• บรรยง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-04-23
  • จำนวนเรื่อง : 80
  • จำนวนผู้ชม : 15669
  • จำนวนผู้โหวต : 43
  • ส่ง msg :
บรรยง วิทยวีรศักดิ์
ข้อคิดเรื่องเศรษฐกิจและการเมือง ที่เขียนด้วยภาษาง่ายๆ แต่น่าสนใจ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/banyong
วันอังคาร ที่ 20 พฤศจิกายน 2550
ปัญหาซับไพร์ม ทำไมถึงลามไปอังกฤษ ฝรั่งเศสและไทย
Posted by บรรยง , ผู้อ่าน : 502 , 16:11:30 น.  
พิมพ์หน้านี้


          ซับไพร์ม ( Subprime  loans )  หมายถึง  สินเชื่อที่ปล่อยกู้ให้ลูกหนี้ที่มีความน่าเชื่อถือต่ำ  โดยใช้อสังหาริมทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน  แต่เนื่องจากประวัติการเงินที่ไม่ดี  มีโอกาสผิดนัดชำระหนี้สูงกว่าคนทั่วไป  ทำให้ต้องเสียดอกเบี้ยสูงกว่าอัตรามาตรฐานสำหรับผู้ซื้อบ้านที่เรียกว่า prime rate (คล้าย MLR บ้านเรา)  จึงถูกเรียกว่าพวก subprime คือเครดิตต่ำกว่าระดับที่จะได้ดอกเบี้ย prime rate นั่นเอง  อย่างไรก็ตาม  ดอกเบี้ยของกลุ่มซับไพร์มก็ยังต่ำกว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิตอยู่มาก  เพราะเป็นการกู้ยืมที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันนั่นเอง
          ปกติ  ธนาคารจะไม่ปล่อยสินเชื่อให้กลุ่มซับไพร์ม  แต่ในภาวะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เฟื่องฟู  ราคาบ้านเพิ่มขึ้นทุกปีๆละ  10-15 %  ใครๆก็อยากมีส่วนแบ่งในเค๊กก้อนนี้  เพราะคิดว่าไม่มีความเสี่ยง  เนื่องจาก  หากลูกหนี้เบี้ยวหนี้  ก็สามารถยึดบ้านขายทอดตลาดได้ราคาดี  โดยธนาคารมักจะไม่ขาดทุน  เพราะราคาบ้านสูงขึ้นทุกปี
           ธนาคารใหญ่ๆจึงตั้งสถาบันการเงินย่อยเป็นบริษัทลูกขึ้นมา  เพื่อปล่อยกู้ลูกค้ากลุ่มนี้โดยเฉพาะ  โดยคิดอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าเพื่อชดเชยความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น
           แต่ในความรู้สึกลึกๆแล้ว  ธนาคารใหญ่ๆก็ตระหนักดีว่า  สินเชื่อซับไพร์มมีความเสี่ยง  จึงหาทางป้องกันไว้  โดยการโอนความเสี่ยงส่วนหนึ่งไปให้คนอื่นแทน  วิธีการคือ  นำหลักทรัพย์ค้ำประกันพวกบ้าน  ที่ดิน  มาจัดรวมกับหุ้นกู้และสินเชื่ออื่นๆ  รวมกันเป็นกองๆคล้ายกองทุนรวมแล้วตั้งราคาขายออกไป  พร้อมกับตั้งชื่อหลักทรัพย์ที่คิดค้นขึ้นมาใหม่นี้ว่า Collateralized Debt Obligation (CDO) 
          หลักการของมันก็คล้ายๆกับกองทุนอสังหาริมทรัพย์  ที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ บางแห่งมีอาคารใหญ่ๆไว้ให้คนเช่า  แต่ต่อมาเกิดไม่อยากเสียเวลามาเก็บค่าเช่าทีละเดือนๆ  และไม่อยากมารับความเสี่ยงว่า  อนาคตจะมีคนมาเช่าหรือไม่  อัตราเข้าพักมากน้อยขนาดไหน  จึงให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.)มาตีราคาตึกแล้วขายออก  โดยบลจ.ต้องไปหาคนมาซื้อ  ด้วยการตั้งกองทุนรวมระดมเงินทุนจากรายย่อย   โดยสัญญาว่าจะนำค่าเช่าที่เก็บได้มาจ่ายเป็นเงินปันผล  ซึ่งมักจะตกประมาณ 7-8 % สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร  อาจจะมีการรับประกันเงินปันผลใน 2-3 ปีแรก แต่ไม่มีการรับประกันในระยะยาว 
          ปัญหาคือ  ราคาตึกที่ตั้งเหมาะสมแค่ไหน  เพราะส่วนใหญ่ราคาที่ตั้งมักจะสูงเกินจริง  เจ้าของตึกจะวาดภาพให้สวยหรูว่า  อาคารอยู่ในทำเลที่ดีเยี่ยม  มีคนเช่าเกือบเต็มตลอดเวลา  ค่าเช่าก็เพิ่มขึ้นทุกปี  กระแสเงินสดที่เข้ามาสูงมากทำให้สามารถนำมาจ่ายเงินปันผลได้ไม่ต่ำกว่า  7-8 %ทุกปี  แต่ในความเป็นจริง  อนาคตเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้  หากเศรษฐกิจประเทศไทยเข้าสู่วัฎจักรขาลง  คนเช่าก็อาจลดลงไม่ถึงครึ่ง  ค่าเช่าไม่ต้องพูดถึงว่า  จะขึ้นไปได้ถึงไหน  ดีไม่ดีอาจต้องลดราคาค่าเช่าเพื่อแข่งกับอาคารข้างเคียงก็ได้
           เมื่อถึงเวลานั้น  เจ้าของตึกก็สบายไปแล้ว  ขายอาคารได้เงินสด รับรู้รายได้ไปเรียบร้อย  นำเงินไปลงทุนโครงการใหม่  เพื่อทำกำไรรอบใหม่  ปล่อยให้ผู้ถือหน่วยลงทุนรายย่อยรับความเสี่ยงไป
           CDO ก็มีลักษณะเดียวกัน  นำบัญชีลูกหนี้และหุ้นกู้มารวมกัน  แล้วสัญญาว่าดอกเบี้ยและค่างวดที่เก็บได้จะนำมาจ่ายเป็นเงินปันผล ประมาณ7-8 % โดยมีบริษัทจัดอันดับเครดิตที่น่าเชื่อถือ  ไม่ว่า Moody's  หรือ  S&P  มารับประกันว่า  หลักทรัพย์เหล่านี้มีเครดิตระดับน่าลงทุนทั้งสิ้น
           ขณะที่ประเทศที่มีพัฒนาการทางการเงิน การลงทุนที่ทันสมัย  เช่น  อังกฤษ   ฝรั่งเศสหรือแม้แต่ไทย  ล้วนแต่ไม่อยากตกกระแส  จึงเข้าไปร่วมลงทุนในนวัตกรรมทางการเงินตัวใหม่ที่ชื่อว่า CDO นี้  เพื่อหวังมีส่วนร่วมในความเฟื่องฟูของตลาดการเงินอเมริกา  โดยมีผลตอบแทนที่สูง   มีการรับรองจาก Moody's  และ S&P เป็นตัวจูงใจ  
           แต่การลงทุนอะไรที่ให้ผลตอบแทนมากๆ  ย่อมทำให้คนเกิดความโลภ  มีการเก็งกำไรเกิดขึ้น  คนที่ซื้อบ้านแล้วได้กำไร  ก็ซื้อเพิ่มอีก 1-2 หลัง เพื่อจะได้กำไรมากขึ้น    จนถึงจุดอิ่มตัว  บ้านสร้างมากเกินไป  มีแต่คนซื้อเก็งกำไร คนซื้อเพื่ออยู่จริงมีน้อย  ราคาบ้านเริ่มทรงตัวและลดต่ำลง  คนที่ไม่มีรายได้มากพอสำหรับค่าผ่อนบ้าน  ก็ต้องขายบ้านออกเพื่อไม่ให้ผิดนัดชำระ  และคนก็เริ่มขายบ้านมากขึ้นเรื่อยๆ
          ประกอบกับสินเชื่อบ้านในสหรัฐมักเป็นแบบดอกเบี้ยคงที่ใน  2-3 ปีแรก โดยผ่อนเฉพาะดอกเบี้ยไม่ต้องผ่อนเงินต้น   พอเลย  2-3 ปี  ก็ต้องเปลี่ยนเป็นผ่อนดอกเบี้ยลอยตัวพร้อมรวมเงินต้นเข้าไปด้วย  ทำให้ค่างวดที่ต้องส่งสูงขึ้น  ส่งผลให้มีการผิดนัดชำระมากขึ้น  มีการขายบ้านแบบยอมขาดทุนตามมา  เราจึงเห็นแนวโน้มราคาบ้านลดลงตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาหลังจากขึ้นมาต่อเนื่อง  7-8 ปี
           เมื่อคนหยุดจ่ายค่างวดมันก็เหมือนหุ้นกู้ที่ผิดนัดชำระ   กระแสเงินไหลเข้าเพื่อนำมาจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือCDOลดลง  ทำให้มีการขายCDOออก   ยิ่งราคาอสังหาริมทรัพย์ในอเมริกาตกต่ำ  ราคาCDOที่มีสินเชื่อพวกนี้ผสมอยู่ก็ลดฮวบตาม  หรือแม้แต่ไม่มีการซื้อขาย จนไม่สามารถกำหนดราคาตลาด (mark to market) ได้
           ธนาคารหรือนักลงทุนสถาบันที่ไปลงทุนซื้อCDOไว้  ก็ต้องตั้งสำรองการด้วยค่าของหลักทรัพย์พวกนี้ไว้(คล้ายๆกับการแทงหนี้สูญ)  ขาดทุน  20%บ้าง  30%บ้าง  สถาบันการเงินในสหรัฐโดนเยอะหน่อย  เพราะบางทีก็ซื้อไปมากันเอง  ขณะที่ธนาคารในอังกฤษ  ฝรั่งเศส  ก็โดนรองๆลงมา  เพราะมีการเชื่อมโยงของการเงิน การลงทุนกับสหรัฐอย่างใกล้ชิด
           ส่วนธนาคารในไทยก็ไม่น้อยหน้า  เท่าที่ทราบก็มีธนาคารไทยธนาคาร    ธนาคารกรุงไทย  ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารกรุงเทพที่ไปลงทุน  แต่ในปริมาณที่ไม่มากนัก  (ไม่ถึง 1%ของสินทรัพย์)  ก็โดนธปท.สั่งให้ตั้งสำรองความเสียหายให้พอเพียง  และผู้บริหารธนาคารบางแห่งก็ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า CDOที่ซื้อไว้  ไม่มีสินเชื่อกลุ่มซับไพร์ม  แต่เป็นกลุ่มหุ้นกู้และสินเชื่ออื่น  และธนาคารได้ตั้งสำรองไว้แล้ว 7-8% ของเงินลงทุน  โดยเทียบจากราคาตลาด  ซึ่งคิดว่าน่าจะเพียงพอ  ขณะที่บางธนาคารยอมรับว่า CDO ที่ลงทุนไป  ขาดทุน 70-80%แล้ว  ซึ่งนับว่ามากเอาการทีเดียว
          แต่เรื่องที่น่าติดตามก็คือ  ในกลางปีหน้า  ลูกหนี้กลุ่มซับไพร์มส่วนใหญ่จะครบกำหนดระยะเวลาชำระดอกเบี้ยคงที่   และต้องเปลี่ยนมาชำระดอกเบี้ยลอยตัวพร้อมเงินต้นแทน  ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ปัญหาปะทุจนถึงขีดสุด  ตลาดหุ้นนิวยอร์คจะถล่มทลาย  ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงตาม  รวมถึงตลาดหุ้นในไทยด้วย
           จึงพูดได้ว่าผลกระทบจริงจากการด้อยค่าของ CDO ไม่น่ากลัว  แต่ผลกระทบจากสภาวะจิตวิทยาหุ้นถล่มทั่วโลก  เรื่องนี้น่ากลัวกว่า  รอพิสูจน์ให้ประจักษ์ด้วยตาคุณเองครับ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
บรรยง วันที่ : 21/11/2007 เวลา : 11.08 น.
http://www.oknation.net/blog/banyong

