วันเสาร์ ที่ 19 เมษายน 2551
ขอร่วมประนาม เทสโก้ โลตัส คุกคามสื่อ
Posted by
บรรยง
,
ผู้อ่าน : 124
, 07:37:33 น.
พิมพ์หน้านี้
|
เช้านี้ อ่านข่าว บริษัทเอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด เจ้าของธุรกิจค้าปลีก เทสโก้ โลตัส เป็นโจทก์ฟ้องร้อง นางนงค์นาถ ห่านวิไล บก.ข่าวธุรกิจการตลาด หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ในความผิดฐานหมิ่นประมาท โดยเรียกค่าเสียหายเป็นเงินถึง 100 ล้านบาทแล้ว รู้สึกเศร้าใจอย่างยิ่ง ความรู้สึกดีๆที่เคยมีต่อ โลตัส ลดน้อยเสื่อมถอยไปมาก หรือที่เขาเตือนกันมาตลอดว่า เขาไม่ได้มาดีหรอก จะเป็นจริง ! ก่อนหน้านี้ ที่กลุ่มหอการค้าแต่ละจังหวัด ได้ออกมาต่อต้านการเปิดห้างโลตัสในแต่ละจังหวัด ผมเองก็พยายามมอง 2 ด้าน ด้านหนึ่ง มันทำให้ชุมชนร้านค้ารายย่อยล่มสลาย เพราะประชาชนส่วนใหญ่คงอยากเข้าไปรับแอร์เย็นๆ ซื้อของได้หลากหลายในราคาค่อนข้างถูก เมื่อร้านค้าในท้องถิ่นล่มสลาย การร่วมมือกันทำนุบำรุงท้องถิ่นในรูปของ การบริจาค กฐิน การบูรณะวัด คงจะลดน้อยลง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะขอสปอนเซอร์จากโลตัสคงจะยาก เพราะเขาเป็นองค์กรเพื่อแสวงหากำไร ความรู้สึกเป็นคนในท้องถิ่นย่อมน้อยกว่า อีกด้านหนึ่ง หากมองในแง่ดี โลตัสช่วยลดภาระให้ผู้คนในชุมชน เขาทำให้การแข่งขันในระบบการค้าเสรีเกิดขึ้นเต็มรูปแบบ ใครผลิตสินค้าได้ถูกกว่า ดีกว่า มีประสิทธิภาพมากกว่า ย่อมได้รับความนิยมไป การแข่งขันทำให้สินค้าถูกลง ดีขึ้น เมื่อมองประโยชน์ของประชาชนแล้ว ประชาชนต้องมาก่อน มาวันนี้ผมเริ่มลังเลใจ จริงอยู่ ภาพในอดีตที่เราเห็นร้านค้าท้องถิ่นออกมาประท้วง ทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่า ร้านค้าทำเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง แต่ข้อเท็จจริงที่ค่อยๆเผยออกมาทำให้รู้สึกว่า เรามองโลตัสในแง่ดีเกินไป ความจริงเริ่มยืนยันว่า ไม่มีใครรักคนไทย เท่าคนไทยแน่อน (ผมไม่อยากใช้คำว่าเขาไม่ได้หวังดีกับเรานักหรอก เดี๋ยวก็หาเรื่องมาฟ้องร้องอีก 100 ล้าน) หากย่างเท้าเข้าไปในโลตัสทุกแห่งในวันนี้จะพบว่า เขาขายสินค้าแทบทุกอย่าง ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันโทรทัศน์ ทุกอย่างที่ร้านค้าในชุมชนมี เขาก็มีขาย ที่น่าตกใจที่สุด คือ ทำเริ่มผลิตสินค้าในแบรนด์ของเขาออกมาวางคู่กับสินค้ายี่ห้ออื่นๆที่ขาย เท่ากับว่า เขาไม่เพียงแต่จะทำลายระบบร้านค้าในชุมชน แต่ยังทำลายอุตสาหกรรมระดับชาติเกือบทุกประเภท จากที่ผมเคยเชื่อว่า เขาเข้ามาจะทำให้ระบบการค้าเสรีสมบูรณ์ขึ้น กลับกลายเป็นว่าเข้าเริ่มเข้ามาครอบงำธุรกิจของเราทีละอย่าง แน่นอนว่าเขาสามารถทำให้สินค้าในชื่อเทสโก้ โลตัสถูกกว่า เพราะใช้วิธีผลักภาระค่าจัดการ ค่าบริหารลงในสินค้าตัวอื่นแทน (เหมือนการอุดหนุนการค้าที่แต่ละประเทศเขาทำกันนั่นแหละ) เมื่อถึงจุดหนึ่งที่สินค้าของเขากุมตลาดได้ ย่อมเป็นไปได้ว่า เขาอาจจะตั้งราคาได้สูงขึ้น ภาพเดิมๆอาจจะหายไป เรามีสิทธิจะคิดได้ เพราะภาพเดิมๆที่เรามอง เริ่มเปลี่ยนไป จากที่เรามองเขาว่า เป็นร้านค้าปลีก กลายเป็นผู้ผลิต(หรือจ้างเขาผลิตในชื่อของตนเอง) จากเป็นห้างขนาดใหญ่แห่งเดียว เริ่มรุกเข้าไปตั้งร้านสาขาย่อยกระจายในทุกชุมชน จากการขายแค่สินค้าในครัวเรือน กลายเป็นขายเกือบทุกอย่าง แม้แต่สินค้าบริการ (ลองไปถามหากรมธรรม์ประกันภัยดูสิ เดี๋ยวนี้มีขายในหลายห้างแล้ว) แล้วต่อไปจะเป็นอะไรละ มันจะรุกคืบมายังอาชีพที่คุณทำอยู่หรือไม่ เราทุกคนมีสิทธิ์ตั้งคำถามได้ เหตุการณ์ล่าสุดที่มีการฟ้องร้อง บก.กรุงเทพธุรกิจ ย่อมเป็นอุธาหรณ์ว่า เขาไม่ได้มองว่า เขาเป็นคนบ้านเดียวกับเรา ถามว่าถ้าเป็นคนบ้านเดียวกัน จะฟ้องร้องกันมั้ย คนบ้านเดียวกันต้องค่อยๆมาทำความเข้าใจกัน หนักนิดเบาหน่อย ค่อยๆชี้แจงกัน ก้อคุณทำให้คนเขาระแวงนี่ คุณต้องออกมาชี้แจง ไม่ใช่ว่า ผมใหญ่โต ไม่แคร์ใคร พูดไม่เข้าหู ผมก็ฟ้อง มาอยู่ชายคาเดียวกันค่อยๆคุยกันจะได้ไหม ถามจริงๆ ใครไม่เชื่อว่า คุณนงค์นาถ ห่านวิไล บก.กรุงเทพธุรกิจ เขียนเรื่องเหล่านี้ เพราะหวังดีต่อประเทศไทยและคนไทย เราเป็นเจ้าของประเทศย่อมมีสิทธิแสดงความเห็นในสิ่งที่จะมากระทบกับคนไทย ผมคนหนึ่งละ ที่จะเป็นกำลังใจให้คุณนงค์นาถ และขอร่วมประนามการคุกคามสื่อของ ห้างยักษ์ใหญ่ที่ชื่อ เทสโก้ โลตัส
|