• Suki
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sukimedia@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-24
  • จำนวนเรื่อง : 74
  • จำนวนผู้ชม : 73281
  • จำนวนผู้โหวต : 375
  • ส่ง msg :
more
Suki Media
^_^ โปรดใช้วิจารณญาณขณะอ่าน และจินตนาการขณะชม ^_^
Permalink : http://www.oknation.net/blog/baramee
วันจันทร์ ที่ 23 เมษายน 2550
ไปกันใหญ่
Posted by Suki , ผู้อ่าน : 864 , 22:52:42 น.   | หมวดหมู่ : การเมืองเรื่องบัดซบ  
พิมพ์หน้านี้


     ดูข่าวช่วงนี้แล้วเบื่อเต็มกลืน นอกจากวิธีการนำเสนอข่าวที่ไม่มีอะไรใหม่แล้ว ยังมีเนื้อหาที่ซ้ำซากจำเจอีกต่างหาก

     ความจำเจที่ว่าก็คือความคิดที่ย่ำอยู่กับที่ของสื่อบางสื่อเอง เรื่อยไปจนถึงความเน่าเฟะของเนื้อหาข่าวการเมืองทุกวันนี้

     ทุกวินาทีที่ผ่านไป ยังมีข่าวอีกมากมายที่ไม่ได้ถูกนำเสนอ เพราะถูกเบียดแทรกจากข่าวที่ "ไร้สาระ" บางจำพวก และสื่อหลายสำนักก็ดูเหมือนจะเป็นลูกไล่ของ News Maker ระดับปรมาจารย์ในแวดวงการเมืองอีกด้วย

     ประชาชนคนไทยอย่างผม จึงต้องก้มหน้ารับข่าวสารไปอย่างเสียไม่ได้ เพราะเปิดทีวีไปช่องไหน หมุนวิทยุไปคลื่นใด หรืออ่านหนังสือพิมพ์หัวที่เท่าไหร่ก็ตาม ก็มีแต่ข่าวที่ไม่ได้ประเทืองปัญญาแต่อย่างใด

     ยกตัวอย่างเช่น ข่าว "ม็อบ" ที่ขณะนี้มีอยู่นับสิบๆ ม็อบ ทั้งม็อบพีทีวี ม็อบคนไม่เอาเผด็จการ ม็อบเกษตรกร ม็อบพระ ม็อบสตรีคลุมหน้า ม็อบคนรักทักษิณ ม็อบอะไรต่อมิอะไร ไปจนถึงม็อบแมงเม่าไอทีวี

     คงไม่มีใครดูแคลน หากม็อบที่จัดตั้งขึ้นมามีรากฐานมาจากความเดือดร้อนหรืออุดมการณ์บริสุทธิ์ แต่หากม็อบใดที่จัดตั้งขึ้นเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว เพื่อพวกพ้องตัวเอง นั่นย่อมน่าละอายเสียยิ่งกว่าการถูกชี้หน้าด่าพ่อล่อแม่

     และน่าเสียใจยิ่งกว่าที่สื่อให้เวลากับข่าวประเภทนี้ มากกว่าข่าวอันมีสาระอีกมากมาย ที่ถูกแย่งพื้นที่ไปจนไม่มีเหลือ

     ผมขอยกตัวอย่างสัก 3 ม็อบ ที่ดูท่าแล้วชักจะไปกันใหญ่ และหาสาระอันใดมิได้ในการเสียเวลาติดตามข่าวจากสื่อต่างๆ

     1. ม็อบพระ

     2. ม็อบคนไม่เอาเผด็จการ (ประกอบด้วยหลายกลุ่ม)

     3. ม็อบไอทีวี

     อันดับแรก "ม็อบพระ" อาจดูมีสาระในสายตาหลายท่าน แต่โดยส่วนตัวผมแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องไร้แก่นสารและหาสาระอันใดมิได้

     พระสงฆ์ที่รวมกลุ่มกันในขณะนี้ กำลังทำให้เรื่องศาสนากลายเป็นเนื้อเดียวกับการเมือง โดยอ้างความเป็นสถาบันของศาสนาพุทธว่า ควรได้รับการรับรองเช่นเดียวกับสถาบันชาติและสถาบันกษัตริย์ แต่นั่นย่อมไม่ใช่เหตุผลที่ควรถูกระบุไว้ในกรอบคิดเดียวกัน เนื่องจากความเป็นชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ มีที่มาและรากฐานต่างกันอย่างสิ้นเชิง

     ยกตัวอย่างง่ายๆ คือ ศาสนามาจากความศรัทธาล้วนๆ ใครจะนับถือศาสนาอะไร เป็นสิทธิส่วนบุคคล ไม่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด

     แต่ชาติและกษัตริย์นั้น นอกเหนือจากความศรัทธาแล้ว ยังมีระเบียบ ประเพณี และกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องในบริบทที่แตกต่างกันออกไปอีกมากมาย หากใครไม่นับถือหรือไม่ยอมรับในความเป็น "ชาติ" ของไทย หรือไม่ยอมรับนับถือความมีอยู่ของกษัตริย์ อันเป็นที่เคารพของปวงชนส่วนใหญ่ นั่นย่อมหมายถึงการละเมิดต่อกฎหมายอย่างหลีกเลี่ยงมิได้

     ดังนั้น การที่ประชาชนชาวไทยมีเสรีภาพในการนับถือศาสนา หรือการที่พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ทรงเป็นพุทธมามกะและอัครศาสนูปถัมภกนั้น จึงไม่ได้หมายความว่าศาสนาพุทธจะต้องถูกรับรองความเป็นสถาบันอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร หรือถูกตีความว่าเป็นศาสนาประจำชาติแต่อย่างใด

     สิ่งที่ม็อบพระกำลังทำอยู่ทุกวันนี้ จึงเป็นการล้ำเส้นของศรัทธาและชักจูงพุทธศาสนิกชน ให้ก้าวล่วงจากขอบเขตของศาสนาไปสู่เขตแดนของการเมืองอย่างที่ไม่ควรจะเป็น

     หากจะว่ากันถึงที่สุดแล้ว คงต้องตั้งคำถามแรงๆ ต่อพระสงฆ์องคเจ้าเหล่านี้ว่า...พวกท่านกำลังบิดเบือนศาสนาหรือไม่

     ส่วนม็อบคนไม่เอาเผด็จการก็ไม่ต่างกันนัก แกนนำที่ดูมีภูมิรู้ เริ่มส่อแววขาดสติออกมาอย่างเสียมิได้

     ข่าวที่ น.พ.เหวง โตจิราการ จะยื่นฟ้องเอาผิดกับ พล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน ที่จดทะเบียนสมรสซ้อนนั้น ผมแทบจะไม่เชื่อหูตัวเอง อาจเป็นเพราะผมโง่เขลาเบาปัญญาก็เป็นได้ ที่ไม่รู้จริงๆ ว่าการจดทะเบียนสมรสซ้อน มันเกี่ยวอะไรกับการไม่เอาเผด็จการ?

     ใครช่วยตอบผมทีครับ...

     ส่วนกลุ่มสุดท้ายที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า

     "ม็อบไอทีวี"

     ม็อบกลุ่มนี้ผมขอเรียกเป็นการส่วนตัวว่า "ม็อบคนขี้แพ้ชวนตี"

     คนกลุ่มนี้ประกอบด้วยผู้บริหารไอทีวีและผู้ถือหุ้นรายย่อยของไอทีวี ที่ได้รับความเสียหายจากการลงทุน แต่ไม่ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น

     กรณีของผู้บริหารไอทีวี ผมไม่อยากพูดถึงแล้ว เนื่องจากคนกลุ่มนี้เปรียบดัง "หมาจนตรอก" นอกจากจะต้องถูกตามทวงหนี้จากธนาคารที่ไปกู้เงินมาทำธุรกิจแล้ว ยังต้องถูกตามเช็คบิลจากความผิดพลาดอีกมากมาย พวกเขาจึงต้องทำทุกวิถีทางในการเอาตัวรอด หรือเอาคืนกับรัฐ ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง

     แต่กรณีของนักลงทุนรายย่อย หรือเรียกง่ายๆ ว่า "แมงเม่า"

     ไม่ใช่ว่านักลงทุนรายย่อยทุกคนเป็นแมงเม่านะครับ เพราะความแตกต่างของนักลงทุนกับแมงเม่านั้น ต่างกันลิบโลกในตรรกะของความคิดพื้นฐานในการลงทุน

     นักลงทุนที่ดี หรือที่เรียกว่า Value Investor จะศึกษาปัจจัยพื้นฐานของหุ้นแต่ละตัวที่เข้าไปลงทุน เขาจะดูแผนการดำเนินงาน กำไรขาดทุน สินทรัพย์ของบริษัท ผู้บริหาร ความเสี่ยง และอะไรต่อมิอะไรมากมาย ก่อนที่จะลงทุนในหุ้นนั้นๆ

     ต่างจากแมงเม่า ที่เน้นการเก็งกำไรระยะสั้น เข้าเร็วออกเร็ว บางวันเล่นหุ้นรายวัน ปั่นรายตัว เพื่อให้ราคาสูงๆ และเทขายออกไปได้กำไรอย่างง่ายดาย

     แต่ความเสี่ยงของการลงทุนแบบนี้ก็ย่อมสูงเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นแมงเม่าย่อมต้องยอมรับความเสี่ยงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทีนี้คำถามก็คือว่า ทำไมผมถึงว่าม็อบไอทีวีเป็นแมงเม่า

     นั่นก็เพราะธุรกิจของไอทีวีส่อแววว่ามีความเสี่ยงสูงมานานมากแล้ว และมีแนวโน้มที่ประเมินได้อย่างง่ายดาย แม้แต่นักลงทุนหน้าใหม่ก็มองออกว่า หุ้นไอทีวีเป็นหุ้นที่ควร "ชะลอ" การลงทุน แต่แมงเม่าเหล่านี้กลับชะล่าใจ ยังถือหุ้นไอทีวีอยู่อย่างเชื่อมั่น ซึ่งนั่นก็หมายความว่าคนเหล่านี้ ต้องแบกรับภาระความเสี่ยงไปเอง...มิใช่รัฐ

     แค่นี้สั้นๆ สำหรับ 3 ม็อบที่นอกจากจะไม่สร้างสรรค์ประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมแล้ว ยังทำสิ่งที่ไม่เข้าท่าให้คนเขาด่าถึงวงศ์ตระกูลเสียอีก

     ...น่าสงสารและสมเพชตัวเองที่ต้องมารับรู้ข่าวแบบนี้


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 21
RearViewMirror วันที่ : 04/05/2007 เวลา : 15.13 น.
http://www.oknation.net/blog/rearviewmirror
..Keep On Rockin' In The Free World !!

คนพวกนี้ทำให้ความเป็น 'ม็อบ' ในความหมายที่ดีที่สร้างสรรค์เสียไป ทำให้คนเอือมคำว่า 'ม็อบ' และจะตีคลุมไปเป็นอย่างเดียวกันหมด ว่ามันเป็นเรื่องของผลประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือเป็นเครื่องมือของกลุ่มผลประโยชน์ ต่อไปข้างหน้าหากเกิดมีม็อบที่เป็นม็อบจากความเดือดร้อนจริงๆ ก็จะไม่ได้รับการใส่ใจเห็นใจสนับสนุนจากภาคสาธารณะ
ความคิดเห็นที่ 20
นายสิบหมื่น วันที่ : 25/04/2007 เวลา : 08.12 น.
http://www.oknation.net/blog/namsean
ลูกชาวนา...ลูกอีสาน...

.....ม็อบพระครับม็อบพระ....
ผมเห็นว่าพระ(คน)พวกนี้มีความยึดมั่นถือมั่นหาได้ละแล้วซึ่งกิเลส ดังเช่นที่ควรจะเป็นก็หาไม่
ผมเห็นแล้วแสนสงสารพระพุทธศาสนาครับ
(ผมก็เป็นพุทธบริษัทด้วยเหมือนกัน)
ความคิดเห็นที่ 19
sixty วันที่ : 24/04/2007 เวลา : 21.31 น.
http://www.oknation.net/blog/4teen
อย่านำความขาดแคลนมาเป็นอุปสรรคในการทำงาน

ความต้องการของกลุ่มคนมันมีทุกกลุ่ม ข่าวสารก็นำเสนอไปตามหน้าที่ นักวิจารณ์ก็วิพากย์วิเคราะห์กันไปด้วยเหตุด้วยผล ส่วนคนอ่านก็ต้องอ่านอย่างวิเคราะห์ แยกแยะให้ได้ว่าสิ่งใดควรเชื่อ สิ่งใดไม่ควรเชื่อ
การบริโภคสื่อโดยไม่แยกแยะ ก็จะเป็นเหมือนหลายๆคนเริ่มเอียน เริ่มเบื่อ และเริ่มที่จะมีอาการฉุนเฉียวว่าข่าวบ้าอะไรกันนักกันหนา

ก็ต้องปรับสภาพจิตของตนเองให้ดีครับ...
ความคิดเห็นที่ 18
poyfon วันที่ : 24/04/2007 เวลา : 20.13 น.
http://www.oknation.net/blog/Rawewan

พี่ยอดๆ แซนวิส แฮมอย่างเดียว ของโปรดพี่ยอดหน่ะ
เซเว่นชั้น 1 ไม่ขายให้แล้วนะ หึหึ
ความคิดเห็นที่ 17
Thaihippy วันที่ : 24/04/2007 เวลา : 19.28 น.
http://www.oknation.net/blog/Thaihippy

แวะมาอ่านบทความครับ..ผมเกรงว่าอาจมีเหตุร้าย ในการเคลื่อน มอ็บพระ(ถ้ามีจำนวน 200000 คน/รูป) และจะเป็นชนวนที่ก่อเกิดความรุนแรงได้..
แล้วมันก็จะเข้าทาง ผู้ไม่หวังดี..
ผมเป็นคนมองโลกในแง่ดี..แต่ก็อดหวั่นคิดอะไรร้ายๆไม่ได้ในขณะนี้..
ก็เลยพยายามรณรงค์ เรื่องสันติภาพในบล็อก..เพราะไม่รู้จะทำอย่างไร?
ความคิดเห็นที่ 16
แม่หมู_de_mascot วันที่ : 24/04/2007 เวลา : 19.11 น.
http://www.oknation.net/blog/optimsticheart
(สาระ)กวน ป่วนใจ ราย(ร่าย ร้าย)สะดวก

ม็อบไอทีวีนี่ รับ ม่าย ด้าย มาตั้งแต่แรกแล้ว ผู้บริหารรู้ทั้งรู้มาตั้งนาน ปล่อยจนได้เรื่อง พนักงานก้น่าจะรู้ทั้งรู้ แสดงว่าทุกฝ่ายหวังที่จะเอาตัวเองมาต่อรองกับประเทศชาติมาตลอด...พวกเขาเป็นใคร? ทำไม..นี่ชาติ ต้องช่วยพวกเขาไม่ให้ตกงาน ฯลฯ รึไง ชาวบ้านตาดำๆ มิต้องออกมา ม็อบๆๆ กันหมดเลยรึ แถมเมื่อสื่อใช้เครื่องมือ propaganda เพื่อผลประโยชน์ตัวเอง มันก็...แย่มากๆ เมื่อเปลี่ยนรูปแบบเป็นสื่อสาธารณะไปแล้ว จะยอมรับได้แค่ไหน หวังว่าคงไม่มีอะไรให้ต้องเซ็งกันอีก

ม็อบพระนี่ก็ สุดจะทน สมัยนี้คงบวชกันง่ายๆ จิตใจยังฝักใฝ่ทางโลกกันขนาดนี้ ยิ่งไม่ควรให้กลายเป้นศาสนาประจำชาติใหญ่ เพราะศาสนาพุทธอาจจะมีแนวโน้มไม่สามารถเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจให้เกิดศีล สมาธิ ปัญญา ก่อกรรมทำดีกันต่อไป ละมั้ง? เศร้าใจ

ม็อบอื่นๆ ก็สักแต่จะม็อบ บ้านเมืองยิ่งระส่ำย่ำแย่ ก็ยังดันทุรังจะม็อบ

จริงๆแล้วความคิดสุดขั้ว สุดโต่งของกลุ่มไหนฝ่ายไหน ถ้าจะคิด จะปรึกษากัน โดยสงบ ก็เอาเถิด แต่ถ้าคิดจะ "กระทำ" ขอให้ทำแต่ "พอเพียง" ..สื่อต้องนำเสนอมันก็เป็นหน้าที่ แต่แล้ว ก็กลายเป็นเครื่องมือไปในคราวเดียวกัน

คนที่ดูแล้ว เสพสื่อแล้ว เข้าใจ วิเคราะห์ได้ เลือกเชื่อ เลือกปฏิบัติได้...ทั้งประเทศเรา มี กี่ คน กัน?
คนส่วนมากของประเทศล่ะ ที่ต้องมึนกับข่าวอย่างนี้ อาจจะเชื่อ และตกเป็นเครื่องมือไปอีก
...ขอถอนหายใจดังๆ ที่เถอะ

เฮ้อ..อ..อ..อ..อออออออออออออ
ความคิดเห็นที่ 15
PostAmorndern วันที่ : 24/04/2007 เวลา : 18.47 น.
http://www.oknation.net/blog/amorn

หากดูจากนิยาม ของ "ม๊อบ" เขาย่อมเรียกร้องตามกลุ่มผลประโยชน์ของตนเอง เช่น ม๊อบไม่เอาเผด็จการ ก็สะท้อนอยู่แล้วว่าไม่เอาเผด็จการ หรือม๊อบไอทีวี ก็คือเรียกร้องกดดันเพื่อรักษาช่องทีวี(พวกเขาเดือดร้อน หากไม่มี ก็หมายความว่า "ตกงาน"
ดังนั้น ทุกคนเลยรู้สึกว่า เบื่อม๊อบ เพราะเห็นแก่ได้ แต่บางกลุ่มเขาเดือดร้อนจริง ๆ ดังที่กล่าวเบื้องต้น
ความคิดเห็นที่ 14
aumpradya วันที่ : 24/04/2007 เวลา : 15.32 น.
http://www.oknation.net/blog/aumpradya

ถึงแม้จะน่าเบื่อ แต่ต้องรับรู้ละนะ เพราะเป็นเรื่องใหญ่จริงๆเหอะๆๆ ทนฟังกันไป
ความคิดเห็นที่ 13
Watchpuppy วันที่ : 24/04/2007 เวลา : 13.07 น.
http://www.oknation.net/blog/watchpuppy

ไปกันใหญ่จริงๆ
เรื่องไม่เป็นเรื่องก็เอามาหมด...
ความคิดเห็นที่ 12
lost-in-space วันที่ : 24/04/2007 เวลา : 12.14 น.
http://www.oknation.net/blog/lostinspace
สิ่งที่เหนือไปกว่าการให้อภัย คือ "การลืม(มันซะ)"

สำหรับเราใส่เกียร์ว่างมาเดือน สองเดือนแล้วหล่ะกับข่าวสารบ้านเมือง รู้สึกเห็นใจคนที่ต้องทำงานอยู่กับข่าวตลอดเวลาเหมือนกัน
ความคิดเห็นที่ 11
นาย...ระบือ วันที่ : 24/04/2007 เวลา : 10.16 น.
http://www.oknation.net/blog/rabue

นักวิชาการด้านศาสนา ในสภานิติบัญญัติแห่งชาตินั้น จริงๆแล้วนักวิชาการด้านศาสนามีทั้งหมดรวม 11 คน
ผู้มีอำนาจตั้ง (ใครไม่รู้) ตั้งตัวแทนจากศาสนาคริสต์ 1 คน ตัวแทนจากศาสนาพุทธ 2 คน แต่พอมาถึงตัวแทนจากศาสนาอิสลาม
กลับแต่งตั้งทีเดียว 8 คน..

คริสต์
1. นายกีรติ บุญเจือ

พุทธ
1. นายเสฐียรพงษ์ วรรณปก
2. นายวรเดช อมรวรพิพัฒน์

อิสลาม
1.นายวินัย สะมะอุน
2. นายแว ดือ ราแม มะมิงจิ
3. นายแวมา ฮาดี แวดาโอะ
4. นายดำรง สุมาลยศักดิ์
5. นายอับดุล รอซัค อาลี
6. นายอับดุลเราะแม เจะแซล
7. นายอิสมาแอ อาลี
8. นายอิสมาแอลลุทฟิ จะปะกียา

ยังมีคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญด้านศาสนาอีก
มีทั้งหมด 35 ท่าน เป็น มุสลิม 2 คน พุทธ 5 คน คริสตร์ 10 อีก 18 คนเป็นผู้นับถือศาสนาเงิน ใครให้มากก็ยกมือให้ แล้วคุณว่าควรจะทำไงดีครับ?

นี่เมืองพุทธที่คน 94% เป็นชาวพุทธนะ!!!! ยังกล้าทำร้ายจิตใจชาวพุทธได้ถึงขนาดนี้ แล้วต่อไปจะเป็นยังผู้มีสมองคงคิดดูได้ ชาวพุทธจะมัวนิ่งนอนใจกันได้อยู่เหรอ
แม้จะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม เชื่อได้เลยว่าพวกนี้ไม่เคยพอ ได้เล็กได้น้อยก็เอาได้คืบก็จะเอา ศอกอยู่ร่ำไป ประวัติศาสก็มีให้เห็นอยู่ทุกยุคทุกสมัย พระมหากษัตริย์
และบรรพบุรุษไทยอุตสาห์เสียสละเลือดเนื้อชีวิตเพื่อพิทักษ์ชาติพระพุทธศาสนา พระเจ้าตากสินถึงกับถวายแผ่นดินนี้เป็นพุทธบูชา แล้วกับการแค่บันทึกไว้ในรัฐธรรมนูญ
เพียงแค่นี้ลูกหลานยังทำไม่ได้เชียวเหรอ ถ้าท่านรับรู้ท่านคงจะว่า ไอ้ลูกหลานจรรไร!!!!...

ขอทำความเข้าใจกับบรรดาพวกไม่ยึดมั่นถือมั่นนิดหนึ่งนะครับ อันที่จริงพระพุทธศาสนาของพวกเรานั้น
ไม่ได้สอนให้เราโง่ขนาดนั้น เรื่องความไม่ยึดมั่นถือมั่นท่านหมายถึงความไม่ยึดมั่นถือมั่นทางจิตใจให้รู้จักปล่อยวางทางจิตใจ
ไม่ใช่ ปล่อยวางภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่เป็นพระวินัยหรือกฏหมายของพระจะต้องยึดถือไว้เป็นหลักใน
การปฏิบัติไม่ใช่ปล่อยวาง ถ้าคุณบอกพระว่าพระไม่ควรยึดมั่นถือมั่น แล้วพระท่านไม่ยอมถือศีลเลยสัก
ข้อโดยอ้างว่าท่านไม่ยึดมั่นถือมั่น ผมบอกให้คุณไปกราบพระพวกนั้นคุณจะไปใหม ? ตัวคุณเองถ้าไม่ยึดมั่นถือมั่น
คุณลองเดินแก้ผ้าในตลาดดูหน่อยไหม หรือว่าตามสี่แยกก็ได้ ถ้าตำรวจมาถามคุณค่อยบอกเขาว่าคุณไม่ยึดมั่นถือมั่น
เรื่องความไม่ยึดมั่นเป็นคุณธรรมของผู้ปฏิบัติ ถ้าไม่รู้จริงก็ไม่ต้องเอาความโง่มาประจานเขา
เรื่องการบัญญัติพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาตินั้นเป็นความสำคัญยิ่งของพวกเราชาวพุทธ
ให้พากันเสียสละเวลาช่วยกันสนับสนุนให้ สสร . บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี2550ให้ได้
บรรพบุรุษในอดีตต่างพากันเสียเลือดเสียเนื้อในการรักษาแผ่นดินใว้เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เราอนุชนรุ่นหลังทำไม
จะเสียสละสนับสนุนเรื่องแค่นี้ไม่ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ใช่คนแล้ว แผ่นดินผืนนี้พระเจ้าตากสินมหาราชได้ถวายเป็นพุทธบูชาแล้ว
ไม่ควรจะลืมบุญคุณแผ่นดิน สำนึกพระคุณแผ่นดินช่วยกันสนับสนุนให้สสร.บัญญัติพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ
ส่วนพระที่ท่านออกไปเป็นตัวแทนชาวพุทธในการเรียกร้องให้ สสร. บัญญัติพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาตินั้น
ต้องขออนุโมนาบุญกุศลกับท่านด้วยเพราะท่านได้ทำในสิ่งที่ประเสริฐแล้ว เป็นตัวอย่างที่ดีของชาวพุทธที่แสดงออกถึงการเสียสละ
ความอดทนต่อแสงแดด ความร้อน ความดูถูกดูแคลน ความตั้งใจจริงในการดำรงอยู่ซึ่งพระพุทธศาสนา ขอท่านเหล่านั้นจงมีกำลังใจในการต่อสู้
ข้ามพ้นอัธพาลคนไม่ถึงศาสนาได้เร็วไว ความตั้งใจของทุกท่านจงประสบความสำเร็จ จงสำเร็จ จงสำเร็จ จงสำเร็จด้วยเทอญ
ความคิดเห็นที่ 10
Nity วันที่ : 24/04/2007 เวลา : 08.09 น.
http://www.oknation.net/blog/nity
โลกหลากแบบ จึงมองได้หลายมุม!

ร่วมส่งสารสมเพชม็อบพวกนี้ด้วยคน
ความคิดเห็นที่ 9
วิตามินบี วันที่ : 24/04/2007 เวลา : 02.42 น.
http://www.oknation.net/blog/cookie
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


ราตรีสวัสดิ์ค่ะคุณสุกี้ยากี้ อ่านจบแล้วแต่ขอมาเมนท์วันพรุ่งนี้ละกัน เพิ่งทำงานเสร็จหมดแรงแล้วค่ะ
ความคิดเห็นที่ 8
warakorn วันที่ : 24/04/2007 เวลา : 00.36 น.
http://www.oknation.net/blog/warakorn
"ท้อแท้ได้ ก้าวเดินอย่างช้าๆ ได้ แต่อย่าคิดเดินถอยหลังหรือละทิ้งโอกาส เพราะนั่นคือการยอมแพ้"


เคยได้ยินคำว่าข่าวที่ไม่เป็นข่าว ไหมครับ มีหลายอย่าง หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ไม่เป็นข่า แต่ข่าวอย่างที่คุณสุกี้ว่ามันก็น่าเบื่อจริงๆๆๆ แต่ในฐานะที่เป็นสื่อก็เห็นด้วยกับคุณลุกเสื่อหมายเลขเก้า เราต้องไม่เป็นเครื่องมือของคนพวกนี้
ความคิดเห็นที่ 7
feng_shui วันที่ : 24/04/2007 เวลา : 00.36 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

ใช่ นอกจาก ไม่สร้างสรรค์ประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมแล้วยังไม่น่าจะนำเสนอผ่านสื่อจนดูเฝือไปหมด
ส่วนรื่องหุ้น นักลงทุนรายย่อยๆ หรือพวกแมงเม่า ก็ต้องให้คิดว่าหุ้นคือความเสี่ยงชนิดหนึ่ง จึงจะช่วยให้พวกเขาสบายใจขึ้น.....ก็ว่ากันไป
สื่อไหนงี่เง่า เราก็ไม่ดูไม่อ่านค่ะ
ความคิดเห็นที่ 6
chompoopookha วันที่ : 23/04/2007 เวลา : 23.29 น.
http://www.oknation.net/blog/chompoopookha

ปกติอ่านหนังสือพิมพ์ทุกวัน แต่ช่วงนี้ไม่ปกติ
คล้ายๆ อาการคลื่นเหียน เห็นหนังสือพิมพ์พาลจะเป็นลม
นี่พูดเรื่องจริงอ่ะ คุณเคยรู้สึกแบบนี้ไม๊
ความคิดเห็นที่ 5
jimmyjet วันที่ : 23/04/2007 เวลา : 23.29 น.
http://www.oknation.net/blog/jimmyjet

ผมหยุดอ่านหนังสือพิมพ์ไปได้พักนึงแล้วครับ เซ็งโคตร
ความคิดเห็นที่ 4
เจเจค่ะ วันที่ : 23/04/2007 เวลา : 23.07 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
ยังไม่ได้ฤกษ์อัพบล๊อกอ่ะค่ะ..... 


ชาวบ้านร้านตลาดทั่วไป

ยุ่งแต่เรื่องทำมาหากิน

ที่จะให้แยกแยะการบริโภคข่าวสาร มันคงยากนะคะ
ความคิดเห็นที่ 3
anchor13 วันที่ : 23/04/2007 เวลา : 23.02 น.
http://www.oknation.net/blog/anchor13

ทุกวันนี้บริโภคข่าวสารแล้วเหนื่อยใจจริง ๆ ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
pran วันที่ : 23/04/2007 เวลา : 22.56 น.
http://www.oknation.net/blog/pran

พี่ยอดสนใจวิจารณ์ เรื่องนี้ไหม
http://webboard.mthai.com/viewtopic.php?cate_id=29&post_id=316914
ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 23/04/2007 เวลา : 22.55 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เห็นด้วยครับ สื่อกลายเป็นเครื่องมือ
แต่ถ้าสื่อไม่เสนอ ก็จะถูกกล่าวหาว่า"ไม่เป็นกลาง" ...
คอมเมนต์ถูกปิด หรือ คอมเมนต์ได้เฉพาะสมาชิก
เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก

ค่าธรรมเนียมผ่านทาง

ไอเดียการประหยัดพลังงานชิ้นล่าสุด ที่หลายคนมองว่าไม่น่าจะเหมาะสมกับสังคมไทยในปัจจุบัน เพราะระบบขนส่งของไทยยังไม่พร้อมเหมือนต่างประเทศ

View All
<< เมษายน 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



คุณกลัวอะไรมากที่สุด?
กลัวผี
12 คน
กลัวจน
24 คน
กลัวไม่มีใครรัก
16 คน
กลัวตาย
5 คน
กลัวโง่
51 คน
อื่นๆ
22 คน

  โหวต 130 คน