พิมพ์หน้านี้
พนักงาน itv ทีวีเสรี ออกมาเคลื่อนไหวสักระยะหนึ่งแล้ว ตั้งแต่ศาลปกครองสูงสุดยังไม่ตัดสินคดี itv ผิดสัญญากับ สปน. หรือ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีด้วยซ้ำ ส่วนจะผิดสัญญาอะไรนั้น เชื่อว่าผู้อ่านทุกท่านคงจะติดตามข่าวกันมาบ้างแล้ว ไม่ต้องพูดซ้ำซากกันอีก เดี๋ยวจะเบื่ออ่านเรื่องเดิมๆ ที่หลายคนก็คงบอกว่า เบื่อจะแย่อยู่แล้วเพียงแต่อยากจะพูดถึงพนักงาน itv สักเล็กน้อย เกี่ยวกับพฤติกรรมที่ดูจะน่าหนักใจในฐานะสื่อมวลชน เนื่องจากสื่อเองควรทำหน้าที่นำเสนอข่าวด้วยจริยธรรม ไม่ถูกครอบงำโดยอิทธิพลใดๆ แต่ที่ผ่านมา itv ถูกอำนาจเงินปิดปากมาตลอด 4-5 ปี เปรมปรีดิ์กับอำนาจและผลกำไรที่ไม่สมควรได้ อันเนื่องมาจากการผิดสัญญากับรัฐมานาน เชื่อว่าจุดนี้พนักงาน itv ทุกคนก็รู้อยู่แก่ใจ แน่นอนที่สุด เมื่อถึงวันที่ทุกอย่างกำลังจะสูญสิ้นไป การออกมาร้องแรกแหกกระเชอของเหล่าพนักงานที่อ้างตัวว่าทำเพื่อเป็นปากเสียงของประชาชน ก็มีออกมาอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง แม้กระทั่งล่าสุด คุณกิตติ สิงหาปัด ผู้ประกาศข่าวประจำรายการ Hot News ที่ผมชื่นชอบมานาน ก็ออกมาพบพล.อ.สุรยุทธ์ ด้วยตัวเอง เพื่อยืนยันให้รัฐช่วย itv ด้วย ผมเห็นแล้วก็อดเห็นใจปนเสียความรู้สึกกับกรณีนี้มาก 10 เหตุผลง่ายๆ ของเรื่องราวทั้งหมด ที่แสดงถึงความไม่เหมาะสมของพนักงาน itv ในการกระทำเช่นนี้ก็คือ 1. พนักงานรู้อยู่แล้วว่าที่ผ่านมา itv ถูกครอบงำด้วยอำนาจเงินของชินคอร์ป แต่มีกลุ่มพนักงานเพียงบางส่วนเท่านั้นที่ออกมาแสดงจุดยืนเพื่อต่อต้าน และ ณ วันนี้ พนักงานเหล่านั้นได้หลุดจากวงโคจรของ itv ไปแล้วเป็นส่วนใหญ่ ที่เหลืออยู่ก็คือพนักงานที่อ้างตัวว่าเป็นสื่อ แต่ทำงานภายใต้เงาของชินคอร์ปและสิงคโปร์ 2. พนักงานรู้ว่า itv ทำผิดสัญญากับ สปน. จริง แต่นิ่งเฉยกับการกระทำผิดดังกล่าว ราวกับเห็นดีด้วยที่สถานีจะได้กำไรเพิ่มมากขึ้น อันเนื่องจากการเพิ่มรายการบันเทิงจาก 30% ตามสัญญา เป็น 50% ตามความต้องการ 3. พนักงานรู้ว่าสื่อต้องมีหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชน แต่กลับมีพฤติกรรมตรงกันข้าม โดยนำประชาชนเป็นข้ออ้างเพื่อให้รัฐประนีประนอมกับ itv ในการทำหน้าที่สื่อที่พิกลพิการต่อไป 4. itv เป็นธุรกิจสถานีโทรทัศน์ที่บริหารงานโดยเอกชน ดังนั้น เมื่อธุรกิจที่ได้รับสัมปทานจากรัฐ ทำผิดสัญญาและต้องถูกปรับ มันเป็นหน้าที่รับผิดชอบของพนักงานหรืออย่างไร ที่ต้องมาขอร้องให้รัฐช่วยเหลือ แล้วผู้บริหารทั้งหลายเล่าหายหัวไปไหนกันหมด 5. ที่สำคัญคือพนักงานควรไปประท้วงผู้บริหารของ itv มากกว่า ที่บริหารงานประสาอะไร ถึงหน้าด้านไปทำผิดสัญญากับรัฐจนเป็นหนี้นับแสนล้านบาท แล้วทำท่าจะไม่จ่ายเสียด้วยซ้ำ การมาชุมนุมเรียกร้องรัฐจึงสร้างคำถามและความสับสนว่า พนักงาน itv ทำหน้าที่เพื่อใคร 6. พนักงาน itv ควรตระหนักว่าการทำงานภายใต้การบริหารงานแบบเอกชนมีความเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นธุรกิจที่อยู่ภายใต้สัมปทานของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโทรคมนาคม ธุรกิจป่าไม้ ธุรกิจไฟฟ้า หรือธุรกิจก่อสร้างรถไฟฟ้า ย่อมมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐมากกว่าธุรกิจอื่นๆ ซึ่งหากการบริหารงานผิดพลาด ประกอบกับนโยบายรัฐเปลี่ยน พนักงานก็ต้องยอมรับกับความเสี่ยงตรงนี้ เนื่องจากเป็นผู้เลือกที่จะเข้ามาทำหน้าที่เอง ถ้า itv จะถูกฟ้องล้มละลาย รัฐก็ต้องเข้ามารับภาระฟื้นฟูอีกยาว แต่พนักงานก็ยังสามารถทำงานภายใต้การบริหารงานของรัฐได้ (ถ้ารัฐช่วยเหลือทางใดทางหนึ่ง เช่น หานักลงทุนมารับช่วงบริหารไป เป็นต้น) เพียงแต่เปลี่ยนผู้บริหารเท่านั้น ในเมื่อถ้าเป็นกรณีนั้นจริง พนักงานก็ยังคงทำหน้าที่สื่อได้เช่นเดิม แต่ทำไมถึงไม่ต้องการล่ะ เพราะเงินน้อย? ไม่มีสีสัน? บริหารงานไม่เก่ง? หรือเพราะเหตุผลอะไรกันแน่ 7. ถ้าธุรกิจล้ม ผู้บริหารก็เจ๊ง พนักงานก็ถูกลอยแพ รัฐต้องเข้ามาอุ้มชูด้วยภาษีของประชาชน เงินภาษีของคนกว่า 60 ล้านคน ต้องมาช่วยเหลือคนเพียงหยิบมือ อย่างนี้เรียกว่าเป็นธรรมกับประชาชนอย่างนั้นหรือ ทั้งๆ ที่พนักงานทุกคนมีสิทธิ์เลือกที่จะทำในสิ่งที่ถูกที่ควรตั้งแต่แรก แต่กลับยอมรับกับการผิดสัญญาสัมปทานของผู้บริหารมาตลอด แล้วตอนนี้มาเรียกร้องหาอะไร 8. พนักงาน itv ใช้วิธีการตามสมัยนิยมคือ การชุมนุมเรียกร้อง ทั้งเพื่อขอความเห็นใจและเพื่อเบี่ยงเบนให้ประชาชนเข้าใจไปว่าพนักงานจะยืนหยัดทำเพื่อประชาชน แต่คำถามคือที่ผ่านมาพนักงาน itv ทำเพื่อประชาชน เพื่อชินคอร์ป หรือเพื่อตัวเอง 9. โบนัสและกำไรในแต่ละปีที่พนักงานทุกคนได้ไป เป็นเงินสัมปทานที่ต้องนำเข้ารัฐตามสัญญา แต่ itv กลับเปลี่ยนแปลงสัญญาเพื่อลดค่าสัมปทานจาก 1,000 ล้านบาทต่อปี เหลือเพียง 230 ล้านบาทต่อปี รายได้เพิ่มขึ้นมาทันทีเหนาะๆ ปีละ 770 ล้านบาท ขณะที่รัฐก็สูญเสียรายได้ไปปีละ 770 ล้านบาทเช่นเดียวกัน นี่หรือที่พนักงานบอกว่าทำเพื่อประชาชน 10. เมื่อพนักงาน itv ทำหน้าที่สื่อ ซึ่งป่าวร้องมาตลอดว่าเป็นตัวแทนภาคประชาชน แต่กลับมีพฤติกรรมในทางตรงกันข้ามมาตลอด จึงควรหันไปทำอาชีพอื่นเสียดีกว่า เพื่อที่จะไม่ถูกครหาจากเพื่อนสื่อด้วยกันว่าเป็นพวกปากว่าตาขยิบ หรือพวกพูดอย่างทำอย่างดังเช่นหัวหน้าเก่าของ itv ผู้บริหาร itv ว่าหน้าด้านแล้ว อย่าให้พนักงาน itv ถูกกล่าวหาเช่นนั้นอีกเลย กลับตัวตอนนี้ยังทัน ให้สมกับเป็นคนที่บอกว่าทำเพื่อประชาชนเสียทีเถอะครับ |