พิมพ์หน้านี้
|
เหตุการณ์ที่ทนายความมือดีนำเงิน 2 ล้านบาทไปมอบให้เจ้าหน้าที่ธุรการถึงศาลฎีกา ในวันที่ 10 มิย.ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะมอบให้ด้วยเหตุผลใด เพื่อจ่ายสินบน หยั่งเชิงผู้พิพากษา หรือเพื่อดิสเครดิตศาล ล้วนแต่เป็นสิ่งแสดงให้เห็นว่า เมืองไทยไร้ขื่อแปร ใครจะทำอะไรก็ได้ ถ้าคิดว่า จับมือใครดมไม่ได้ ยิ่งข่าวออกมาในทำนองว่า กล้องโทรทัศน์วงจรปิดไม่ได้ถูกเปิดในวันนั้น เนื่องจากวันนั้นไม่ใช่วันที่ศาลออกนั่งบัลลังก์พิจารณาคดี แสดงให้เห็นว่า ฝ่ายนั้นมีการวางแผนมาดี รู้เส้นสนกลในล่วงหน้า และถึงมีการใช้พยานบุคคลชี้ตัว ก็อาจมีการยกฟ้อง เพราะพยานให้การสับสน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของสังคมไทย ที่เงินมักทำให้คนตาลาย จำอะไรย้อนหลังไม่ได้ เมืองไทยจึงเป็นเมืองเถื่อน ที่ผู้คนขาดศีลธรรมจรรยา ขาดความสำนึกรับผิดชอบชั่วดี ทำได้ทุกเรื่อง ถึงแม้จะเป็นความผิดแบบหน้าด้านๆ อีกทั้งผู้คนส่วนใหญ่ก็ดูเหมือนจะยอมรับว่า ถ้ามีเงิน ทำผิดได้ วิ่งเต้นได้ ให้สินบนได้ กฎหมายจึงไม่ศักดิ์สิทธิ์ มีตัวอย่างอีก 2 กรณีที่ทำให้เห็นว่า เมืองไทยเป็นเมืองเถื่อน คือ กรณีบุกรวบตัวอดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และกรณีสั่งปิดสถานี ASTV ใครๆก็รู้ว่า นายสุนัย มโนมัยอุดม อดีตอธิบดีDSI เป็นคนควบคุมคดีปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นบริษัท เอสซี เอสเสทฯ ที่มี พตท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้ต้องหา ดังนั้นจึงมีการกลั่นแกล้งโดยการให้ตำรวจ สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เตรียมเข้ารวบตัว นายสุนัย ที่สนามบิน ขณะเดินทางกลับจากดูงานที่ประเทศเยอรมัน ทั้งที่ข้าราขการชั้นผู้ใหญ่ระดับนี้ สามารถเรียกตัวมารับข้อกล่าวหาได้ เพราะเขามีตำแหน่งหน้าที่การงานสูง ย่อมไม่มีเจตนาหลบหนี อีกทั้งกรณีนี้ไม่ใช่การกระทำผิดซึ่งหน้า ที่ต้องจับกุมทันที แต่นายใหญ่ต้องการที่จะทำเรื่องนี้ให้ใหญ่โตเพื่อกำราบข้าราชการตงฉินคนอื่นๆ ไม่ให้แข็งข้อกับนายใหญ่มากนัก ส่วนกรณีสั่งปิดสถานีASTV วันก่อน รตอ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.กระทรวงมหาดไทย สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศให้ดำเนินการต่อเคเบิลท้องถิ่น ไม่ให้ถ่ายทอดสัญญานASTV จนกลุ่มผู้สนับสนุนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเกิดความไม่พอใจ บุกล้อมจวนผู้ว่าฯขอนแก่น เพราะชมASTVไม่ได้ พอถึงวานนี้(14 มิย.) รตอ.เฉลิมกลับแก้ตัวว่า ตนไม่ได้ออกคำสั่งห้ามเคเบิลทีวีท้องถิ่นถ่ายทอดสดการชุมนุม เพียงแต่ว่าเวลามีการถ่ายทอดสดการปราศรัยของกลุ่มพันะมิตรฯ หากมีการใช้ถ้อยคำรุนแรง หรือมีการกล่าวพาดพิงว่าร้ายผู้อื่น ให้เคเบิลทีวีใช้วิจารณญานระงับสัญญาการถ่ายทอดสด เพราะถือว่าเป็นการเผยแพร่ข้อความที่เข้าข่ายความผิด เป็นการกลับลำอย่างหน้าด้านๆ อ้างว่านักข่าวฟังผิด โดย รมต.ท่านนี้มีพฤติกรรมพูดกลับไปกลับมาอย่างนี้แล้วหลายครั้ง ซึ่งถ้าเป็นรัฐมนตรีในต่างประเทศ เขาจะแสดงสปิริตลาออก ยอมรับความผิดพลาดในการพูด แต่โชคร้าย เหตุเกิดในเมืองไทย คนไทยรับได้ ( ถ้ารับไม่ได้ คงประท้วงกันไปทั่วบ้านทั่วเมืองแล้ว ) น่าแปลกใจว่า กรณีต่างๆที่ยกมา ล้วนเป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวพันและต่อเนื่อง จากปัญหาของคนเพียงคนเดียว และที่น่าเศร้าใจคือ คนไทยเชื่อและยอมรับว่า เมื่อเงินเข้ามาทางประคู ความจริงและความยุติธรรมก็พร้อมใจกันกระโดดออกนอกหน้าต่าง นี่สิปัญหา |
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||