พิมพ์หน้านี้
|
เรื่อง การเก็บภาษี โดย วชิระมณฑ์ คุณะเกษมธนาวัฒน์ (จากรายการ กล้าคิด..เพื่ออนาคตประเทศไทย วันที่ 16 เม.ย. 51) พูดถึงเรื่องการเมือง ช่วงนี้อาจจะวุ่นๆกันอยู่ เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมกลัวว่ารัฐบาลจะไม่มีเวลาสนใจเรื่องอื่นๆกัน ส่วนผู้ว่าฯ กทม.อาจจะเป็นห่วงเรื่องสอบทุจริตกรณีรถดับเพลิงอยู่ ส่วนพวกเราชาวกรุงเทพฯ ไปเที่ยวสงกรานต์กันมาแล้ว กลับมากันแล้วก็ถือว่าเราได้ไปพักผ่อนเพื่อเป็นพลังไว้ต่อสู้กับปีนี้ที่เราต้องเจอแน่นอนคือวิกฤตเศรษฐกิจ ผมเป็นห่วงจริงๆ ย้อนไปดูมาตราการการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบที่ 1และรอบที่ 2 แล้วอย่างเช่นมาตราการภาษี มีการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพิ่มจาก 16,000 บาท ต่อเดือนเป็น 20,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษี ผมว่าก็โอเค แต่ก็ไม่รู้ว่ามันจะช่วยได้แค่ไหน ผมมีข้อเปรียบเทียบที่จะเสนอที่คิดว่าโดนใจคนกรุงเทพ โดนคนกลางๆอย่างพวกเรา คนรายได้กลางๆแต่เสียภาษีเยอะๆ แล้วก็พวก SME ก็เหมือนกัน ลดภาษีนิติบุคคลลดจาก 30% เป็น 25% สำหรับบริษัทที่มีกำไรต่ำกว่า 300 ล้าน ถ้าผมมี 300 ล้าน 30%ผมก็จ่าย เรื่องต่ออายุคงอัตรา VAT 7% ผมไม่เห็นว่ามันจะช่วยผมได้ยังไง ผมว่ามันไม่แรงพอ เรามาบรรเทาภัยเศรษฐกิจให้พี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร และพี่น้องทั่วประเทศด้วย ถ้าอยากกระตุ้นเศรษฐกิจจริงๆ ผมว่าเรามาลดภาษีทุกชนิดเลยดีกว่า ยกตัวอย่างภาษีนิติบุคคล ของพวก SME ซึ่งภาษี 30% ใครทำธุรกิจก็บอกว่าเยอะนะครับ ลองเปรียบเทียบดูกับฮ่องกงเก็บแค่ 16.5% สิงค์โปรเก็บแค่ 20% ยุโรป - สวิตเซอร์แลนด์ 13 - 25% เอง แม้แต่จีนก็เก็บแค่ 25 %แล้วทำไมถึงมาเก็บเราเยอะแยะ ผมว่าเรางดเลยดีมั้ยครับช่วงวิกฤตเศรษฐกิจแบบนี้ ลดเลยครับภาษีนิติบุคคลสำหรับทุกธุรกิจเลยก็ได้
ด้านภาษีบุคคลธรรมดาที่ยกเว้นเพิ่มเป็น 20,000 บาท มนุษย์เงินเดือนถูกเก็บภาษีสูงสุดถึง 37% แต่ฮ่องกงเก็บเต็มที่ 15% สิงคโปร์เก็บแค่ 3.7 21% แล้วทำไมเราเก็บอะไรแพงขนาดนี้ ภาษีของเรานี่ไม่จูงใจให้ทำงานเอามากๆเลย ผมคิดว่าถ้าเราลดภาษีนิติบุคคล รัฐบาลใจกว้างหน่อยแล้วก็ลดภาษีบุคคลธรรมดา ผมว่าเผลอๆเก็บภาษีได้มากกว่าเดิมอีกด้วย
ภาษีอีกอย่างที่ใกล้ตัวของเรามากคือภาษี VAT หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม จริงๆตอนออกมาแรกๆนี่ 10% นะครับ แต่รัฐบาลไทยรักไทย ออกมาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม เพราะเราเจอพิษต้มยำกุ้ง ก็ลดลงมาเหลือ 7% นี่เรากำลังมาเจออีกวิกฤตหนึ่ง แทนที่จะลดไปกว่านี้ รัฐบาลกลับเก็บเท่าเดิม ผมจะบอกว่าฮ่องกงนี่ไม่มีหรอกครับภาษี VAT ภาษีขาย มาเลเซียไม่มี VAT แต่เค้ามีภาษีขายและภาษีบริการ จีนเก็บแค่ 5% เหมือนกัน แต่ที่ผมชอบมากคือ สวิตเซอร์แลนด์เก็บแค่ 2.4% คนในประเทศของเขาก็มีรายได้อยู่ในท็อป 5 ของโลก ภาษีของคนไทยเหลือสัก 2.5% ก็จะประหยัดไปได้เยอะ ข้าวที่บอกว่าแพงๆไปซื้อถุงละกิโลครึ่งกิโลก็ลดไปเยอะครับ ถ้ารัฐบาลอยากจะช่วยลดภาระของคนไทยคนกรุงเทพฯ ผมว่าลดภาษีไปเลย เงินในกระเป๋าก็จะเพิ่มขึ้นและเงินที่อยู่กับประชาชนนี่ดีกว่าเงินไปอยู่กับรัฐบาล เพราะว่าเวลาเราใช้นี่มันไม่มีรั่วไหลแน่นอนครับ ผมมีร้อยบาท ผมใช้ร้อยบาท ถ้าเงินเข้าไปรัฐบาลผมไม่ค่อยแน่ใจว่าใช้ร้อยบาท กระตุ้นเศรษฐกิจเต็มร้อยรึเปล่า พวกเราเป็นคนชั้นกลาง เราเป็นผู้ที่จ่ายภาษีมากที่สุดในประเทศ เราเป็นคนกรุงเทพฯ ตัวเลขจากกรมสรรพากรพบว่า คนกรุงเทพฯจ่ายภาษีสูงถึง 560,000 ล้านบาท นับว่ามากมหาศาลถ้าเทียบกับงบประมาณปี 51 ที่ 1.5 ล้านล้านบาท มากกว่า 1 ใน 3 อีกครับ แต่ถ้าเทียบกับงบประมาณปี 50 ที่ 1.3 ล้านล้าน ก็เกือบ 50%ทีเดียว
คนชั้นกลางในกรุงเทพฯ ตอนนี้เดือดร้อนแน่นอน น้ำมันก็แพง อาหารก็แพง เงินเดือนเท่าเดิม จะไปบีบให้เงินเดือนขึ้นมาก บริษัทก็ไม่รอด ตกงานอีก เพราะฉะนั้นรัฐบาลช่วยได้จริงๆคือต้องลดค่าใช้จ่าย ก็คือภาษี เห็นใจพวกเรากันบ้าง ผมว่าลดภาษีให้เราเถอะ
|