• บรรยง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-04-23
  • จำนวนเรื่อง : 80
  • จำนวนผู้ชม : 15669
  • จำนวนผู้โหวต : 43
  • ส่ง msg :
บรรยง วิทยวีรศักดิ์
ข้อคิดเรื่องเศรษฐกิจและการเมือง ที่เขียนด้วยภาษาง่ายๆ แต่น่าสนใจ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/banyong
วันศุกร์ ที่ 7 กันยายน 2550
ปรับขึ้นดอกเบี้ยบัตรเครดิต : ธปท.ไร้วิสัยทัศน์ หรือไร้ซึ่งคุณธรรม
Posted by บรรยง , ผู้อ่าน : 221 , 20:45:28 น.  
พิมพ์หน้านี้


          การตัดสินใจอนุมัติของธปท.ให้ผู้ประกอบการบัตรเครดิตสามารถปรับขึ้นเพดานอัตราดอกเบี้ยจาก 18%เป็น 20%ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา  เสมือนการช่วยออกแรงกดด้ามมีดที่กำลังกรีดลงหลังผู้ใช้บริการ  คำถามจึงเกิดขึ้นว่า  ในตอนนั้นใครก็รู้ว่า  ปี 2550 ดอกเบี้ยไทยกำลังจะกลับเป็นขาลง  การตัดสินใจของแบงก์ชาติเป็นการตัดสินใจที่ไร้วิสัยทัศน์ , ไร้ซึ่งคุณธรรม  หรือทั้งสองอย่าง

          ทำไมจึงบอกว่า  ใครๆก็รู้ว่าดอกเบี้ยจะเป็นขาลง  เพราะธปท.เองวางนโยบายไว้ว่า  จะกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามภาวะเงินเฟ้อ  ในปี 2549 เงินเฟ้อปรับขึ้นสูงมาก  เนื่องจากราคาน้ำมันพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์  ขณะที่ฐานราคาในปี 2548 อยู่ในระดับต่ำ  จากการอุดหนุนราคาน้ำมันของรัฐบาลทักษิณ  เพื่อหาเสียงก่อนการเลือกตั้ง  พอถึงปี 2550 หากราคาน้ำมันไม่พุ่งเกิน 90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล  ก็สามารถคาดการณ์ได้ว่าเงินเฟ้อจะไม่เพิ่มสูง  เพราะฐานราคาในปี 2549 เป็นราคาที่ลอยตัวสูงอยู่แล้ว  อีกทั้งความวุ่นวายทางการเมืองทำให้คนไทยไม่มีอารมณ์จับจ่ายใช้สอย  จึงคาดการณ์ได้ไม่ยากว่าดอกเบี้ยจะลดลง 

          คงมีแต่คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)ของธปท.ที่มองไม่ออกว่าเงินเฟ้อกำลังดิ่งลง  พยายามซื้อเวลาไม่ยอมลดดอกเบี้ย  จนถูกคนด่าทั้งบ้านทั้งเมือง  สุดท้ายต้องลดดอกเบี้ย R/P แบบฮวบฮาบครั้งละ 0.5 %เพื่อพยุงเศรษฐกิจ 

          ผมจึงบอกว่า ธปท.ไร้ซึ่งวิสัยทัศน์ไปเพิ่มดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการโดยไม่รู้ว่าดอกเบี้ยกำลังจะลง  แต่ถ้าอ้างว่าต้นทุนของผู้ประกอบการสูง  กำไรน้อย  ผมอยากให้ดูข้อมูลที่แบงก์ชาติเผยแพร่เมื่อต้นปีที่ผ่านมาว่า บริษัทบัตรเครดิตสิ้นปี 2549 มียอดสูงถึง 462 แห่ง เทียบกับปี 2548 ที่มีเพียง 164 แห่ง  ถ้าทำธุรกิจแล้วไม่มีกำไร  บริษัทต่างๆจะแห่กันมาทำธุรกิจนี้กันมากขนาดนี้เชียวหรือ  เพิ่มขึ้นเป็น 282 % หรือเกือบ 3 เท่าตัวของเดิม

          และถ้าจะบอกว่าธปท.รู้ข้อมูลเหล่านี้ดี  ก็แสดงว่าไม่ได้พิทักษ์ผลประโยชน์ของประชาชนเลย  กลับให้การสนับสนุน  การเอารัดเอาเปรียบประชาชน  เดิมเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตอยู่ที่ 18%ก็นับว่าสูงมากอยู่แล้ว  เพราะผู้ประกอบการสามารถระดมทุนได้ที่อัตรา 6-7 % แถมยังสามารถเรียกเก็บจากร้านค้าได้อีก 2-3% ของวงเงินทุกครั้งที่ใช้บัตร

          การอ้างว่าสินเชื่อบัตรเครดิตมีความเสี่ยงสูง  เพราะไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน  ก็ฟังไม่ขึ้น  ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้เป็นเพราะผู้ประกอบการต่างแย่งกันออกบัตรให้ลูกค้าโดยไม่มีการกลั่นกรองเลย  เมื่อมีปัญหากลับเรียกร้องให้ผู้บริโภคช่วยกันเฉลี่ยค่าใช้จ่าย  ทำไมผู้ประกอบการไม่รับความผิดที่ตนเองทำไว้เอง  คุณเชื่อผมหรือไม่ว่า  ถ้าวันนี้ธปท.ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตเหลือ 12% ก็ยังมีผู้ประกอบการที่พร้อมจะดำเนินกิจการต่อ  เพียงแต่เขาจะคัดเลือกลูกค้ามากขึ้น

          ปัญหาหนี้บัตรเครดิตที่เพิ่มขึ้นทุกวันนี้  ส่วนหนึ่งมาจากความหย่อนยานในการคัดเลือกลูกค้า  เพราะนึกย่ามใจว่ามีรายได้ที่สูงจากลูกค้ามาชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น  ถึงเวลาแล้วที่จะมีการคิดดอกเบี้ยตามประวัติการชำระเงิน  ถ้าลูกค้าคนนั้นไม่เคยหนีหนี้  ผ่อนชำระตามกำหนดสม่ำเสมอ  อาจจะจ่ายเต็มจำนวนบ้าง  ผ่อนชำระบ้าง  แต่ไม่เคยผิดนัดชำระ  เป็นอย่างนี้มานับ 10 ปี  เขาควรได้ดอกเบี้ยลูกค้าชั้นดีที่ 12% ยังดีกว่าเศรษฐีบางคนที่หนีหนี้สถาบันการเงินบ้าง ล้มบนฟูกบ้าง  แต่กลายเป็นลูกค้าระดับเพลตตินัม  ทั้งๆที่มีประวัติคดโกง  เรื่องอย่างนี้ทำไม  แบงก์ชาติไม่คิดจะทำบ้าง

          ดอกเบี้ยบัตรเครดิต 20% ดอกเบี้ยสินเชื่อบุคคลที่ 28% ขณะที่ประชาชนนำเงินไปฝากประจำได้ดอกเบี้ย 2-3% ไม่ว่ามองในมุมไหนก็ไม่มีเหตุผล  ตรรกะง่ายๆอย่างนี้ทำไมแบงก์ชาติถึงมองไม่ออก  ไม่เข้าใจจริงๆ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
นักฆ่าเงินเฟ้อ วันที่ : 29/07/2008 เวลา : 08.15 น.
http://www.oknation.net/blog/dome
FLATION   KILLER

ดอกเบี้ยบัตรเครดิต 20% ดอกเบี้ยสินเชื่อบุคคลที่ 28% ขณะที่ประชาชนนำเงินไปฝากประจำได้ดอกเบี้ย 2-3% ไม่ว่ามองในมุมไหนก็ไม่มีเหตุผล ตรรกะง่ายๆอย่างนี้ทำไมแบงก์ชาติถึงมองไม่ออก ไม่เข้าใจจริงๆ

นั่นซิครับ หรือว่า แบงค์ชาติก็ ....... พัฒนาครับ อย่าคิดมาก

เหอะ ๆ ๆ
ความคิดเห็นที่ 3
ล้านเล็กๆ วันที่ : 12/09/2007 เวลา : 13.12 น.
http://www.oknation.net/blog/lan-car-fair

อิ อิ...

ไม่รู้นะ...ถ้าคิดถ้าทำแบบนอกกรอบ

แล้วจะแก้...ไอ้เป็นอยู่ให้ดีขึ้นป่ะ...เริ่มเบื่อและ
ความคิดเห็นที่ 2
mr.zakkman วันที่ : 08/09/2007 เวลา : 11.47 น.
http://www.oknation.net/blog/zakk
http://www.oknation.net/blog/zokzak

ทำไมผมรู้สึกว่า ธปท ยุคหลังๆนี่ ไม่ค่อยมีศักดิ์ศรีเหมือนเมื่อก่อน เรื่องเงินกู้ส่วนบุคคลกับบัตรเครดิตนี่ มีผลกระทบโดยตรงอย่างมากกับประชาชน แต่สิ่งที่ ธปท ทำทั้งนโยบายและการปฎิบัติเหมือนให้ประโยชน์สถาบันการเงินมากกว่ากว่าประชาชน มีการร้องเรียนทั้งเรื่องวิธีการและจำนวนเงินค่าทวงหนี้ แต่สิ่งที่ ธปท ทำคือได้แค่แจ้งให้สถาบันการเงินชี้แจงหรือขอโทษกับลูกค้า ร้องเรียน ธปท ก็เหมือนแจ้ง call center ของผู้ประกอบการรายนั้นยังไงยังงั้น จนประชาชนทนไม่ไหวรวมตัวกันอภิปรายและยื่นหนังสือให้ ผช.ผูว่าฯเมื่อไม่กี่วันก่อน ก็ไม่รู้จะมีอะไรดีขึ้นหรือเปล่า
ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 07/09/2007 เวลา : 20.56 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

แบงก์ชาติยุคนี้ เดินตามทฤษฎีเป๊ะเลยครับ...
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30