ข่าวจากนสพ.กรุงเทพธุรกิจเช้ารี้ระบุว่า โบร์กเกอร์ชื่อดัง โกลด์ แมน แซคส์ กรุ๊ป ได้ประกาศลดอันดับความน่าลงทุนของธนาคารซิตี้ กรุ๊ป ธนาคารรายใหญ่สุดของสหรัฐ(ในด้านสินทรัพย์)จากการประเมินว่าธนาคารแห่งนี้จะขาดทุนถึง 15,000 ล้านเหรียญหรือประมาณ 510,000 ล้านบาท(1ใน3ของงบประมาณแผ่นดินไทย) เรื่องนี้ทำให้นายชาร์ล ปริ้นส์ อดีตซีอีโอต้องลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ
ขณะที่นักวิเคราะห์จากเครดิต ไซท์ส อิงค์ มองว่า ยูบีเอส ธนาคารรายใหญ่สุดของยุโรปในแง่สินทรัพย์ อาจต้องขาดทุนมากถึง 9,000 ล้านเหรียญจากตราสารหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
และก่อนหน้านี้ บริษัทหลักทรัพย์เมอร์ริลล์ ลินช์ วาณิชธนกิจชื่อดัง ก็ได้บีบให้นายสแตน โอนีล ซึ่งควบทั้งตำแหน่งประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารลาออก เนื่องจากความผิดพลาดในการบริหาร ทำให้บริษัทต้องขาดทุนถึง 8,000 ล้านเหรียญจากการลงทุนในสินเชื่อความเสี่ยงสูง หรือ ซับไพร์ม ซึ่งนับเป็นการขาดทุนสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมาเมื่อ 93 ปีก่อน
เช้านี้ ข่าวจาก CNN แจ้งมาว่าธนาคารกลางสหรัฐได้ประกาศลดอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐในปีหน้าลง จาก 2.5-2.75% เป็น 1.8-2.5% จากปัญหาราคาบ้านที่ลดลง ตลาดหุ้นร่วง ตลาดแรงงานหดตัว ราคาพลังงานพุ่ง และระดับหนี้สินของคนอเมริกันที่สูงขึ้น นับเป็นการส่งสัญญาณเตือนอีกครั้ง
เรื่องนี้น่าติดตามครับ
ความคิดเห็นที่ 4
Jui วันที่ : 21/11/2007 เวลา : 09.42 น.
http://www.oknation.net/blog/jui880

ได้ข่าวว่า Bank of America และ City Bank ขาดทุนไปเยอะจริงไหมครับ
แต่ได้ข่าวว่า เขาได้เงินจากการที่ไปขายให้แบงค์จีนไปโป๊
เลยยังไม่ล้มคืน
ความคิดเห็นที่ 3
pook วันที่ : 20/11/2007 เวลา : 23.44 น.
http://www.oknation.net/blog/pook17
เค้าไปแว้ว เหลือแต่แฟกซ์

กำลงัหาความรู้เรื่องนี้อยู่พอดีเลย
ขอบคุณค่า
ความคิดเห็นที่ 2
บรรยง วันที่ : 20/11/2007 เวลา : 16.24 น.
http://www.oknation.net/blog/banyong

ความหมายตามพจนานุกรมจาก www.investopedia.com ระบุไว้ว่า

Subprime Loan หมายถึง

A type of loan that is offered at a rate above prime to individuals who do not qualify for prime rate loans. Quite often, subprime borrowers are often turned away from traditional lenders because of their low credit ratings or other factors that suggest that they have a reasonable chance of defaulting on the debt repayment.

Subprime loans tend to have a higher interest rate than the prime rate offered on traditional loans. The additional percentage points of interest often translate to tens of thousands of dollars worth of additional interest payments over the life of a longer term loan.

However, getting a subprime loan could still be a good idea if the loan is meant to pay off a higher interest debt (such as credit card debt) and the borrower has no other means for payment.

The specific amount of interest charged on a subprime loan is not set in stone. Different lenders may not value a borrower's risk in the same manner. This means that a subprime loan borrower has an opportunity to save some additional money by shopping around.

Collateralized Debt Obligation (CDO) หมายถึง

An investment-grade security backed by a pool of bonds, loans and other assets. CDOs do not specialize in one type of debt but are often non-mortgage loans or bonds.

Similar in structure to a collateralized mortgage obligation (CMO) or collateralized bond obligation (CBO), CDOs are unique in that they represent different types of debt and credit risk. In the case of CDOs, these different types of debt are often referred to as 'tranches' or 'slices'. Each slice has a different maturity and risk associated with it. The higher the risk, the more the CDO pays.

ก็แบ่งๆกันเอาความรู้มาฝากครับ
ความคิดเห็นที่ 1
AnnieLove วันที่ : 20/11/2007 เวลา : 16.20 น.
http://www.oknation.net/blog/Annielove


ขอบคุณคะสำหรับความรู้วันนี้ อ่านง่าย เข้าใจง่ายดีคะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30