• DireWolf
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2017-10-10
  • จำนวนเรื่อง : 128
  • จำนวนผู้ชม : 49882
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
แหล่งรวมความรู้ บ้าน โดยใช้ภาษาเขียนเข้าใจง่าย
เรารวบรวมข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับ บ้าน ทั้งหมด โดยใช้ภาษาเขียนทีเข้าใจง่าย เกิดประโยชน์ต่อผู้อ่าน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/bblcfy
วันพุธ ที่ 29 มิถุนายน 2565
Posted by DireWolf , ผู้อ่าน : 655 , 21:29:38 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หลุมสิว ปัญหากวนใจของใครหลายๆคน 

หลุมสิวบนใบหน้า เป็นเสมือนฝันร้ายที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง เพราะทำลายความมั่นใจอีกทั้งปัญหานี้หากเป็นแล้วรักษาได้ยาก ต้องใช้เวลานานกว่าจะหาย แต่ก็ยังมีหลากหลายวิธีรักษาหลุมสิว ฉะนั้นถ้าอยากให้หน้าใสเรียบเนียนไร้หลุมสิว เราควรที่ทำความเข้าใจสาเหตุและวิธีป้องกันซึ่งสามารถเรียนรู้ได้จากบทความข้างล่าง

 หลุมสิว

หลุมสิว (Atrophic Scars) คืออะไร

หลุมสิว (Atrophic Scars) เป็นรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวชนิดหนึ่งที่มักเกิดจาก สิวอักเสบ มีลักษณะเป็นรอยบุ๋มลงไปเมื่อเทียบกับชั้นผิวหนังข้างเคียง เนื่องมาจากการรักษาสิวผิดวิธีจนทำให้ผิวบริเวณดังกล่าวสมานแผลไม่สมบูรณ์เกิดเป็นหลุมสิว ผู้ที่มีผิวมีปัญหาสิวสามารถเกิดเป็นหลุมสิวกว่า 80-90% อาจเกิดจากการรักษาช้าหรือรักษาไม่ถูกวิธี

หลุมสิวเกิดจากสาเหตุใด

หลุมสิวเกิดจากการอักเสบของสิวบนผิวหน้าของเรา โดยหลังจากเกิดสิวร่างกายจะมีการสร้างผิวใหม่ขึ้นมาทดแทนตรงส่วนของผิวที่ถูกทำลายจากสิวไป หากตำแหน่งที่เกิดสิวนั้นเกิดลึกลงไปในชั้นผิว ก็จะส่งผลให้คอลลาเจนถูกทำลาย และเม่อเกิดกระบวนการสร้างผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน การสร้างใหม่จะไม่มีประสิทธิภาพและเกิดหน้าเป็นหลุมขึ้น ซึ่งเราเรียกว่า “หลุมสิว” ส่วนมากหลุมสิวเกิดจากการเป็นสิวอักเสบ สิวหัวช้าง หรือสิวติดเชื้อแบคทีเรีย

ประเภทหลุมสิว

โดยปกติจะมีการแบ่งหลุมสิวตามระดับความรุนแรง คือ

  • หลุมแอ่งกระทะ (Rolling Scar) : เป็นหลุมสิวที่มีระดับความรุนแรงน้อยสุด รักษาง่ายสุด มีลักษณะเหมือนรอยแผลทั่วไป เป็นแบบตื้นไม่ลึกถึงชั้นหนังแท้ มักมีขนาดมากกว่า 4-5 มิลลิเมตร โดยมากเกิดจากการแกะ การเกา
  • หลุมกล่อง (Box Scar) : เป็นหลุมสิวระดับความรุนแรงปานกลาง รักษาไม่ยาก ลักษณะเป็นรอยแผลรุนแรง มีขนาด 3-5 มิลลิเมตร ปากหลุมและก้นหลุมมีความกว้างเท่า ๆ กัน หลุมสิวมีขอบบ่อ ไม่ลึกถึงขั้นรูขุมขน เกิดจากการแกะ การเกา สิวอักเสบ หรือ แผลอีสุกอีใส
  • หลุมจิกลึก (Ice Pick Scar) : เป็นหลุมสิวที่มีระดับความรุนแรงที่สุด รักษายากมาก ลักษณะรอยแผลรุนแรงขั้นสุด หลุมสิวลึกที่สุด ปากแคบมีขนาดน้อยกว่า 2 มิลลิเมตร ลึกถึงรูขุมขนทำลายถึงชั้นหนังแท้

รักษาหลุมสิว เพื่อผิวหน้าที่เรียบเนียน

เมื่อเกิดสิวก็ต้องทำการรักษา และเมื่อรักษาหายแล้ว แต่สังเกตเห็นหลุมสิวเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเข้าข่ายประเภทไหนก็ตาม ก็สมควรเข้าไปพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษา ประเมินความรุนแรง และวางแผนในการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป ไม่ควรปล่อยไว้จนอายุมากขึ้นจนหลุมสิวชัดขึ้น และทำให้วิธีรักษาหลุมสิวซับซ้อนขึ้น

รักษาหลุมสิว

 

1.เลเซอร์ (Laser)

เป็นวิธีที่จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ให้ผิวบริเวณหลุมสิวตื้นขึ้น เลเซอร์ที่นิยมนำมาใช้รักษามี 2 แบบ คือ Erbium Yag Laser หรือเลเซอร์ที่ใช้ความยาวคลื่น 2,490 nm  ส่วนอีกแบบคือ เลเซอร์คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 Laser) หรือเลเซอร์ที่ใช้ความยาวคลื่น 10,600 nm  วิธีนี้เหมาะสำหรับหลุมสิวแบบ Box Scar

2.ใช้กรดลอกผิว (Chemical Peeling)

เป็นวิธีเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกรด หรือมีสารประกอบของ Glycolic Acid, Salicylic Acid,Trichloroacetic acid มีคุณสมบัติในการสลายโปรตีนผิวหนัง ซึ่งจะช่วยเร่งให้ผิวหนังชั้นนอกหลุดออกไปเหมาะสำหรับหลุมสิวแบบ Rolling Scar

3.กรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี (Dermabrasion)

วิธีนี้จะเป็นการใช้เครื่องมือกรอผิวหนังชั้นกำพร้าออก เพื่อเผยผิวใหม่ที่ร่างกายสร้างมาแทนที่ และยังช่วยให้คอลลาเจนและโปรตีนผิว (Elastin) ทำงานได้ดีขึ้น วิธีนี้ใช้ได้กับหลุมสิวทุกประเภท แต่ให้ผลดีสุดกับหลุมสิวประเภท Rolling Scar

4.การฉีดสารเติมเต็มหรือฉีดฟิลเลอร์ (Fillers injection)

เป็นวิธีการรักษาโดยการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปที่แผลหลุมสิว ซึ่งปัจจุบันนิยมใช้สาร Hyaluronic Acidในการฉีด ค่อนข้างได้ผลประมาณ 30-70%  นิยมใช้กับการรักษาหลุมสิวแบบ Box Scar

5.การตัดพังผืด (Subcision)

วิธีนี้รักษาด้วยการสอดเข็มเข้าใต้ผิวหนังเพื่อตัดพังผืดที่รั้งผิวไว้ ได้ผลดีกับแผลหลุมสิวประเภททั่ว ๆ ไป(Rolling Scar)

6.การผ่าตัด (Excision)

เป็นวิธีการรักษาหลุมสิวประเภทรุนแรงปานกลางถึงรุนแรงที่สุด เช่น Ice pick Scars และ Box Scarโดยการตัดแผลออกไปและค่อยเย็บติดเข้าหากัน

7.ใช้ยากลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอหรือกรดวิตามินเอ

วิธีรักษานี้ใช้ได้ผลดีกับแผลหลุมสิวประเภท Rolling Scar เพราะช่วยผลัดเซลล์ผิวให้หลุมสิวตื้นและเรียบเนียนขึ้น ทั้งยังสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อเติมหลุมสิวให้ตื้นขึ้น ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

วิธีป้องกันไม่ให้เกิดหลุมสิว

การที่จะป้องกันหน้าไม่ให้เกิดหลุมสิวนั้น เราต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดสิว โดยเฉพาะสิวอักเสบ เพราะว่าหากรักษาและดูแลไม่ดีพอ โอกาสที่จะเกิดหลุมสิวก็ยากที่จะหลีกเลี่ยง ทั้งยังห้ามไม่ให้แกะ บีบ สะกิดสิวเด็ดขาด เพราะจะทำให้สิวอักเสบยิ่งขึ้น คอลลาเจนถูกทำลายมากกว่าเดิม ทำให้การสร้างผิวหนังขึ้นมาใหม่นั้นใช้เวลาเยอะกว่าเดิม เกิดการสร้างผังผืดมากขึ้น และอาจก่อให้เกิดหลุมสิวรักษายาก ดังนั้นการรักษาหลุมสิวที่ดีที่สุด คือ การป้องกันไม่ให้เกิดหลุ่มสิวตั้งเเต่แรก

ป้องกันไม่ให้เกิดหลุมสิว 

1.ล้างหน้าให้สะอาดหมดจด

ควรหมั่นทำความสะอาดผิวให้สะอาดหมดจด ลดเชื้อแบคทีเรีย ป้องกันการเกิดสิวอุดตันและสิวอักเสบผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่จะแนะนำให้ใช้คือ Sebium Gel Moussant ของ Bioderma เป็นเจลล้างหน้าสำหรับผิวผสม ผิวมัน และผิวมีแนวโน้มเป็นสิวง่าย ช่วยทำความสะอาดอย่างอ่อนโยนปรับสมดุลและควบคุมการผลิตน้ำมันต่อต้านเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของสิว

Atrophic Scars

 

2.ล้างเครื่องสำอางก่อนนอนทุกคืน

สำหรับหนุ่มสาวที่ใช้เครื่องสำอางทุกวัน สิ่งสำคัญพึงทำก่อนนอนทุกคืน คือ ต้องล้างเครื่องสำอางออกให้หมด เราจะขอแนะนำผลิตภัณฑ์ที่ใช้ดี สามารถล้างเครื่องสำอางสะอาดล้ำลึก และอ่อนโยน คือSebium H2O ของ Bioderma ที่ช่วยปรับสมดุลและควบคุมความมัน ผสานกับ Zinc Sulfate and CopperSulphate ลดความมันและต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย  อ่อนโยนเม้บริเวณรอบดวงตาที่บอบบาง  เหมาะสำหรับผิวผสม ผิวมัน และผิวมีแนวโน้มเป็นสิวง่าย

 

หน้าเป็นหลุม

3.เลี่ยงการจับหรือลูบหน้าบ่อยๆ

การใช้ชีวิตในแต่ละวัน มือของเราเจอสิ่งสกปรก และเชื้อแบคทีเรียมานับไม่ถ้วน  ฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงการจับหรือลูบหน้าบ่อย ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อบนใบหน้าได้

4.ใช้เครื่องสำอางให้เหมาะกับสภาพผิว

ควรเลือกใช้เคร่องสำอางที่เหมาะกับสภาพผิวของเรา โดยเฉพาะเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำมันเพราะจะทำให้เกิดสิวอักเสบได้ง่าย ผลิตภัณฑ์สำหรับหน้าควรจะมีส่วนผสมของ Tree Tea Oil ที่ช่วยควบคุมความมัน และลดการเกิดไขมัน

5.เลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ถ้าเป็นแผลหลุมสิว ควรที่จะงดดื่มแอลกอฮอล์  เพราะแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการรักษาหลุมสิว เพราะเราต้องการให้เลือดไหลเวียนมีการสร้างคอลลาเจนมาช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของผิว เซลล์ผิวจะได้ทำงานได้ดีขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

 วิธีรักษาหลุมสิว

ในกลุ่มคนที่มีปัญหาหลุมสิวบนผิวหน้า มักจะเกิดคำถามต่อไปนี้ ซึ่งเราได้ศึกษาและพร้อมแนะนำดังนี้

1.หลุมสิวรักษาได้ไหม ? 

สามารถรักษาได้จากหลากหลายวิธีการรักษาทางการแพทย์ วิธีเหล่านี้มีประสิทธิภาพสูง เช่น ทำเลเซอร์ฉีดฟิลเลอร์ ใช้กรดลอกผิว ซึ่งแพทย์จะเลือกใช้ขึ้นกับความรุนแรงของหลุมสิว

2.รักษาหลุมสิวด้วยตัวเองได้หรือไม่ ?

ยังสามารถรักษาด้วยตัวเองได้โดยการกินยาประเภทอนุพันธ์วิตามินเอ ที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิว ช่วยให้หลุมสิวตื้นขึ้นได้ แต่ใช้เวลานานในการรักษา

3.ทำไมสิวถึงทำให้เนื้อหายไปจนเป็นหลุมสิว ?

เพราะรักษาไม่ถูกวิธี ทำให้ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อและคอลลาเจนได้ไม่เพียงพอที่จะทดแทนผิวหนังส่วนที่เสียหายจากสิว ทำให้การสมานแผลไม่สมบูรณ์ และเกิดเป็นหลุมสิวขึ้นไปในชั้นผิวหนัง

4.หน้าเป็นหลุมสิวเยอะมาก ควรรักษายังไง ?

แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกวิธี และเหมาะสมกับประเภทหลุมสิวบนใบหน้า เช่น ทำเลเซอร์ ควบคู่กับกินยา เป็นต้น

 

 

 

 

 

 

 

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน