พิมพ์หน้านี้
|
2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีความเห็นที่หลากหลายเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยไทย ดร.ฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รมว.กระทรวงการคลัง ชี้ว่าอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำสุดแล้ว ให้หลังไม่ถึง 10 วัน นายโฆษิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ออกมาระบุว่าดอกเบี้ยไทยยังลดได้อีก 0.25-0.50 % ใครถูก ใครผิด ใครจะเดาใจคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)ได้ถูกต้อง เห็นทีต้องมาช่วยกันวิเคราะห์ปัจจัยแวดล้อมกันสักหน่อยดีไหม เหตุผลสนับสนุนให้มีการลดดอกเบี้ยลงอีก 1. เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ นโยบายดอกเบี้ยของ กนง.ให้น้ำหนักกับการแก้ปัญหาเงินเฟ้อ 60 % แก้ปัญหาการขยายตัวทางเศรษฐกิจ 40 % ตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดของเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 1.9 % เงินเฟ้อสะสมตั้งแต่ต้นปีเท่ากับ 2.2 % เทียบกับ อัตราดอกเบี้ยนโยบาย(อาร์พี 1 วัน )ที่ 3.5 % แสดงว่ายังมีช่องว่างให้ลดได้อีก 0.5 % 2. เงินบาทแข็งค่ากระทบส่งออก โดยทฤษฎีการลดดอกเบี้ย ทำให้ค่าเงินอ่อนลง ทำให้นักลงทุนต่างชาติย้ายเงินไปฝากที่อื่น หรือลดการขนเงินเข้ามาฝากในไทย ช่วยให้เงินบาทชลอการแข็งค่าได้ในระดับหนึ่ง 3. เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นดี การลดดอกเบี้ยช่วยลดต้นทุนผู้ประกอบการ ช่วยกระตุ้นการบริโภคของประชาชน ทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วขึ้น 4. ความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังดำดิ่ง การลดดอกเบี้ยช่วยให้ผู้บริโภคกล้าจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ปัญหาตอนนี้ไม่ใช่คนไม่มีเงิน แต่เป็นเพราะคนไม่กล้าใช้เงิน เนื่องจากขาดความเชื่อมั่น 5. บาทแข็งทำให้ของมีราคาถูกลง สินค้ามากมายต้องใช้วัตถุดิบจากต่างประเทศ ใช้น้ำมันในการขนส่ง ค่าเงินบาทที่แข็งค่าทำให้ต้นทุนการผลิต การขนส่งถูกลง ทำให้คาดการณ์ได้ว่าเงินเฟ้อในอนาคตน่าจะลดลง 6. สภาพคล่องยังอยู่ในระดับสูง การที่นักลงทุนต่างชาติย้ายเงินเข้ามาลงทุนในไทย ทำให้สภาพคล่องมีอยู่สูง ดอกเบี้ยควรจะลดลงตามสภาพคล่อง ไม่ควรเป็นภาระของธปท.ในการออกพันธบัตรมาดูดซับสภาพคล่อง ขณะที่ฝ่ายค้านก็เห็นว่าดอกเบี้ยลดลงมามากแล้ว บางคนถึงกับบอกว่าควรจะเป็นช่วงดอกเบี้ยขาขึ้นแล้วด้วยซ้ำ เหตุผลที่ควรให้ดอกเบี้ยปรับขึ้นได้แล้ว 1. น้ำมันดิบปรับขึ้นใกล้ระดับสูงเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง ถึงแม้ค่าเงินบาทจะแข็งค่าช่วยลดภาระน้ำมัน แต่เราไม่รู้ว่าราคาน้ำมันจะพุ่งไปถึงไหน ทางที่ดีควรรอดูสถานการณ์ไปก่อน 2. ดอกเบี้ยทั่วโลกกำลังเป็นขาขึ้น ไม่ว่ายุโรปหรือญี่ปุ่นล้วนกำลังจะปรับขึ้นดอกเบี้ย ตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว เราจึงไม่ควรสวนกระแส 3. ผลตอบแทนพันธบัตรระยะกลางและยาวปรับสูงขึ้นตามทิศทางพันธบัตรระยะ 10 ปีของสหรัฐ เนื่องจากการกระเตื้องขึ้นของภาวะเศรษฐกิจอเมริกา แสดงว่าดอกเบี้ยระยะสั้นควรจะขึ้นตามได้แล้ว 4. หุ้นขึ้น กำลังซื้อดีขึ้นแล้ว การที่หุ้นขึ้นทำให้ความมั่งคั่งของประชาชนในเมืองสูงขึ้น ทำให้กล้าจับจ่ายใช้สอย เงินกำลังจะหมุนไปสู่ระบบแล้ว 5. การลดดอกเบี้ยยิ่งทำให้ต่างชาติซื้อหุ้น การลดดอกเบี้ยมักทำให้ตลาดหุ้นคึกคัก ยิ่งทำให้นักลงทุนต่างชาติย้ายเงินเข้ามาลงทุน เงินบาทยิ่งแข็งค่า กลายเป็นดาบสองคม 6. สินค้าทยอยปรับราคาหลังยกเลิกประกาศคปค.ฉบับที่ 8 ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ตอนนี้บริษัทผู้ผลิตกำลังทยอยยื่นเรื่องขอปรับราคา ซึ่งจะมีผลให้เกิดเงินเฟ้อสูงขึ้นในเร็วๆนี้ 7. โครงการเมกกะโปรเจกจะดูดซับสภาพคล่องเร็วๆนี้ โครงการเหล่านี้ต้องการเงินทุนนับแสนล้าน หากรัฐบาลออกพันธบัตรมาดูดซับสภาพคล่อง ก็จะมีส่วนผลักดันดอกเบี้ยให้ขยับสูงขึ้นในอนาคต เห็นไหมครับว่า ฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายค้านมีเหตุผลมากพอๆกัน ยากแก่การฟันธง แต่จากประสบการณ์ของผม พบว่า กนง.ชุดนี้เป็นนักอนุรักษ์นิยมแบบสุดๆ ดังนั้นสิ่งที่เขาจะทำคือรอต่อไป จนกว่าจะเห็นทิศทางที่ชัดเจนครับ |
| << | กรกฎาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | ||||