|
เข้าไปอ่านเจอพอดี เห็นว่าน่าเผยแพร่ต่อ จึงนำมาแบ่งปัน มะเร็งปอด โรคร้ายของบุหรี่ ทั่วทุกมุมของโลกจะมีผู้เสียชีวิตด้วยมะเร็งปอดทุกๆ 30 วินาที ขณะที่ประเทศไทยมะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 โดยเฉพาะมะเร็งปอดพบมากที่สุดในเพศชาย เนื่องจากภาวะของสังคมเมืองและพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ผิดเพี้ยนของคนในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ และเขตจังหวัดภาคเหนือของประเทศไทย จากสถิติพบว่าในประเทศไทยมะเร็งปอด เกิดขึ้นใหม่มากกว่า 10,000 รายต่อปี หรือเท่ากับว่าคนไทยเป็นมะเร็งปอดเพิ่มขึ้นวันละ 26 ราย และใน 26 รายจะมีผู้เสียชีวิตถึง 19 ราย เมื่อเทียบมะเร็งชนิดอื่น มะเร็งปอดมีแนวโน้มสุญเสียเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันว่า สาเหตุของมะเร็งปอดเกิดจากบุหรี่ร้อยละ 80 ที่เหลืออาจเป็นสาเหตุอื่น ๆ รวมทั้งความผิดปกติทางพันธุกรรมของแต่ละบุคคล โดยผู้ที่สูบบุหรี่มากกว่า 20 มวนต่อวัน นาน 10 ปี เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอด 8-10 เท่าของผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ โดยเฉพาะข้อมูลล่าสุดจากมูลนิธิการรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ ระบุว่า.. บุหรี่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรไทยปีละ 500,000 คน และผู้ที่ติดบุหรี่มากที่สุด ร้อยละ 70 คือ ผู้ที่มีอายุช่วง 29 ปี กลุ่มผู้สูบบุหรี่ใหม่คือ กลุ่มเยาวชนที่เริ่มทดลองตั้งแต่อายุ 13-14 ปี เริ่มติดบุหรี่เมื่ออายุ 18 ปี และเลิกสูบบุหรี่ มีความต้องการที่จะเลิก ก็เมื่ออายุ 41 ปีแล้ว ซึ่งจะเท่ากับว่ามีระยะเวลาในการติดบุหรี่นานถึง 23 ปี นพ. อาคม เชียรศิลป์ นายกสมาคมโรคมะเร็งแห่งประเทศไทย บอกว่า จากข้อมูลของกลุ่มผู้สูบบุหรี่ใหม่ที่เริ่มต้นตั้งแต่อายุ 13 ปี นั้นเป็นข้อมูลที่น่าห่วงมาก ทุกหน่วยงานจึงควรต้องร่วมกันรณรงค์โดยเฉพาะการรณรงค์ตั้งแต่กลุ่มเด็กในระดับมัธยมศึกษาที่เพิ่งเริ่มทดลองและเริ่มติดบุหรี่ให้ความรู้เรื่องมะเร็งปอด ตั้งแต่เริ่มต้นว่า... มะเร็งปอดเกิดจากอะไรสาเหตุที่ทำให้เกิดก็มาจากปัจจัยภายนอกของร่างกาย มะเร็งปอดเป็นโรคที่เราป้องกันได้ตั้งแต่ต้นไม่ใช่โรคตามกรรมเวรอย่างที่หลายคนเข้าใจ หากเรามีโอกาสหยุดบุหรี่เมื่อใด จะเป็นมะเร็งปอดน้อยลงซึ่งการเป็นมะเร็งปอดในระยะแรกๆ ก็มักจะไม่มีอาการภายนอกแสดงให้เห็น และจะพบว่ามีอาการภายนอกให้เห็นแล้วก็มักจะเป็นระยะท้ายๆ แล้ว ดังนั้นเราจึงควรจะมีหน่วยงานหรือศูนย์มะเร็งแห่งชาติที่เข้าช่วยทำหน้าที่มา ดูแลผู้ป่วยในระยะขึ้นสุดท้าย ส่วนการสูบบุหรี่ทางอ้อม หรือผู้ที่ไม่สูบบุหรี่แต่อยู่ในบริเวณซึ่งได้รับควันบุหรี่ ผลที่ตามมา คือ ควันที่อยู่ในสิ่งแวดล้อม ทำให้ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่เป็นมะเร็ง โดยควันที่ผู้ไม่สูบบุหรี่สูดเข้าไปจะมีส่วนประกอบเหมือนกับผู้สูบบุหรี่สูดเข้าไป แต่จะมีปริมาณ N-nitrosamine สูงกว่าและยังมีสารอื่นๆที่มีขนาดเล็กกว่าที่มีเหลืออยู่ในอากาศซึ่งผ่านเข้า bronchial tubeได้ง่ายกว่า นอกจากนี้ยังพบว่า 1 ใน 3 ของมะเร็งปอดพบในผู้ที่ไม่สูบบุหรี่แต่อาศัยอยู่ร่วมกับผู้ที่สูบบุหรี่ นพ. อาคม ให้ข้อมูลอีกว่า ผู้ที่ทำงานในภาคอุตสาหกรรมหลายชนิด เช่น การก่อสร้าง โครงสร้างอาคาร ผ้าเบรค คลัช ฉนวนความร้อน อุตสาหกรรมสิ่งทอ เหมืองแร่ ซึ่งมีแร่แอสเบสตอสปะปนอยู่ โดยเฉพาะช่างก่อสร้าง ช่างกล จะเป็นผู้ที่เสี่ยงเป็นมะเร็งปอด โดยระยะเวลาตั้งแต่สัมผัสฝุ่นแอสเบสตอสสจนเป็นมะเร็งปอด อาจใช้เวลา 15-35 ปี ผู้ไม่สูบบุหรี่แต่ทำงานกับฝุ่นแร่แอสเบสตอส ก็มีโอกาสเสี่ยงต่อมะเร็งปอดมากกว่าคนทั่วไป 5 เท่า ผู้ที่สูบบุหรี่และทำงานกับฝุ่นแร่แอสเบสตอสด้วยแล้วจะเสี่ยงต่อมะเร็งปอดมากกว่าคนทั่วไปถึง90 เท่า นอกจากนี้ยังมีอาชีพอื่น ๆอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องสัมผัสกับผู้ที่สูบบุหรี่เป็นจำนวนมากจะมีโอกาสเป็นมะเร็งสูง เช่น ผู้หญิงที่ทำงานเป็นพนักงานต้อนรับ พนักงานเก็บเงิน หรือสัมผัสกับสารก่อมะเร็งอื่นๆ เช่น ช่างทาสี ระยะเริ่มแรกของโรคไม่มีอาการใดใดที่บ่งชี้ได้อย่างชัดเจนว่าเป็นมะเร็งปอด แต่อาจพบอาการไอเรื้อรัง ลักษณะไอแห้ง ๆ นานกว่าธรรมดา บางครั้งมีเสมหะ หรือมีเลือดออกเป็นเพียงสาย ๆ ติดปนกับเสมหะออกมา น้ำหนักลด เบื่ออาหาร ชีดอ่อนเพลีย ปอดอักเสบ มีไข้ เจ็บหน้าอก ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยไม่มาพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาทำให้โอกาสที่รักษาหายลดน้อยลง สำหรับผู้ที่สูบบุหรี่มานานแล้วยังไม่พบว่าเป็นมะเร็งปอดก็มิใช่ว่าจะไม่เป็นมะเร็งปอดในวันข้างหน้าเพราะที่คุณยังไม่เป็นในวันนั้นก็เนื่องจากร่างกายของคุณยังแข็งแรงดีอยู่แต่ถ้าหากวันใดวันหนึ่ง ร่างกายคุณอ่อนแอลงแล้วคุณยังสูบบุหรี่อยู่ อาการมะเร็งปอดจะสำแดงให้เห็นและเมื่ออายุยิ่งมากขึ้น เปอร์เซ็นต์โอกาสการรอดชีวิตก็ยิ่งมีน้อยลง นพ.อาคมกล่าวย้ำ ทั้งนี้ การวินิจฉัยมะเร็งปอดสามารถทำได้หลาย ๆ ทาง บางรายอาจตรวจพบได้ในขณะที่มีการตรวจร่างกายเป็นประจำแต่ไม่มีอาการแสดง หรือบางรายอาจมีอาการและอาการแสดงมาเป็นเวลาหลายๆ เดือนมาแล้ว ดังนั้นจึงควรทำการสอบถามแพทย์ เมื่อพบว่ามีอาการต่างๆ เหล่านี้เกิดขึ้นเป็นเวลานาน โดยการสังเกตุอาการง่ายๆ ถ้าเรารู้สึกอ่อนเพลีย เบื่ออาหารและน้ำหนักลดเสียงแหบ เสียงห้าว ไอเรื้อรัง ไอมีเสมหะปนเลือด หายใจลำบาก ปวด เป็นปอดบวมหรือหลอดลมอักเสบบ่อยๆ หน้าและคอบวม นิ้วมือบิด ผิดรูป เช่นปลายนิ้วบวมเป็นรูปสี่เหลี่ยมก็ควรปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เริ่มแรกเพราะเป็นอาการสัญญาณอันตรายการเป็นโรคมะเร็งปอดได้ ส่วนการรักษาจะขึ้นอยู่กับขนาด ชนิด และระยะของก้อนมะเร็งนั้น และสุขภาพของผู้ป่วยเป็นสำคัญแพทย์จะตัดสินใจว่าการรักษาแบบใดจึงจะเหมาะสมที่สุดนั่นคือ ทำให้เกิดอาการข้างเคียงต่ำที่สุดและให้ผลดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย โดยทั่วไปการรักษามะเร็งปอดมีวิธีการหลักๆ อยู่ คือ การผ่าตัด การฉายรังสีและการให้ยา เคมีบำบัด อย่างไรก็ตาม ผลการรักษาในปัจจุบันยังได้ผลไม่ดีเท่ามะเร็งเต้านม หรือ มะเร็งปากมดลูก ทางที่ดีที่สุด คือ การป้องกัน ร่วมมือกันทุกคน โดยให้ความรู้ในเรื่องชองมะเร็งปอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มวัยรุ่นที่เริ่มสูบบุหรี่ตั้งแต่อายุ 13-14 ปี ซึ่งกลุ่มนี้จะมีความเสี่ยงของการเสียชีวิตสูงจากโรคที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ การป้องกันมะเร็งปอดที่ดีที่สุด คือการ งดสูบบุหรี่ แล้ววันนี้คุณหลีกหนีจากบุหรี่หรือยัง เพื่อสุขภาพที่ดี ปลอดจากโรคร้ายแรงของตัวคุณเอง
.
|