วันเสาร์ ที่ 12 กรกฎาคม 2551
ธนาคารยักษ์ใหญ่ในสหรัฐล้ม
Posted by
บรรยง
,
ผู้อ่าน : 355
, 13:55:17 น.
พิมพ์หน้านี้
|
มันอาจเป็นการล้มละลายของธนาคารที่สร้างความเสียหายมากที่สุดเท่าเคยมีมาของสหรัฐ เมื่อผู้ให้สินเชื่อรายใหญ่ ธนาคาร IndyMac ถูกควบคุมกิจการโดยธนาคารกลางสหรัฐ(Fed) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ธนาคารที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้ให้สินเชื่อบ้านรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ ถูกปิดลงและถูกส่งต่อให้สถาบันประกันเงินฝากสหรัฐ (FDIC) ดูแล FDIC แถลงว่า ลูกค้าผู้ฝากเงินราว 10,000 ราย อาจจะสูญเงินไปรวม 500 ล้านเหรียญสหรัฐในส่วนที่เกินวงเงินรับประกัน แต่เงินส่วนที่FDIC รับประกันและต้องจ่ายชดใช้ให้นั้น อาจจะสูงถึง 6,000-8,000 ล้านเหรียญ และมีผลต่อเงินสมทบ(premium)ที่ทุกธนาคารต้องจ่ายสมทบเข้ากองทุนของFDIC ในอนาคต IndyMac มีสินทรัพย์ 32,000 ล้านเหรียญ มียอดเงินฝาก 19,000 ล้านเหรียญ นับเป็นธนาคารแห่งที่ 5 ที่ล้มในปีนี้ โดยในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา FDIC เข้าควบคุมกิจการธนาคารไปแล้ว 127 แห่ง ซึ่งมีสินทรัพย์ทั้งหมดรวมกันเพียง 22,000 ล้านเหรียญ มันอาจมีการล้มมากขึ้น แต่ยังอยู่ในขอบเขตที่เราจัดการได้ ฉนั้นประชาชนไม่ควรตระหนก Sheila Bair ประธาน FDIC กล่าว โดย FDIC จะรีบขาย IndyMac ใน 90 วัน เมื่อธนาคารปิดตัว บัญชีเงินฝากจะได้รับการรับประกันที่ 100,000 เหรียญ บางบัญชีเช่น บัญชีเงินได้ประจำ(annuities) และกองทุนรวม จะไม่ได้รับการประกัน ขณะที่บัญชีเงินสำรองเลี้ยงชีพจะได้รับการประกันที่วงเงิน 250,000 เหรียญ บัญชีเงินฝากส่วนที่ไม่ได้รับประกันนั้น ลูกค้าจะได้รับเงินคืนอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง แต่พวกเขาอาจจะได้คืนมากขึ้น ขึ้นกับว่าFDICจะขายธนาคารออกไปได้ในราคาเท่าไร นางBair กล่าว ลูกค้า IndyMac จะถูกถ่ายโอนไปยัง IndyMac Federal ชื่อใหม่ที่ได้รับการดูแลโดย FDIC พวกเขายังได้รับการบริการปกติ ทั้ง ATM ,บัตรเดบิต ,และการใช้เช็ค ส่วนลูกค้าเงินกู้ก็ให้ผ่อนชำระไปตามปกติ IndyMac เชี่ยวชาญในการปล่อยสินเชื่อที่มักอ้างกันว่ามีความเสี่ยงต่ำ และใช้เอกสารประกอบการกู้น้อย วันอังคารที่ผ่านมาประกาศปลดคนงานออก 53% สองปีที่ผ่านมาหุ้นของบริษัทร่วงลงกว่า 95 % มูลค่าตลาดหายไป 3.5 พันล้านเหรียญ ราคาหุ้นลดลงไปเหลือ 28 เซ็นต์ในวันศุกร์ที่ผ่านมา IndyMac ขาดทุน 184 ล้านเหรียญ ในไตรมาส 1 และประกาศวันจันทร์ที่ผ่านมาว่าจะขาดทุนอีกจำนวนมากใน ไตรมาส 2 ปีที่แล้ว IndyMac ก็ขาดทุนถึง 614 ล้านเหรียญ โดยส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อบ้านที่ปล่อยให้ลูกค้าที่มีความน่าเชื่อถืออยู่ระหว่างระดับไพร์ม(ปกติ) และซับไพร์ม ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันว่า วิกฤตการณ์สินเชื่อได้ลามจากระดับซับไพร์มขึ้นมาแล้ว ที่แย่กว่านั้นคือ เมื่อตลาด securitization (การแปลงสินทรัพย์เป็นทุน)ล่มสลาย IndyMacไม่สามารถระดมเงินกู้ก้อนใหม่จากสินทรัพย์ที่มีอยู่ และนำไปสู่การขาดสภาพคล่อง ถูกธนาคารกลางเข้าควบคุมในที่สุด 
แหล่งข้อมูล CNNMoney.com
|