พิมพ์หน้านี้
|
ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งกว่า 675 จุด หรือ 7.3% เมื่อคืนวันพฤหัสที่ผ่านมา ลงสู่จุดต่ำสุด ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2003 นับป็นการร่วงลงใน 1 วันที่หนักที่สุดเป็นอันดับสามในประวัติศาสตร์ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ปีที่แล้ว ดัชนีดาวโจนส์ขึ้นแตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 14,164.53 จุด แต่จนถึงวานนี้ ดัชนีลดลงแล้ว 39.4% หุ้นร่วงอย่างไร้แรงต้าน และปัจจัยพื้นฐานก็ถูกโยนออกนอกหน้าต่างไปแล้ว นักวิเคราะห์กล่าว หุ้นร่วงหนักทั้งที่มีมาตรการต่างๆจากรัฐบาลที่จะมาช่วยหนุนสภาพคล่อง และผ่อนคลายระบบสินเชื่อ แต่ตลาดตระหนักดีว่า โปรแกรมเหล่านี้จะยังไม่ได้ผล จนกว่าจะผ่านไป 6-9 เดือนแล้ว ผลประกอบการที่ออกมา คงจะแย่ และ GDP ไตรมาส 3 ก็คงจะเป็นหายนะ นักวิเคราะห์กล่าว ตอนนี้นักลงทุนต่างพยายามที่จะคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจะลงลึกขนาดไหน" เมื่อปีที่แล้ว ในวันเดียวกัน ดัชนี S&P500 ทำสถิติสูงสุดที่ 1565.15 จุด แต่วานนี้ ( พฤหัส) ลดลงแล้ว 41.9% ขณะที่ดัชนีแนสเดก ร่วงลงกว่า 42% หุ้นร่วงอย่างหนักตลอดปี แต่มาเร่งตัวในเดือนกัยยายน เมื่อมีธนาคารล้มจำนวนมาก การล่มสลายของบริษัทเลห์แมน เสมือนเป็นการลั่นไก สู่ผาน้ำตกที่เรากำลังเผชิญอยู่ การกู้ยืมระหว่างธนาคารยังตึงตัว เพราะทุกแห่งต่างเก็บเงินสดไว้ ราคาพันธบัตรร่วง ดึงให้ผลตอบแทนสูงขึ้น น้ำมันและทองคำต่างมีราคาลดลง ราคาน้ำมันลดลง 2.36 เหรียญ สู่ 86.59 เหรียญต่อบาร์เรล ราคาทองคำ ลดลง 20 เหรียญ สู่ 886.5 เหรียญต่อออนซ์ พันธบัตร 10 ปี ปิดที่ 3.76 % ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ขยับสูงขึ้นเมื่อเทียบกับเงินยูโรและเงินเยน ( แสดงว่า มีการแลกเงินกลับเป็นดอลลาร์ เพื่อดึงมาเยียวยาสภาพคล่องให้บริษัท หรือไม่ก็เป็นการเตรียมเงินไว้ลงทุนซื้อของถูกในสหรัฐ ) ดัชนีความกังวลของนักลงทุน (the VIX )แตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อยู่ที่ 64 จุด |
| << | ตุลาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |