|
5 วิธีเพื่อสังเกตุว่า ภาวะกระทิง ตลาดหุ้นสหรัฐได้สิ้นสุดแล้วหรือยัง โดยก่อนที่ตลาดจะกลับหัว มันมักจะส่งสัญญานให้เห็นเสมอ ข้อคิดจาก Money Magazine  ดัชนีหุ้นดาวน์โจนส์ย้อนหลัง 5 ปี
1. ราคาน้ำมัน ก่อนภาวะหมี ราคาน้ำมันมักพุ่งเสมอ เกิดขึ้นแล้วหรือไม่ ใช่ ถ้าใครจำเหตุการณ์ปี 1973 ที่ทางโอเปครวมหัวกันขึ้นราคาน้ำมัน ทำให้เกิดภาวะหมีโดยฉับพลัน ขณะที่ปี 1990 เกิดสงครามอ่าวเปอร์เซีย ราคาน้ำมันที่สูง มักทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ หรือไม่ก็ทำให้เศรษฐกิจถดถอย เมื่อราคาน้ำมันสูง ธนาคารกลางมักกลัวว่าจะทำให้เกิดเงินเฟ้อ จึงขึ้นดอกเบี้ยเพื่อป้องกันเงินเฟ้อ ทำให้ธุรกิจสะดุด ในปีนี้ น้ำมันขึ้นมา 20 %แล้ว และอยู่ไม่ไกลจาก 78.40 ดอลลาร์ซึ่งเป็นราคาที่สูงเป็นประวัติการณ์
2. ดอกเบี้ยพันธบัตร ก่อนภาวะหมี ดอกเบี้ยพันธบัตรมักขึ้นสูง เกิดขึ้นแล้วหรือไม่ ยังไม่ชัดเจน ตลาดใหญ่ๆมักหักหัว เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี พุ่งขึ้น ดูอย่างกลางทศวรรษที่ 70, ปลายทศวรรษ 80, ต้นทศวรรษ 90 และปี 2000 ภาวะหมีมักเกิดขึ้นหลังการพุ่งขึ้นของดอกเบี้ยพันธบัตร เช่น ดอกเบี้ยพันธบัตร 10 ปีที่พุ่งจาก 7 %เป็น 10.2 % ในปี 1987 ก่อนที่ตลาดจะล่มสลายตามมา ตอนนี้ พันธบัตร 10 ปี พุ่งจาก 4.5% ไป 5.2%ในเดือนมิถุนายน แต่ตกลงมาที่ 4.6%ในเดือนสิงหาคม ถ้าเกิน 6%เมื่อไหร่ จะส่งผลกระทบทางด้านจิตวิทยาต่อนักลงทุนทันที 3. จำนวนหุ้นที่ราคาเพิ่มขึ้น ก่อนภาวะหมี จำนวนหุ้นที่ราคาปิดบวกลดน้อยลง เกิดขึ้นแล้วหรือไม่ มักเกิดขึ้นเสมอ ก่อนที่ตลาดจะพังพาบลงมาในปี 2000 ถึงแม้ตลาดรวมจะเดินหน้า แต่ก็มาจากหุ้นเพียงหยิบมือเดียว ซึ่งส่วนใหญ่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ต ดังนั้นจงสังเกตุจำนวนหุ้นที่ปิดบวกเทียบกับจำนวนหุ้นที่ปิดลบในแต่ละวัน ยิ่งถ้าหุ้นส่วนใหญ่ในตลาดปิดต่ำสุดในรอบปีมากกว่าหุ้นที่ปิดสูงสุดในรอบปี นั่นเป็นสัญญานไม่ดี
4. การใช้จ่ายของผู้บริโภค ก่อนภาวะหมี การบริโภคของประชาชนมักจะลดลง เกิดขึ้นแล้วหรือไม่ เริ่มแล้ว ถ้าคนหยุดซื้อของ บริษัทจำนวนมากในตลาดหุ้นก็จะแย่ไปด้วย 30 ปีที่ผ่านมา การใช้จ่ายของประชาชนมักลดลงเมื่อตลาดเริ่มหักหัวลง ถึงแม้มันจะส่งสัญญานล่าช้า แต่มันก็เป็นเครื่องยืนยันว่าตลาดเข้าสู่ตลาดหมีสมบูรณ์แบบไม่ใช่แค่การปรับฐาน 10 ปีที่ผ่านมา ประชาชนสหรัฐใช้จ่ายกันอย่างสนุกมือ จนเมื่อเร็วๆนี้ในเดือนมิถุนายน ยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง 0.9% ส่งผลให้คนชะลอการใช้จ่าย และเริ่มมีคนตกงาน
5. การเติบโตของกำไรบริษัท ก่อนภาวะหมี การเติบโตของผลประกอบการมักจะชะลอตัว เกิดขึ้นแล้วหรือไม่ รอการยืนยันตอนสิ้นปี 2007 ตอนภาวะตลาดกระทิงในทศวรรษ 90 ผลประกอบการของบริษัทใน S&P500 ทะยาน 12%ต่อปี เมื่อบริษัทต่างๆเริ่มส่งสัญญานว่ากำไรเริ่มชะลอตัวในปี 2000 ตลาดก็กลับหัวลง ภาวะตลาดกระทิงตอนนี้ เริ่มตั้งแต่ปี 2003-2006 บริษัทใน S&P500 กำไรโตโดยเฉลี่ย 17%ต่อปี มาปีนี้นักวิเคราะห์คาดว่ากำไรจะขยายตัวเพียง 7% ซึ่งแตกต่างกันอย่างมาก ไม่ต้องสงสัยว่าเมื่อกำไรลดลง แสดงให้เห็นว่าประสิทธิภาพการผลิตลดลง เงินเดือนพนักงานที่สูงขึ้น ราคาน้ำมันสูงขึ้น และดอกเบี้ยก็สูงขึ้น ซึ่งล้วนแต่ส่งผลลบต่อบริษัททั้งสิ้น ข้อคิดดีๆแบบนี้ ใครจะนำมาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์กับตลาดหุ้นไทย ก็ไม่มีใครห้ามนะครับ
|