พิมพ์หน้านี้
|
ก่อนอื่น คุณต้องเชื่อก่อนว่า พตท.ทักษิณ ชินวัตร ยังเป็นผู้ที่มีอิทธิพลสูงสุดในการกำหนดนโยบายทางการเมืองของพรรคพลังประชาชน ถ้าคุณไม่เชื่อในเรื่องนี้ ก็ป่วยการที่จะอ่านต่อไป หากคุณติดตามแนวคิดของพตท.ทักษิณ ชินวัตร มานานพอ คุณก็พอจะทราบว่าพตท.ทักษิณ ชินวัตร มักจะกล่าวเสมอว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดของระบอบทุนนิยม คือ ความเชื่อมั่น หากมีความเชื่อมั่น แม้ไม่มีเงิน ก็สามารถใช้ความเชื่อมั่น หรือ เครดิตที่มีอยู่ เสกเงินขึ้นมาได้ พตท.ทักษิณ จึงให้ความสำคัญกับเรื่องความเชื่อมั่นมากที่สุด สังเกตได้จากการมีขบวนการสร้างความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลาในยุคสมัยของท่านไม่ว่า รายการนายกฯทักษิณพบประชาชน ทัวร์นกขมิ้น ครม.สัญจร หรือ การทุ่มเงินซื้อบริษัทโฆษณาเป็นของตัวเอง ( รวมทั้ง ITV ) และจากความเชื่อเรื่องนี้นำไปสู่แนวคิดที่ว่า การกระทำทุกอย่างในโลกนี้ไม่มีถูกผิด ขอเพียงให้คุณอธิบายได้ สิ่งที่ผิดจะกลายเป็นเรื่องที่ถูกต้องทันที ทุกอย่างเป็นเพียงเกมที่ต้องชิงไหวพริบกันเท่านั้นเอง ใครดึงความเชื่อมั่นของประชาชนมาไว้ที่ฝ่ายของตนได้มากกว่า คนนั้นเป็นฝ่ายชนะ ที่ผ่านมาจึงมีความตั้งใจที่จะทำเรื่องบางเรื่องให้คลุมเครือ เปลี่ยนเรื่องที่เป็นรูปธรรมอยู่แล้วให้เป็นนามธรรม เปลี่ยนข้อเท็จจริงให้เป็นเรื่องของอารมณ์ แล้วให้ประชาชนใช้ความรู้สึกเป็นตัวตัดสิน แทนที่จะใช้ ข้อเท็จจริง , หลักกฎหมาย หรือ หลักจริยธรรม ความไม่เท่าเทียมกันในการรับข้อมูลข่าวสารเป็นแต้มต่อที่สำคัญ ยิ่งคนไม่ติดตามข่าวสารเท่าไร ก็ยิ่งง่ายต่อการครอบงำได้มากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเหตุการณ์ที่ผ่านมา ผมจะเลิกเล่นการเมือง ผมโดนใบแดงเพราะถูกการเมืองแทรกแซง บ้านผมรวยกว่าบริษัทยาอีก มาเพราะการเมือง ก็ต้องไปด้วยการเมือง มันเป็นการยากที่ คนที่ไม่ได้ติดตามข่าวสารจะทราบว่า จริงๆแล้ว ข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร ประชาชนธรรมดาถูกปั่นหัวจนสับสนไปหมด ที่ร้ายกว่านั้นก็คือ คนที่ใช้แนวคิดนี้รวมทั้งบริวารแวดล้อม พอถึงจุดหนึ่ง เขาจะถูกครอบงำด้วยความคิดนี้เสียเอง จนเขามีความรู้สึกว่าสิ่งที่เขาเชื่อ สิ่งที่เขาทำนั้น เป็นเรื่องที่ถูกต้องจริงๆ หรือถ้าไม่ นั่นก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว จากนั้นโมหะจริตก็จะเข้าครอบงำ พร้อมที่จะต่อกรกับคนที่ไม่เห็นด้วยว่าเป็นพวกคิดล้มล้าง สุดท้าย โลกนี้จะไม่มีบรรทัดฐาน ไม่มีหลักศีลธรรมจรรยา ไม่มีหลักกฎหมาย ไม่มีหลักยึดใดๆ เพราะทุกอย่างขึ้นกับปัจจัยแวดล้อม ขึ้นอยู่กับกระแสสังคม หรือขึ้นกับทางเลือก ณ เวลานั้นๆ หลักนิติศาสตร์กำลังจะล่มสลาย เพราะคนส่วนใหญ่เห็นว่าควรใช้หลักรัฐศาสตร์เป็นเกณฑ์ในการตัดสินเรื่องต่างๆ และถ้าเวลานี้ คุณเองก็เริ่มคิดว่า เป็นผม ผมก็ต้องทำแบบนี้เหมือนกัน เรื่องตามน้ำ ใครๆก็ทำกันทั้งนั้น นั่นแสดงว่า คุณกำลังถูกลัทธินี้ครอบงำความคิดแล้ว เช่นเดียวกัน |
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||