• บะห์รูน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-03-14
  • จำนวนเรื่อง : 38
  • จำนวนผู้ชม : 17221
  • จำนวนผู้โหวต : 30
  • ส่ง msg :
บะห์รูน ณ สวนทางปืน
บทวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาความไม่สงบของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยมุมมองลุ่มลึกอย่างละเอียด และเสนอแนะอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นคอลัมนิสต์ประจำ "เนชั่นสุดสัปดาห์"
Permalink : http://www.oknation.net/blog/baroon
วันพุธ ที่ 14 มีนาคม 2550
ไทยไม่ควรให้มาเลย์นำทางแก้ปัญหา
Posted by บะห์รูน , ผู้อ่าน : 184 , 17:44:24 น.   | หมวดหมู่ : สวนทางปืน  
พิมพ์หน้านี้


ผู้เขียนได้รับข้อท้วงติงและข้อแนะนำ ตลอดจนคำถามมากมายจากเพื่อนพ้องน้องพี่ หรือแม้คำวิจารณ์ บ้างก็ว่าเข้าข้างรัฐบาล บ้างก็ว่าเป็นแนวร่วมระดับสูงของขบวนการ บ้างก็ไปไกลถึงกับคิดว่าเป็นทหารที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ แต่ก็มีเจ้าหน้าที่รัฐบางคนคิดไปว่า ผู้เขียนเป็นคนที่สนิทสนมอยู่กับเจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยงาน และคอยให้คำแนะนำและคำปรึกษา ซึ่งแต่ละคน แต่ละฝ่าย ก็คงคาดการณ์กันไปตามองค์ความรู้ที่มี ซึ่งโดยรวมแล้วทุกคนก็ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับสิ่งที่ผู้เขียนนำเสนอผ่านคอลัมม์นี้มากนัก

ส่วนใหญ่สนใจความแม่นยำในการวิเคราะห์ปัญหา หรือสถานการณ์ที่ผู้เขียนนำเสนอ เพื่อเปรียบเทียบกับทัศนะของตนเอง มากกว่าจะเป็นแง่มุมทางความคิด เพื่อมองสังคมสามจังหวัดหรือสังคมคนมลายู โดยเฉพาะที่ปาตานีแห่งนี้

ประเด็นล่าสุด ที่ผู้เขียนนำเสนอเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นมุมมองที่ค่อนข้างขัดแย้งกับความรู้สึกนึกคิดของฝ่ายความมั่นคงไทย หรือแม้แต่นักวิชาการด้านความมั่นคง ที่ยังคงปักใจเชื่อว่า ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย หากแม้ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลไทยอย่างจริงจังและจริงใจ เชื่อได้ว่าปัญหาสามจังหวัด จะคลี่คลาย และเป็นไปในทางที่ดีมากกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้แน่

แต่ตามทัศนะของผู้เขียน กลับมองคนละมุม เห็นกันคนละด้านเลยทีเดียว ผู้เขียนกล้าที่จะกล่าวว่า อดีตนายกฯ มาเลเซีย ก็ไม่ได้รู้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้มากไปกว่าไทยเลย หรือแม้แต่ฝ่ายความมั่นคงของมาเลย์เอง แทบจะถูกแนวร่วมขบวนการฯ เก่าๆ ที่หลบหนีไปอยู่ฝั่งโน้นหลอกเป็นประจำ รายละเอียดได้กล่าวไปบ้างแล้ว

ในเมื่อเบื้องต้น ผู้เขียนกล่าวถึงมาเลเซียว่า ฝ่ายไทยไม่ควรให้นำทิศนำทางในการแก้ปัญหาบ้านเรา ฝ่ายไทยเองควรนำเสนอข้อมูลที่เป็นการร่วมมือจริงๆ ไม่ใช่มีแต่เรื่องรบกวนเขาอยู่เรื่อย โดยอ้างว่า ขอความร่วมมือ เช่น ส่งบัญชีผู้ต้องสงสัย แล้วขอให้มาเลย์ช่วยควานหาตัวส่งกลับมาให้ แค่นั้นยังไม่พอ มีหน่วยงานฝั่งไทยไม่น้อยกว่าสามสี่หน่วย ส่งเอกสารโน้นเอกสารนี้ ขอความร่วมมือไปยังมาเลย์ จนกระทั่งฝ่ายมาเลย์ต้องบ่น และเบื่อหน่ายกับการไม่ร่วมมือกันทำงานของฝ่ายไทยเอง แต่ก็อีกนั่นแหละ เป็นอยู่อย่างนี้มานานจนกระทั่งถึงวันนี้ก็ยังเป็นอยู่

ผู้เขียนขออนุญาตยกตัวอย่างอีกสักนิด อย่างเช่น กรณีคนไทย 131 คน ที่หลบไปนอนในสถานกักบริเวณในมาเลเซียตั้งแต่ปีที่แล้ว ทางไทยถามไปถามมา ชวนกันไปชวนกันมาให้กลับมาบ้าน แต่คำตอบก็ถูกปฏิเสธทุกครั้ง ทีนี้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ไทยก็คิดต่างๆ นานา ครหาว่ามาเลย์ไม่ให้ความร่วมมือบ้าง มาเลย์ไม่ช่วยเกลี้ยกล่อมบ้าง ซึ่งความจริงแล้ว เรื่องไม่ได้ยากเย็นอะไร เพียงแค่ฝ่ายไทยตั้งตัวแทนร่วมกับฝ่ายมาเลย์ นั่งในห้องแอร์เย็นๆ สบายๆ แล้วเรียกตัวบุคคลทั้งหมดมาทีละคน ไล่เรียงถามความสมัครใจกัน และถ้าจะให้ดีขึ้นไปอีก นำความฝากความคิดถึงของคนทางบ้าน พ่อแม่ ญาติพี่น้องฝากสลามกันมา บางทีจะมีทุเรียนกวน สะตอดองไปฝากบ้างก็ดี

ข้อสำคัญคือ ต้องเรียกถามทีละคน อย่าปล่อยให้แกนนำที่แฝงตัวอยู่ ทำตาหลิ่วจ้องตาเขม็ง ข่มขู่อยู่ในที

ตัวอย่าง ผู้ที่อพยพไปส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ที่มีสวนทุเรียนเยอะ และเป็นแหล่งผลิตทุเรียนกวนที่อร่อยและมากที่สุดใน จ.นราธิวาส แค่กลิ่นและรสก็เพียงพอแล้วที่จะเรียกความระลึกถึงบ้าน และสำหรับสะตอดองนั้น คนใน อ.สุไหงปาดี กินสะตอดองรสชาติไม่เหมือนละแวกอื่นๆ ถ้าลองได้ของฝากจากครอบครัว ญาติพี่น้องตัวเอง ลองหลับตานึกดู จะคิดถึงบ้านแค่ไหน แล้วทีนี้ใครจะทนนั่งกินนอนกินข้าวถูกๆ กับต้มผักบุ้งใส่กระทะใบใหญ่ปรุงรสด้วยเกลือ (มาเลย์ไม่มีการผลิต และกินน้ำปลาอย่างบ้านเรา) บวกกับปลาแช่น้ำแข็งเป็นเดือนๆ ทอดกินกันทั้งปี เป็นอยู่อย่างนี้จะอยู่ทนนานสักแค่ไหน? และโดยลักษณะเฉพาะของผู้คนที่นี่ มักไปไกลบ้านไม่ได้ ไม่ว่าไปอยู่ที่ไหน ก็โหยหาที่จะกลับอยู่บ้านเกิดเมืองนอนเสมอ

เรื่องเล่าเหล่านี้ ตลอดจนมุมมองของผู้เขียน ก็เป็นเหมือนกับชื่อ บะห์รูน ของผู้เขียน บะห์รูน เป็นตัวละครที่โลดแล่นอยู่ในโลกอดีตเมื่อหลายร้อยปีก่อนโน้น ยุคที่ผู้ปกครอง หรือกาหลิบ หรือคอลีฟะห์ ปกครองแผ่นดินอิสลามกว้างใหญ่ ในสมัยโน้น ด้วยความโหดเหี้ยมและเอาแต่ใจตนเอง ประกอบกับมีแต่ผู้คอยเอาอกเอาใจบรรดาราชครู หรือโต๊ะครูในราชสำนัก ก็เออออห่อหมกกับบรรดากาหลิบในยุคนั้น กระทั่งกฎเกณท์ทางศาสนาบางอย่างที่มีไว้เพื่อราชสำนัก ก็ยังคงตกทอดมาจนถึงทุกวันนี้ 

บะห์รูน เป็นนามของหนุ่มสติเฟื่อง ออกท่าทางบ๊องๆ บ้าๆ คอยแสดงความเห็นโต้เถียงบรรดาราชครูราชสำนัก วาทกรรมของบะห์รูน เป็นเรื่องเล่าสู่กันฟังในหมู่ประชาชนร้านตลาด เป็นเรื่องเล่าชวนหัวของชาวบ้านมาจนถึงทุกวันนี้ เช่น ในครั้งหนึ่ง กาหลิบ ซึ่งควรจะเรียกว่า คอลีฟะห์ ถึงจะถูกสำเนียง ได้ออกประกาศเพื่อหานักปราชญ์มุสลิมที่พอจะไปโต้แย้งวิชาการด้านปรัชญา กับเมธีปรัชญาของฝ่ายทางคริสตจักรโรม และยูดายยิว ตลอดทั้งปรัชญากรีกโน้น ปรากฏว่าฝ่ายมุสลิมคัดเลือกได้ หนุ่มมีความรู้ชื่อ ฮานีฟะ เมื่อถึงเวลานัดหมาย ทั้งหมดก็มานั่งตั้งปะรำถกเถียงทางปรัชญากัน ว่ากันตั้งแต่เรื่องการมีอยู่ของจักรวาลและมนุษย์ บางเรื่องก็ค้านกัน บางเรื่องก็เห็นตรงกัน จนมาเรื่องที่พูดถึงบางประเด็น เช่น

เรื่องแรก ที่ว่าซาตานหรือมารนั้น ถูกสร้างมาจากไฟ ถ้าเช่นนั้นเมื่อซาตานหลอกลวงมนุษย์และทำผิดกฎของพระเจ้า จะต้องตกนรก แล้วทีนี้ไฟจะเผามันได้อย่างไรในเมื่อมันก็ถูกสร้างมาจากไฟเช่นกัน บรรดาปราชญ์ทั้งหลายก็ถึงกับอึ้ง

และเรื่องที่สอง พูดกันว่าพระเจ้าลิขิตชะตากรรมของมนุษย์ และทุกๆ การกระทำของมนุษย์ ทั้งกรรมดีกรรมชั่ว พระองค์ทรงรู้การกระทำของมนุษย์ และทุกๆ การกระทำของมนุษย์ ย่อมไม่อาจหลุดพ้นจากการอนุมัติของพระองค์

ได้ฟังดังนั้น บะห์รูน ก็ลุกขึ้นยืนโงนเงนตะโกนถามไปว่า "แล้วมนุษย์ถูกสร้างมาจากอะไรล่ะ?" เหล่าปราชญ์ ก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า สร้างมาจากดิน ทันใดนั้น บะห์รูน จึงเอาก้อนดินเหนียวแห้งขว้างปาบรรดาปราชญ์เหล่านั้นจนหัวร้างข้างแตก โกลาหล จนถูกจับกุม เมื่อถามว่าทำไมเจ้าถึงทำเช่นนี้ บะห์รูน ตอบไปว่า ก็ในเมื่อปราชญ์เหล่านี้บอกว่าซาตานถูกสร้างจากไฟ ย่อมไม่อาจถูกไฟทำร้ายได้ ทำผิดอะไรตกนรกก็ไม่หมกไหม้ แล้วในเมื่อพวกเขาถูกสร้างจากดิน ก็ย่อมไม่เจ็บปวดเพราะดินได้หรอก และอีกประการหนึ่ง ฉันเองก็ไม่ได้กระทำเอง แต่ในเมื่อพระเจ้าอนุมัติและกำหนดลิขิตไว้แล้วว่าวันนี้ เวลานี้ ฉันจะต้องกระทำเช่นนี้ และพวกเขาเองก็ถูกพระเจ้าลิขิตไว้แล้วว่า จะต้องมานั่งกันตรงนี้ และถูกขว้างปาจากฉันเช่นนี้ ดังนั้น จะลงโทษฉัน หรือจะกล่าวหาว่าฉันกระทำผิดได้อย่างไรเล่า? บรรดาปวงปราชญ์ใหญ่ถึงกับอึ้ง และหันกลับมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก

นี่เป็นตัวอย่างบางมุมบางด้านที่ บะห์รูน ตัวจริง เคยนำเสนอต่อปวงปราชญ์ในอดีต ส่วนตัวผู้เขียน ก็เช่นเดียวกัน ความรู้เพียงแค่มัธยมปลาย ไม่มีชื่อเสียงเรียงนามในสังคม แต่บังเอิญเคยเข้าร่วมขบวนการต่อสู้ของประชาชนในยุคหนึ่ง มีเพื่อนฝูงรู้จักมักคุ้นพอที่จะเขียนเรื่องราวสามจังหวัด และชนชาวมลายูปาตานีได้บ้าง แม้ไม่เป็นงานวิชาการที่จะอ้างอิงได้ และไม่คมชัดพอที่จะชี้ปัญหาทั้งหมดได้อย่างเป็นระบบมากนัก แต่ก็คิดว่ากำลังจะพยายามนำเสนอให้เป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น และขออนุญาตบอกกล่าวล่วงหน้าในฉบับนี้กันเลยว่า ต่อไปผู้เขียนขออนุญาตจัดทำชุดความรู้ว่าด้วยเรื่องจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในแบบบ้านๆ ที่จะให้ข้อมูลเรียบเรียงเป็นตอนยาวๆ ต่อเนื่องกันสัก 3-4 ฉบับ

และอยากขอผนวกแนวทางแก้ปัญหาความไม่สงบ ที่มองออกมาจากคนที่เคยสู้กับรัฐในนามของขบวนการแบ่งแยกดินแดนปาตานี เพราะคิดที่จะก่อสร้างรัฐใหม่ให้เกิดขึ้นบนแหลมมลายูแห่งนี้ อินชาอัลลอฮ์


สวนทางปืน / เนชั่นสุดสัปดาห์ (ฉ.768)


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31