พิมพ์หน้านี้
ซูโดเอฟิดรีน PseudoEphedrine เป็นสารออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติประเภทซิมพาเธติก (ระบบประสาทที่ทำงานเวลาเราตื่นเต้น ตกใจ ทำให้หัวใจเต้นเร็ว) มีโครงสร้างที่คล้ายคลึงกับ เอฟิดรีน รวมทั้งสาร เมธแอมเฟตามีน (ยาไอซ์) อย่างมาก มีการใช้ ซูโดเอฟิดรีน เป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาไอซ์ ซึ่งเป็นสารเสพติดที่ออกฤทธิ์รุนแรง ในปัจจุบัน คณะกรรมการอาหารและยาของประเทศไทย จึงไม่อนุญาตให้้จำหน่ายยาที่มี ซูโดเอฟิดรีน ล้วนๆ ในร้านขายทั่วไป จะมีเฉพาะในโรงพยาบาล โดยต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม อย.อนุญาติให้ยาบางชนิด ที่มี ซูโดเอฟิดรีน เป็นส่วนประกอบร่วมกับยาชนิดอื่นๆ สามารถจำหน่ายตามร้านขายยาทั่วไปได้ เนื่องจากไม่สามารถนำไปใช้เป็นสารตั้งต้น สำหรับการผลิตสารที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทที่มากขึ้นได้แพทย์มักจะใช้ ซูโดเอฟิดรีน เพื่อลดอาการบวมของเยื่อบุจมูก ทำให้อาการคัดจมูกดีขึ้น ปกติมีทั้งแบบชนิดกิน และแบบใช้เฉพาะที่ คือพ่นเข้าไปในจมูก หรือหยอดจมูก แพทย์จะพิจารณายาชนิดใช้เฉพาะที่ ในกรณีที่ต้องการให้เกิดการหดตัวของเยื่อบุจมูกอย่างรวดเร็ว เช่น มีไซนัสอักเสบเฉียบพลัน หรือมีอาการปวดหูตอนเครื่องบินลง ไม่ควรใช้ยาแบบพ่นหรือหยอดนี้ ติดต่อกันเป็นระยะเวลามากกว่า 3-5 วัน เนื่องจากจะทำให้เกิดอาการคัดจมูกอย่างทันทีเมื่อเลิกใช้ (Rebound Phenomenon) และทำให้จมูกอักเสบมากขึ้นได้ ซูโดเอฟิดรีน ออกฤทธิ์โดยการไปกระตุ้นปลายประสาทอัตโนมัติประเภทซิมพาเธติก ซึ่งอยู่ที่ชั้นกล้ามเนื้อของหลอดเลือด มีผลทำให้หลอดเลือดเกิดการหดรัดตัว ทำให้น้ำภายในหลอดเลือดไหลออกไปเนื้อเยื่อของจมูกน้อยลง ลดการสร้างเมือกที่เยื่อบุจมูก จึงมีผลในการบรรเทาอาการคัดจมูก และลดน้ำมูกให้น้อยลง แพทย์มักจะใช้ยาเหล่านี้ ร่วมกับยาแก้แพ้ เพิื่อเสริมฤทธิ์ซึ่งกันและกัน นอกจากใช้ในการลดน้ำมูกแล้ว แพทย์ยังใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยเป็นไซนัสอักเสบ หรือหูชั้นกลางอักเสบ อีกด้วย ผลข้างเคียงที่อาจพบได้จากการใช้ ซูโดเอฟิดรีน คือ ผลจากการกระตุ้นประสาท หงุดหงิด ตกใจง่าย มีนศีรษะ นอนไม่หลับ ใจสั่น มีรายงานของการพบว่าทำให้เกิด อาการหลอนทางประสาท หัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันโลหิตสูง ชัก ลำไส้ใหญ่อักเสบจากการขาดเลือด ด้วย แต่พบได้ไม่บ่อยนัก ข้อควรระวังในการใช้ยา ซูโดเอฟิดรีน ได้แก่ ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน เป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ต่อมลูกหมากโต ภาวะทัยรอยด์เป็นพิษ และต้อหินบางชนิด รวมทั้งผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ผู้ที่มีภาวะเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้ยา แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยาอื่นๆที่ปลอดภัยกว่า เช่นการใช้ยาแบบเฉพาะที่ หรือการใช้น้ำเกลือพ่นจมูกหรือล้างจมูก ผู้ที่ห้ามใช้ยา ซูโดเอฟิดรีน ได้แก่ ผู้ที่กำลังใช้ยา (หรือหยุดยามาไม่เกิน 14 วัน) ในกลุ่ม Monoamine oxidase inhibitor ผู้ที่มีความดันโลิหิตสูงขั้นรุนแรง โรคหัวใจขาดเลือดขั้นรุนแรง รวมทั้งผู้ป่วยที่เป็นโรคไบโพลาร์ (Bipolar Disorder) เนื่องจากอาจทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ และนำไปสู่การกระตุ้นให้เกิดการกำเริบของอาการได้มีการใช้ยา ซูโดเอฟิดรีน ในผู้ที่ต้องขับรถทางไกล หรือนักกีฬา โดยหวังผลในการกระตุ้นให้ประสาทตื่นตัวตลอดเวลา แต่มักไม่ค่อยได้ผล เนื่องจาก ซูโดเอฟิดรีน มีผลต่อระบบประสาทน้อยมาก ยกเว้นในรายที่ไวต่อยาอย่างมากเท่านั้น ดังนั้น จึงไม่ถือว่าสารนี้เป็นสารเสพติด แต่เป็นสารที่จะต้องควบคุม เนื่องจากสามารถนำไปผลิดเป็นสาร เมธแอมเฟตามีน ซึ่งเป็นสารเสพติด และออกฤทธิ์อย่างรุนแรงต่อระบบประสาทได้ ผู้เขียน : นพ.สมศักดิ์ หวานกิจเจริญ |
| Our Technology | ||
เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ใน รพ.กรุงเทพ |
||
|
View All |
||