พิมพ์หน้านี้
|
สัปดาห์ที่แล้ว ผู้เขียนจบด้วยประเด็นปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ มันเป็นปัญหาสังคมที่มีการเคลื่อนไหวทางทหารรวมอยู่ด้วย ดังนั้น แนวทางที่จะใช้สำหรับการแก้ปัญหาวันนี้ จึงจำเป็นต้องมีทั้งภาคของสังคมและภาคทางทหาร เดินควบคู่กันไป เพียงแต่ว่า งานมวลชน หรืองานทางสังคม จำเป็นต้องสนับสนุนให้ภาคเอกชน ภาคประชาชน เป็นผู้ขับเคลื่อน รัฐเพียงพิจารณาโครงการ และสนับสนุนงบประมาณ เพื่อให้ภาคเอกชนแสวงหาแนวร่วมฝ่ายสันติวิธี และขยายพื้นที่ครอบคลุมเอง และขยายมวลชนฝ่ายสนับสนุนสันติวิธีมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดองค์กรต่างๆ เพื่อชี้นำสังคมให้หันกลับมาเห็นดีเห็นงามกับการต่อสู้ในแนวทางสันติวิธี หรือสมานฉันท์ ด้วยความสำนึกจริงๆ ไม่ใช่การพยายามหยิบยื่นให้ของฝ่ายรัฐอย่างที่เป็นอยู่ ที่สำคัญ ภาระหน้าที่เช่นนี้ ไม่ควรให้ทหารเป็นฝ่ายดำเนินการ เพราะโดยตรรกะของสงครามนั้น ทหารทั้งสองฝ่ายเป็นศัตรูที่ชัดแจ้งซึ่งกันและกัน เพียงต่างกันที่ว่า ฝ่ายรัฐแต่งเครื่องแบบและเปิดเผยแต่ฝ่ายก่อความไม่สงบกลับปิดลับ อีกทั้งประชาชนเองหวาดกลัว จะถูกกล่าวหาว่าฝักใฝ่เป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อันหมายถึงความลำบากของชีวิต หรือแม้แต่อาจเสียชีวิตไปเลยก็ได้ ในสภาวการณ์เช่นนี้ของประชาชน ถือว่าเป็นความลำบากมากที่สุดของผู้คนในสามจังหวัดในวันนี้ และจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐจะต้องเข้าใจ ฉะนั้น ความพยายามของฝ่ายรัฐที่จะจัดตั้งมวลชนเองโดยไม่มีตัวแทน จึงไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควรจากประชาชน การเคลื่อนมวลชนผ่านตัวแทนหรือนอมินีของรัฐ ของทหาร เป็นสิ่งที่ฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบทั้งเกรงใจและเกรงกลัว หรือที่ฝ่ายขบวนการเรียกว่า 'กายบาโระ' ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ยากจะสรุปว่าอยู่ฝ่ายไหน เป็นเสมือน NGO ที่ทำงานสัมพันธ์กับรัฐนั่นเอง เรื่องสำคัญที่สุดของฝ่ายรัฐที่จะต้องรีบดำเนินการ คือ ทำให้สังคมได้เห็นรูปธรรมของความคืบหน้าในการคลี่คลายสถานการณ์ในวันนี้ แต่ไม่ใช่กังวลหมกมุ่นอยู่กับปัญหาที่มันซับซ้อนจนหาปมไม่เจอเช่นปัจจุบันมากเกินไป แต่รัฐควรหันมามองตัวเองและยอมรับทุกๆ บทบาทของแต่ละฝ่ายในการแก้ปัญหา เช่น วันนี้มีความคืบหน้าอะไรบ้างที่พอจะบอกสังคมได้ว่า สถานการณ์ดีขึ้นกว่าเดิม ถ้าหากในทางเศรษฐกิจ อาจประเมินเป็นรายไตรมาส อย่างเมื่อกลางสัปดาห์ นายกฯ สุรยุทธ์ กล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมโอไอซี ในเรื่องการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ยังวนอยู่กับเนื้อหาเดิมๆ วาทกรรมเก่าๆ เช่น การแยกปลาออกจากน้ำ หรือแนวทางสันติวิธี 4 ด้าน ได้แก่ การมีส่วนร่วม, ความยุติธรรม, การพัฒนาเศรษฐกิจ และการพัฒนาการศึกษาและสังคม พร้อมทั้งฝากความหวังเอาไว้ค่อนข้างสูงกับ ศอ.บต. ที่ได้รับการฟื้นฟูใหม่ว่าจะเป็นหน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อกับประชาชน และกระตุ้น รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน แต่ไม่ว่ารัฐบาลทักษิณ หรือรัฐบาลปัจจุบัน มักไม่สนใจทำเรื่องง่ายๆ โดยคิดกันแต่เรื่องเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งที่มีการฆ่ากันรายวัน จริงๆ แล้ว ผู้เขียนเคยเสนอหลายครั้งในประเด็นทางยุทธวิธีการเมืองเฉพาะหน้าสำหรับงานใน 3 จังหวัด ที่ควรมุ่งเน้นชี้ให้เห็นถึงเหตุผลของการเปลี่ยนแปลงของการก่อเหตุต่างๆ ของฝ่ายก่อความไม่สงบ ว่าอยู่ในสภาพเพลี่ยงพล้ำ และกำลังถดถอยอย่างไรบ้าง? ซึ่งสามารถวัดได้จากหลายฐาน (1) เหตุที่เกิดขึ้น (2) จำนวนครั้ง (3) ระยะห่างของเหตุการณ์ หรือรูปแบบทางทหารของฝ่ายขบวนการฯ เป็นอย่างไรในวันนี้ ปฏิบัติการได้ยากง่ายต่างกันอย่างไรกับที่ผ่านมา สิ่งเหล่านี้ผู้เขียนถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับการต่อสู้ที่เกิดขึ้นในสามจังหวัด ยกตัวอย่างหนึ่ง เช่น การลอบยิงชาวบ้านธรรมดา ชาวไร่ชาวสวน กับการยิงแล้วตัดหัวของเหยื่อ ล้วนมีนัยของปฏิบัติการต่างกันทั้งสิ้น ยิ่งถ้ารัฐสามารถชี้แจงแยกแยะปฏิบัติการระเบิดว่าเป็นมาอย่างไร มีการประกอบกันขึ้นด้วยคนกี่กลุ่ม? หรือแม้แต่การใช้ปืนในการก่อเหตุยิงคน ล้วนถูกกระทำโดยคนเพียงไม่กี่คน แต่เวียนกันปฏิบัติในหลายพื้นที่ เช่น อาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ บางครั้งสามารถพิสูจน์ได้ว่าปืนกระบอกเดียวสังหารคนถึง สามสิบราย เช่นนี้ย่อมแสดงว่ากลุ่มปฏิบัติการเป็นคนกลุ่มเล็กๆ เพียงไม่กี่คน ที่วนเวียนใช้ความรุนแรง หรือฝีมือการประกอบระเบิดที่ผ่านมากว่าร้อยจุด มันถูกผลิตและประกอบด้วยฝีมือคนไม่กี่คน ซึ่งข้อเท็จจริงทำนองนี้ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้รับรู้เลย จึงทำให้ดูเหมือนเหตุการณ์ไม่ดีขึ้น ทั้งๆ ที่หากใครได้มีโอกาสเข้าไปในหมู่บ้าน เข้าไปในชุมชน ในห้วงปีก่อนกับปัจจุบันนี้ แตกต่างกันอย่างมาก การแสดงออกของประชาชนต่อกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่อยู่ในหมู่บ้านตนเองนั้น ก็แตกต่างกัน หรือแม้แต่ล่าสุด เกิดการชุมนุมของสตรีและเด็ก เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยที่ถูกทางการเชิญตัวไปสอบสวน จำนวนผู้ร่วมชุมนุมน้อยลง และยังต้องระดมกันมาจากหลายท้องที่ เช่นเหตุประท้วงที่ อ.กระพ้อ จ.ปัตตานี ชาวบ้านหันกลับไปถามผู้ชุมนุมว่า "มาจากไหนกันเพราะไม่ใช่คนในหมู่บ้านนี้ แล้วจะมาเรียกร้องแทนคนในหมู่บ้านนี้ได้อย่างไร?" เรื่องเหล่านี้ฝ่ายรัฐควรขยายผลให้สังคมได้รับรู้ว่า ชาวบ้านที่โน่นที่นี่ช่วยกันกดดันกลุ่มคนฝ่ายโน้นแล้ว ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหนังสือพิมพ์ ทีวี วิทยุ คอยประโคมข่าว จนคนนอกพื้นที่คิดว่าอีกไม่นานขบวนการคงแบ่งแยกดินแดนสำเร็จ รัฐต้องอธิบายให้เห็นว่า ผลของการกดดันด้วยชาวบ้านนี่แหละ จะผลักให้ฝ่ายก่อความไม่สงบหลบหนีเข้าป่าจับอาวุธต่อสู้เต็มรูปแบบ ซึ่งผู้เขียนคาดว่าคงอีกไม่นาน การปะทะกันของกองกำลังทั้งสองฝ่ายแบบบู๊ล้างผลาญบนเทือกเขา คงจะหวนกลับมาอีกครั้ง และนั่นจะเป็นสัญญาณความสงบสุขของชาวบ้าน จะได้เกิดขึ้นเสียทีเหมือนกัน เพราะทุกวันนี้ชาวบ้านภาวนาขอพร ขอให้ทั้งสองฝ่ายรบกันให้จริงจัง แตกหักกันไปข้างหนึ่ง โดยไม่ต้องมาข้องแวะกับคนในหมู่บ้าน วนเวียนน่าปวดหัวที่เห็นสองฝ่ายคลาดกันไปคลาดกันมาอยู่ตลอดเวลา ทำให้ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะอยู่ข้างไหน เพราะยังไม่เห็นฝ่ายใดชนะเด็ดขาดเสียที การสร้างขวัญกำลังใจให้กับชาวบ้านที่ดีที่สุด คือ ทหารสามารถปะทะและจัดการกับฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบได้บ้าง ไม่ใช่เพียงเดินไปเดินมา คุ้มครองไปคุ้มครองมา เสียงดังตูม!!! รถทหารคว่ำอีกแล้ว ตรงนี้แหละที่ผู้เขียนบอกว่างานทางทหารต้องเดินควบคู่กันไป ไม่ใช่อย่างที่เป็นอยู่ เอาทหารมาทำงานมวลชน ทั้งๆ ที่ทหารทำงานในพื้นที่เหมือนๆ กับทหารอเมริกันในอิรักนั่นแหละ เพราะเป็นทหารจากต่างพื้นที่ เดินทางมาจากต่างถิ่นไม่รู้จักใคร วันๆ แบกปืนแล้วหิ้วของแจกชาวบ้าน หรือยิ้มแหยๆ พยายามทำดีทุกอย่างกับชาวบ้าน พูดจาดี กิริยาดี แต่ไม่เคยห่างจากปืน ยังไงๆมันก็คบกันสนิทใจไม่ได้หรอก ซ้ำร้ายระแวงชาวบ้านจนไม่รู้งว่าใครเป็นพวก ใครเป็นศัตรู วันนี้รัฐเองควรจะยอมรับได้แล้วในประเด็นนี้ อย่างล่าสุดที่มีนักข่าวโดนระเบิดไปด้วย คงต้องถามตัวเองสักหน่อย '3 ผ' คือ ถ้าแผ่ว ถ้าเผลอ ก็ถูกเผา มันเป็นยังไง อันที่จริงกลยุทธ์พื้นๆ ที่ฝ่ายก่อการสร้างสถานการณ์แล้วลวงฝ่ายทหารเข้าสู่ 'พื้นที่สังหาร' นั้น ใช้กันมาตั้งแต่สมัยคอมมิวนิสต์เฟื่องฟู จนถึงวันนี้ ทหารก็ยังโดนล่อไปถล่มจนเละ ฉะนั้น งานยุทธการ ต้องทำทหารให้เป็นทหาร ไม่ต้องเป็นตำรวจ ไม่ต้องเป็นปลัด ส่วนการจะเป็นทหารได้ยังไง คงต้องกลับไปทบทวนดูดีๆ ก็แล้วกัน? สวนทางปืน / เนชั่นสุดสัปดาห์ (ฉ.765) |
| << | มีนาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |