าจะทำอย่างไรให้บ้านเกิดตนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คนต้องมาเที่ยวเยอะ ที่พักต้องสะดวกสบาย จึงยอมให้มีรีสอร์ท การคมนาคมต้องดี จึงให้มีท่าเรือข้ามฝั่งที่ใหญ่โต ต้องตอบสนองนักท่องเที่ยวให้มากเข้าไว้ จึงให้มีถนนคอนกรีตเลียบชาดหาด จึงให้มีศาลาชมวิว จึงให้มีภัตตาคารหรูริมหาด ถึงมันจะเป็นช่องทางทำรายได้อย่างงาม แต่อะไรละที่จะเหลือไว้...ให้ลูกหลาน
...
...
ขอขอบคุณที่ติดตามอ่านกระทู้นะครับ...แล้วอย่าลืมคอมเมนต์ทักทายกันด้วยนะครับ |