• บาว_นาคร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : baocd12@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-06
  • จำนวนเรื่อง : 20
  • จำนวนผู้ชม : 7094
  • จำนวนผู้โหวต : 16
  • ส่ง msg :
<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



วันจันทร์ ที่ 28 มกราคม 2551
การเมือง : เกมส์และการช่วงชิงอำนาจ
Posted by บาว_นาคร , ผู้อ่าน : 259 , 15:36:26 น.  
พิมพ์หน้านี้


การเมือง : เกมส์และการช่วงชิงอำนาจ

บาว นาคร

 

ทฤษฎีเกม คือ วิชาทางคณิตศาสตร์ที่ศึกษาการตัดสินใจของคนตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยที่การกระทำของแต่ละฝ่ายจะมีผลต่อบุคคลอื่นที่ต้องตัดสินใจด้วย  จุดมุ่งหมายสำคัญที่สุดประการหนึ่งของทฤษฎีเกม คือ วิธีตัดสินใจเพื่อเพิ่มประโยชน์สูงสุดให้กับตัวเอง

คำว่า เกม (games) หมายถึง สถานการณ์ที่มีการแข่งขันหรือการขัดแย้งระหว่างฝ่ายตั้งแต่ 2 ฝ่ายขึ้นไป ที่ใช้กันมากได้แก่ เกมในการกีฬา ส่วนในการเมืองก็เช่นเดียวกันมีสถานการณ์แห่งการขัดแย้งและการแข่งขันคล้าย ๆ กับเกมในการกีฬา ผู้ที่เข้าเล่นแต่ละฝ่ายต่างก็ต้องศึกษาถึงกฎเกณฑ์กติกาของการเล่น โดยพยายามคาดคะเนล่วงหน้าถึงวิธีการเล่นของฝ่ายอื่น ๆ หากมีการละเมิดกติกาก็จะต้องมีผู้เข้ามาตัดสิน

จริง ๆ แล้ว ทฤษฎีเกมนี้เริ่มนำมาเผยแพร่ในปี ค.ศ. 1928 โดยนักคณิตศาสตร์ ชื่อ จอห์น ฟอน นิวแมน (John Von Newmann) ที่นำมาอธิบายเรื่องการแข่งขันกันทางเศรษฐกิจ จนทำให้เขาได้รับสมญานามว่าเป็นบิดาของทฤษฎีเกม โดยทฤษฎีเกมนี้จะเป็นการศึกษากระบวนการตัดสินใจภายใต้สถานการณ์ที่ขัดแย้งกัน (conflict situations)  ทฤษฎีคณิตศาสตร์ของนิวแมนนี้เรียกว่า “minimax” มีหลักว่า ผู้แข่งขันควรวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวก้าวต่อไปของตนในทุก ๆ ความเป็นไปได้ เพื่อคำนวณว่า ความเคลื่อนไหวใดที่อาจเปิดโอกาสให้คู่แข่งขันสามารถสร้างความสูญเสียให้แก่เราได้มากที่สุด ด้วยความคิดแบบนี้ กลยุทธ์ที่ดีที่สุดก็คือเราจะต้องเลือกการเคลื่อนไหวที่ “จะก่อความสูญเสียสูงสุดน้อยที่สุด” (minimum maximum possible loss) เพราะหากเราจะต้องแพ้ก็จะได้ไม่เจ็บปวดมากนัก

ใน พ.ศ. 2256 เจมส์ เวลด์เกรฟ ได้ทำการวิเคราะห์หากลยุทธที่ดีที่สุดในการเล่นเกมไพ่ชนิดหนึ่งที่มีผู้เล่นสองคน เรียกว่า le Her โดยใช้หลักการคล้ายกับทฤษฎีเกม และ แอนโทนี ออกัสติน คอร์นอต์ ได้ตีพิมพ์ผลงานเรื่อง Researches into the Mathematical Principles of the Theory of Wealth ใน พ.ศ. 2381 ซึ่งเป็นกรณีทั่วไปของการศึกษาของเจมส์ แต่ทฤษฎีเกมได้มีการศึกษาเป็นสาขาเฉพาะครั้งแรกโดย จอห์น ฟอน นอยมันน์ โดยได้เริ่มตีพิมพ์ผลงานด้านนี้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2473 และได้ตีพิมพ์ตำรา Theory of Games and Economic Behavior ที่เขียนร่วมกับ ออสการ์ มอร์เกินสเติร์น ใน พ.ศ. 2487 ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับวิธีการหา "กลยุทธเด่น" ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเกมผลรวมศูนย์ที่มีผู้เล่นสองคน ตำรานี้นับว่าเป็นการวางรากฐานของทฤษฎีเกมทั้งทางด้านคณิตศาสตร์และเศรษฐศาสตร์อย่างมั่นคง จึงถือได้ว่า จอห์น ฟอน นอยมันน์ เป็นผู้ให้กำเนิดทฤษฎีเกม

ใน พ.ศ. 2493 จอห์น แนช ได้พัฒนาการศึกษาในด้านทฤษฎีเกมในด้านต่าง ๆ จำนวนมาก เช่น การศึกษาถึงตำแหน่งที่ดีที่สุดของเกมที่ทุกคนพอใจในตำแหน่งนี้ เรียกว่า "จุดสมดุลของแนช" นักเศรษฐศาสตร์ได้นำแนวคิดนี้ไปช่วยในการวิเคราะห์ในหลาย ๆ เรื่อง เช่น การประมูล การแข่งขันของผู้ผลิตสินค้า ทำให้จอห์น แนช ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ร่วมกับจอห์น ฮาร์ซานยิ และ ไรน์ฮาร์ด เซลเทน ในปี พ.ศ. 2537 ในฐานะที่เป็นผู้นำหลักทฤษฎีเกมไปประยุกต์ใช้ในด้านเศรษฐศาสตร์ และได้มีการสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับชีวประวัติของเขาเรื่อง A Beautiful Mind โดย ซิลเวีย นาซาร์ ใน พ.ศ. 2544

หลังจากนั้น ได้มีการศึกษาทฤษฎีเกมในวงกว้างมากขึ้น และได้มีการนำทฤษฎีเกมไปประยุกต์ใช้ในด้านสังคมวิทยา รัฐศาสตร์ และชีววิทยา   ปัจจุบัน ทฤษฎีเกมได้มีการพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง ในปี พ.ศ. 2548 โทมัส เชลลิง และ โรเบิร์ต ออมันน์ ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์จากผลงานด้านทฤษฎีเกม โดยการสร้างแบบจำลองไดนามิกที่เกี่ยวข้องกับทฤษฎีเกมประยุกต์ และได้พัฒนาแนวคิดต่าง ๆ ให้ครอบคลุมมากขึ้น

เราสามารถแบ่งเกมออกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 2 ประเภท คือ          

1) เกมที่มีผลรวมเป็นศูนย์ (zero-sum games) เป็นเกมที่ผลรวมผลได้ของผู้ชนะมีค่าเท่ากับผลรวมความเสียหายที่ผู้แพ้ได้รับ และที่หนักที่สุดคือผู้ชนะได้หมดที่เราเรียกว่า “The winner take all” ซึ่งผู้เสียจะสูญเสียไปทั้งหมด

2) เกมที่มีผลรวมไม่เป็นศูนย์ (nonzero-sum games) เป็นเกมที่มีกลยุทธ์ที่ผลได้ของผู้ชนะมีค่าไม่เท่ากับความเสียหายที่ผู้แพ้ได้รับ ในเกมชนิดนี้ผู้แข่งขันทุกคนอาจเป็นผู้ชนะ (win-win) หรือในทำนองกลับกันก็อาจจะเป็นผู้แพ้ (loss-loss) ทั้งหมดก็ได้ จากที่กล่าวมาข้างต้นเมื่อนำมาวิเคราะห์กับสถานการณ์การเมืองของไทย ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าเป็นการเล่นเกมแห่งอำนาจอย่างชัดเจน โดยมีผู้เล่นอยู่หลาย ๆ ฝ่าย ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ขั้ว อย่างชัดเจน คือ

1. กลุ่มอำนาจเก่า

2. กลุ่มอำนาจใหม่

แต่เมื่อเรานำทฤษฎีเกมเข้ามาวิเคราะห์แล้วจะเห็นได้ว่า “เป็นเกมแห่งการแย่งชิงและรักษาอำนาจ”  แต่ว่าเกมแห่งอำนาจของการเมืองไทยนี้มีปัจจัยที่จะต้องนำมาศึกษาและวิเคราะห์เพื่อประกอบในกลยุทธ์ที่จะใช้ต่อสู้เพื่อแย่งชิงและรักษาอำนาจที่ว่านั้นมีปัจจัยแตกต่างและมากกว่าประเทศอื่นพอสมควร  ที่ว่าแตกต่างจากประเทศอื่นก็คือโดยปกติแล้วการตัดสินเกมแห่งอำนาจเพื่อ ชัยชนะทางการเมืองในบรรดาประเทศประชาธิปไตยทั่ว ๆ ไปแล้ว ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ชี้ขาดก็คือ ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง ผู้ที่ทำหน้าที่คอยตรวจสอบและรักษากติกาก็คือองค์กรที่จัดการเลือกตั้งและองค์กรตุลาการที่พิจารณาพิพากษาคดีในกรณีที่มีปัญหาในด้านความชอบด้วยกฎหมายเกิดขึ้น  แต่ว่าประเทศไทย นอกเหนือจากปัจจัยที่ว่ามานี้แล้วยังมีปัจจัยอื่นที่จะต้องนำมาพิจารณาอีก อาทิ กลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่อยู่เบื้องหลังพรรคการเมือง กลุ่มอำมาตยาธิปไตย กลุ่มพลังอำนาจทั้งในระบบและนอกระบบ ตลอดจนผู้คนที่ประชาชนให้ความเคารพนับถือในสังคม เป็นต้น

ดังนั้น เกมการต่อสู้ การช่วงชิงอำนาจทางการเมือง ที่เห็นๆอยู่ในปัจจุบันนั้น นอกเหนือจากปัจจัยที่กล่าวมาแล้ว ที่สำคัญทีสุดคือ ทำอย่างไรจะทำให้เกิดผลประโยชน์มากที่สุดสำหรับประชาชน และประเทศชาติโดยรวม และทำอย่างไรจึงจะหาทางเลือกที่ดีที่สุด สำหรับการเมืองไทยในปัจจุบัน ปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ขณะนี้ไม่ได้มีเพียงแค่การช่วงชิงอำนาจ ความเป็นใหญ่ทางการเมือง อย่างเดียวเท่านั้น ปัญหาอื่นๆ อีกที่รอรัฐบาลใหม่เข้ามาแก้ไขปัญหา เช่น ปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาเศรษฐกิจ เช่น น้ำมันแพง ราคาสินค้าแพงขึ้น ปัญหาค่าครองชีพของประชาชน ปัญหาการว่างงาน ปัญหาอาชญากรรม ปัญหายาเสพติด ปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ปัญหาความขัดแย้งและความแตกแยกทางความคิดของคนในสังคม ปัญหาเด็กและเยาวชน ปัญหาด้านพลังงาน ปัญหาทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ฯลฯ ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นปัญหาอันหนักอึ้งที่รอรัฐบาล ใหม่ ผู้นำประเทศคนใหม่ มาจัดการแก้ไขกับปัญหาของประเทศชาติ

ปัญหาทุกอย่างนอกจากการแก้ไขปัญหาโดยรัฐบาลแล้ว ส่วนที่สำคัญคือ ประชาชนในประเทศเอง ต้องมีความร่วมมือ สามัคคีกันเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาวิกฤติการณ์ดังกล่าวให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และอย่างยั่งยืน เพราะว่าการพัฒนาคุณภาพของคนในประเทศ ให้มีความรู้ความเข้าใจ ทั้งระบบการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างถูกต้อง ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาสังคมได้อย่างถูกทาง โดยใช้ชุมชนเป็นฐานในการพัฒนาประเทศ ทางเลือกหรือทางออกที่ดีที่สุด นั้นจะเป็นอย่างไร จะเป็นไปตามทฤษฎีเกม หรือไม่อย่างไร การนำทฤษฎีเกมมาประยุกต์ใช้กับการเมืองไทยที่กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบันนั้นผลจะออกมาในรูปแบบไหนนั้น ต้องรอลุ้นกันต่อไป ด้วยความน่าสนใจอย่างยิ่ง

 

แหล่งอ้างอิง

www. th.wikipedia.org/wiki

www.prachatai.com/05web/th


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
บาว_นาคร วันที่ : 03/02/2008 เวลา : 19.06 น.
http://www.oknation.net/blog/baocd12
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ : วรรณกรรม : งานพัฒนาชุมชน/ กลุ่มเขียนข้าว

ครับผม
ขอให้มีความสุขมากๆครับ
ความคิดเห็นที่ 2
ธารธรรมโฆษณ์ วันที่ : 28/01/2008 เวลา : 21.46 น.
http://www.oknation.net/blog/thara

หวัดดีครับ..
ดีใจที่ได้เจอ ได้พบกันในนี่
เป็นไงมั่ง อยู่ไหนตอนนี้
ผมอยู่กรุงเต้บแถวๆ รามอินทรา ทำงาน
ได้ลูกแล้ว กำลังวางแผนทุ่มเมียอยู่ ฮา

มาเยี่ยมมาชมมาอ่าน ความคิด ผลงานคนบ้านเร้า
ความคิดเห็นที่ 1
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 28/01/2008 เวลา : 15.46 น.
http://www.oknation.net/blog/suntawanyim

เกมส์ ต้องมีการแข่งขัน แต่ความดี เราทำได้ไม่จำกัด
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน