• บรรยง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-04-23
  • จำนวนเรื่อง : 105
  • จำนวนผู้ชม : 23294
  • จำนวนผู้โหวต : 80
  • ส่ง msg :
บรรยง วิทยวีรศักดิ์
ข้อคิดเรื่องเศรษฐกิจและการเมือง ที่เขียนด้วยภาษาง่ายๆ แต่น่าสนใจ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/banyong
วันจันทร์ ที่ 3 ธันวาคม 2550
ทิศทางดอกเบี้ยปี 2551 เตรียมขยับขึ้น
Posted by บรรยง , ผู้อ่าน : 347 , 16:29:45 น.  
พิมพ์หน้านี้


            หลังจากต่อกรกันมากว่า  1 ปี  ระหว่างปัจจัยลบกับปัจจัยบวกที่มีผลต่อทิศทางดอกเบี้ย  ในที่สุด  ปัจจัยที่ผลักดันให้ดอกเบี้ยสูงขึ้น  ก็เป็นฝ่ายชนะ
            เรื่องนี้  อาจจะขัดกับความคาดหมายของเรา  เพราะเราคิดว่าเศรษฐกิจในประเทศ โดยทั่วไปไม่ดี   เศรษฐกิจโลก  หากดูจากเศรษฐกิจของอเมริกันก็ไม่ดี  ดอกเบี้ยน่าจะปรับลงมากกว่า   แต่เราก็ไม่อาจคิดให้สวนทางกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นได้
            ทำไม  จึงกล้าฟันธงว่าดอกเบี้ยปี  2551  จะต้องขยับขึ้น
 

1.  เงินเฟ้อพุ่ง
             หลังจากที่เงินเฟ้อในประเทศเรา  ได้ปรับลดลงมายาวนานนับปี  แต่เมื่อน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นจนทำสถิติใหม่ที่  99  ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  สินค้าต่างๆก็ไม่สามารถอั้นราคาได้อีกต่อไป  ขณะที่ทางภาครัฐก็ต้องยอมจำนนต่อข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่า  ต้นทุนต่างๆได้ปรับสูงขึ้นมาก  จึงยอมให้สินค้าหลากหลายทยอยปรับราคาไม่ว่า  มาม่า  แก๊สหุงต้ม  หรือน้ำมันพืช  เมื่อวัตถุดิบต้นน้ำและต้นทุนเชื้อเพลิงหรือค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น  สินค้าทั้งหมดจะเดินเรียงหน้ากันขึ้นราคา  ถึงตอนนั้นเงินเฟ้ออั้นอย่างไรก็เอาไม่อยู่  และอาจยืนอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานนับปี
             เป็นที่ทราบกันดีว่า  นโยบายดอกเบี้ยของแบงก์ชาติให้น้ำหนักที่ปัจจัยเงินเฟ้อมากเป็นพิเศษ   เมื่ออัตราเงินเฟ้อปรับขึ้นอย่างนัยสำคัญ  อัตราดอกเบี้ยก็ควรปรับสูงขึ้นด้วย

ตารางแสดงทิศทางอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย

ประจำเดือน

มิย.

กค.

สค.

กย.

ตค.

พย.

อัตราเงินเฟ้อ  ( % )

1.9

1.7

1.1

2.1

2.5

3.0

2.  เศรษฐกิจไทยฟื้น
            เศรษฐกิจที่ซบเซามานานนับปี  จากปัจจัยด้านการเมืองนั้น  เริ่มส่งสัญญานฟื้นให้เห็น   ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้แถลงภาวะเศรษฐกิจเดือนตุลาคมว่า  มีสัญญานการฟื้นตัวของความต้องการภายในประเทศอย่างชัดเจน ทั้งการลงทุนและการบริโภค  โดยดัชนีการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ  7  เดือน  ดัชนีความเชื่อมั่นก็ปรับตัวดีขึ้น  ดัชนีการบริโภคเอกชนขยายตัวดี โดยเฉพาะหมวดสินค้าคงทน  ทั้งยอดจำหน่ายรถยนต์และจักรยานยนต์ 
            การส่งออกที่เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เฉพาะเดือนตุลาคมขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง  27.9% มีมูลค่าถึง  14,477  ล้านดอลลาร์  ซึ่งสูงเป็นประวัติศาสตร์ทำให้ไทยได้ดุลบัญชีเดินสะพัดถึง  1,876  ล้านดอลลาร์  หรือมีเงินไหลเข้าประเทศสุทธิถึง  70,000 ล้านบาท  ทำให้ทางสภาพัฒน์ฯ  คาดการณ์ว่า  GDP  ปีนี้จะโต  4.5 %  ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ  ขณะที่ปีหน้าคาดว่า  GDP จะโต 4.5 %
             อนึ่ง  ในปี  2550  ที่พวกเรามักเชื่อกันว่าเศรษฐกิจไทยไม่สู้ดี  แต่เชื่อหรือไม่ว่า  ผลสำรวจการขึ้นเงินเดือนในปี  2551  ของบริษัทวัทสัน  ไวแอท (ประเทศไทย)  จำกัด  ที่ปรึกษาการจัดการองค์กร  พบว่าตัวเลขการขึ้นเงินเดือนโดยเฉลี่ยอยู่ที่  6.06%  หากตัดเงินเฟ้อออกไป  2.0%เงินเดือนจะขึ้นสุทธิ  4.06%  ซึ่งถือว่าสูง  เมื่อเทียบกับเงินเดือนขึ้นสุทธิ  1.80% ในปี  2550  และ  2.30%  ในปี  2549  มันเป็นภาพแสดงให้เห็นว่า  ผลดำเนินงานของบริษัทต่างๆในปีนี้ไม่ได้ย่ำแย่อย่างที่เรารู้สึกกัน
 

3.  ประชานิยมดันดอกเบี้ยขยับ
             ลำพังการทุ่มเงินหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆในช่วงก่อนการเลือกตั้ง  ก็ทำให้เงินสะพัดไปทั้งประเทศแล้ว  แต่นโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองทุกพรรคต่างประกาศแนวทางประชานิยมเต็มที่  ทั้งลด  แจก  แถม  ให้ประชาชนโดยที่ยังไม่รู้ว่าจะหาเงินมาจากไหน
             ครั้นเมื่อได้รับเลือกมาเป็นรัฐบาล  เชื่อว่าพรรคเหล่านั้นก็คงต้องทำตามสัญญาบ้าง ไม่มากก็น้อย  รวมทั้งยังต้องเดินหน้าทำโครงการเมกกะโปรเจคที่ต้องใช้เงินทุนอีกหลายแสนล้านบาท  เมื่องบประมาณไม่พอ  ก็ต้องหาเงินด้วยการขึ้นภาษีโดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่ม  (VAT )  แต่ถ้าไม่สามารถปรับขึ้นภาษีได้  ก็ต้องใช้วิธีตั้งงบประมาณขาดดุล  แล้วมากู้ยืมประชาชนแทนโดยการออกพันธบัตร  ตั๋วเงินต่างๆ  ซึ่งจะส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดตราสารหนี้  และชี้นำทิศทางดอกเบี้ยในที่สุด

4.  ดอกเบี้ยทั่วโลกขึ้น
             ราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูงจะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก  โดยเฉพาะจีนที่เคยเป็นประเทศที่ส่งสินค้าราคาถูกออกไปขายทั่วโลก  ช่วยบรรเทาภาวะเงินเฟ้อในช่วงหลายปีที่ผ่านมา  มาปีนี้ ประเทศจีนเองกลับเกิดภาวะเงินเฟ้อสูงถึง  6%  เนื่องจากความเฟื่องฟูทางเศรษฐกิจของจีนที่เติบโตระดับ  10%  มาอย่างต่อเนื่อง  ทำให้คนจีนมีฐานะดีขึ้นและกล้าจับจ่ายใช้สอย  ถ้าสินค้าจากจีนไม่ได้มีราคาถูกเหมือนเดิม  ( ส่วนหนึ่งจากการที่ต้องปรับปรุงคุณภาพสินค้า  มาตรฐานความปลอดภัยให้สูงขึ้น )  เชื่อว่าเงินเฟ้อน่าจะสูงขึ้นทั่วโลก  และผลักดันให้แบงก์ชาติของแต่ละประเทศขึ้นดอกเบี้ยพร้อมๆกัน
 

5.  ตลาดตราสารหนี้ส่งสัญญาน
              นายณัฐพล  ชวลิตชีวิน  กรรมการผู้จัดการสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย  ชี้ว่า  แม้สหรัฐจะต้องการลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ  แต่ไม่สามารถทำได้  เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อและราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้น  ส่งผลให้สหรัฐจำเป็นต้องปรับดอกเบี้ยขึ้น  ซึ่งจะกดดันให้ทั่วโลกรวมทั้งไทยต้องปรับเพิ่มดอกเบี้ยตาม  นอกจากนี้  ไทยยังมีแรงกดดันจากการออกพันธบัตรของแบงก์ชาติที่จะออกในปีหน้า  ( พ.ศ. 2551 )  อีก  2  ล้านล้านบาท  กระทรวงการคลังอีก  300,000 ล้านบาท  และภาคเอกชนจะออกหุ้นกู้อีก  200,000  ล้านบาท  ทำให้อัตราผลตอบแทนตลาดตราสารหนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นแน่
              อย่างไรก็ตาม  ตลาดตราสารหนี้ปัจจุบัน ได้เริ่มตอบรับทิศทางดอกเบี้ยที่จะขยับขึ้นแล้ว  โดยตราสารหนี้ระยะกลางและระยะยาวเริ่มมีทิศทางปรับขึ้นมาล่วงหน้าก่อน  4-5 เดือนแล้ว

ตารางแสดงอัตราผลตอบแทนพันธบัตนรัฐบาล
เปรียบเทียบระหว่างพันธบัตรที่มีอายุต่างกัน  6 เดือนย้อนหลัง

อายุพันธบัตร 

 30 มิย.

31 กค. 

31 สค.

28 กย.

1 ตค.

30 พย.

1  ปี

 3.26 % 

 3.24 %

3.31 %

3.38 %

 3.47 % 

3.64 %

5  ปี

4.02 %

4.07 %

 4.10 %

4.07 %

4.26 %

4.57 %

10  ปี 

4.51 %

4.67 %

4.80 %

 4.77 % 

4.88 %

5.16 %

15  ปี 

4.86 %

 4.92 %

5.05 %

5.04 %

 5.13 % 

5.50 %

 20  ปี

N.A.

N.A.

N.A.

N.A.

N.A.

5.66 %


              จากปัจจัยและดัชนีนำต่างๆที่กล่าวมา   พอจะทำให้ท่านเชื่อหรือยังว่า  ดอกเบี้ยปี  2551  จะขยับขึ้น  ส่วนจะปรับขึ้นมามากขนาดไหน  ขึ้นนานเท่าไร  ตอบยาก  เพราะมันเกี่ยวพันกับเศรษฐกิจสหรัฐและราคาน้ำมัน  ว่าจะ  soft  landing  หรือ  hard  landing  และน้ำมันจะทรงตัวหรือลดลงฮวบฮาบ
              แต่อย่างน้อย  ผมก็เชื่อว่า  ครึ่งปีแรกของปี  2551  ทิศทางดอกเบี้ยยังเป็นขาขึ้นครับ


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31