
ในปี พ.ศ.2538 หลวงพ่อสมภพ เตชปุญโญ (หลวงพ่อสาลีโข) แห่ง พุทธอุทยานธรรมโกศล ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ได้มีดำริให้จัดสร้างรูปหล่อลอยองค์ขนาดแขวนคอของท่านพระครูธรรมโกศล หรือ หลวงปู่เผือกขึ้นเป็นสังฆานุสสติ
โดยหลวงพ่อได้ทำการจารแผ่นชนวนต่าง ๆ ไว้มากมายหลายพระยันต์ตามที่หลวงปู่เผือกได้อบรมสั่งสอนมา มีทั้งชนวนที่เป็นเนื้อทองคำบริสุทธิ์ ชนวนที่เป็นเนื้อเงินบริสุทธิ์ และชนวนที่เป็นเนื้อทองแดงเพื่อนำไปหล่อหลอมสร้างเป็นพระเนื้อทองคำ เนื้อเงิน และเนื้อนวโลหะ


โดยช่างที่ออกแบบและปั้นแบบคือ นายช่างแหลมสิงห์ ดิษฐพันธุ์ ช่างหล่อพระมือหนึ่งของเมืองปทุมธานี ผลงานจึงออกมาสวยงามละม้ายหลวงปู่เผือกเป็นอย่างยิ่ง
และโดยที่รูปหล่อรุ่นปี 38 นี้เป็นชนิด "ก้นตัน" จึงทำให้มีเนื้อชนวนมวลสารที่เป็นพระยันต์และตะกรุดสำคัญ ๆ ของหลวงพ่ออัดแน่นเต็มที่โดยมิต้องเสียเนื้อพระไปกับการเจาะรูหรือคว้านใต้ฐานเพื่อบรรจุเม็ดกริ่งแต่อย่างใด
ในองค์พระทุกองค์เมื่อทำการเททองหล่อรูปเหมือนลอยองค์แล้วเสร็จตามฤกษ์ผานาทีที่หลวงพ่อกำหนด นายช่างก็นำพระทั้งหมดที่ตบแต่งเรียบร้อยแล้วมาส่ง หลวงพ่อจึงนำพระทั้งนั้นมาสรงน้ำพระพุทธมนต์แล้วอัญเชิญหลวงปู่เผือกลงบรรจุพระพุทธคุณอย่างเต็มกำลังความสามารถ
แหละโดยที่ท่านเองมีความตั้งใจในการรังสรรค์มงคลวัตถุอยู่เป็นทุน ท่านจึงนำรูปเหมือนหลวงปู่เผือกองค์น้อยนี้มาทำการจารอักขระวิเศษที่ใต้ฐานทุกองค์ไป
โดยอักขระที่ท่านลงไว้นั้น ท่านเคยบอกว่า...
"ถือเป็นเอกลักษณ์ของฉันเลยทีเดียว"
ท่านได้ร่ำเรียนมาจากสายหลวงปู่ศุข เกสโร วัดปากคลองมะขามเฒ่า แต่อักขระตัวที่ท่านลงนี้หาใช่เป็นแบบเดียวกับ "พุทธอุดม้วนโลก" หรือ "พุทธม้วนโลก" ดังที่ท่านพระอาจารย์ติ๋วชำนาญไม่
แต่เป็นอักขระที่โดดเด่นในทางเมตตามหานิยมเป็นอย่างยิ่ง หลวงพ่อสาลีโขจึงนิยมเรียกพระยันต์ตัวน้อยนี้ว่า "พุทธสาลิกา" หรือ "นะสาลิกา" และนะตัวนี้เองที่ท่านจะทำการ "สักใต้คาง" ให้กับคณะศิษย์ผู้ที่มารับการสักกระหม่อมแล้วรวมเบ็ดเสร็จ 7 ครั้งด้วยกัน แล้วในครั้งที่ 7 นี้เองที่ท่านจะสัก "พุทธสาลิกา" ตัวนี้ให้


หลวงพ่อเคยบอกว่า สมัยก่อนมีลูกศิษย์บางคนที่หน้าตาไม่ดีมาบ่นให้ฟังว่าไปหาสาวด้วยความจริงใจ แต่แทนที่สาวเจ้าจะรับไมตรีกลับด่าว่าเสีย ๆ หาย ๆ ทำให้นึกน้อยใจนัก
หลวงพ่อฟังศิษย์รำพันด้วยความเห็นใจแล้วท่านก็ถามว่า เอ็งรักเขาชอบพอเขาจริง ๆ แน่หรือ หรือไม่ได้คิดเลี้ยงดูจริงจัง ศิษย์อาภัพก็ตอบว่า รักเขาจริงจัง จะเลี้ยงดูเป็นภรรยาจริง ๆ
หลวงพ่อท่านจึงนำแผ่นเงินแผ่นเล็ก ๆ มา แล้วลงเหล็กจารด้วยตัว "พุทธสาลิกา" นี้ ปลุกเสกแล้วเสร็จท่านก็มอบให้ศิษย์คนนั้นไป ปรากฏว่าภายในเวลาไม่นาน ศิษย์คนนี้ก็พาหญิงผู้เคยด่าว่ามากราบท่านแล้วบอกว่าบัดนี้ได้รักใคร่กัน อยู่กินกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เมื่อเรื่องนี้โด่งดังไปทั่วก็มีศิษย์มากมายเข้ามาขอให้ท่านลงตะกรุดสาลิกานี้ให้ แต่ท่านก็ไม่ค่อยลงให้ใครมากนัก ท่านว่าถ้าจำไม่ผิดจะลงไปได้ประมาณ 30 ดอก
และภายใน 30 ดอกนี้เองที่ทำเรื่องให้ท่านกลุ้ม คือมีศิษย์ที่ได้ตะกรุดไปบูชาแล้วเที่ยวไปยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงมากหน้าหลายตาโดยไม่ยอมรับผิดชอบเป็นเรื่องเป็นราว ทำให้เกิดความเสียหายขึ้นอย่างยิ่ง และความเสียหายนั้นก็ลุกลามมาถึงองค์ท่านด้วย เป็นเหตุให้ท่านยุติการลงตะกรุดสาลิกานี้ให้ใครโดยเด็ดขาด คงไว้แต่เพียงสักใต้คางให้เท่านั้น
หากภายหลังเมื่อท่านย้ายจากวัดสาลีโขภิตาราม มาอยู่ที่พุทธอุทธยานธรรมโกศลในปี พ.ศ.2522 แล้ว บางคราวที่ท่านอารมณ์จิตดี ๆ ท่านก็จะจาร "พุทธสาลิกา" ตัวสำคัญนี้ลงในกระดาษยันต์บ้าง รูปใบเล็ก ๆ บ้าง เหรียญบ้าง มอบให้แก่ศิษย์ที่ท่านเห็นสมควร
แต่สำหรับรูปหล่อลอยองค์หลวงปู่เผือกรุ่นปี 38 ท่านจารใต้ฐานให้ด้วย "พุทธสาลิกา" นี้ทุกองค์ ดังนั้น หากท่านใดประสงค์จะได้รูปเคารพที่ศักดิ์สิทธิ์และมีพุทธคุณทางด้านเมตตามหานิยมเป็นอย่างยิ่ง ก็ขอได้โปรดหันมาพิจารณารูปหล่อรุ่นนี้ก่อนที่จะหมดไปจากสำนักอีกรุ่นหนึ่ง
ก่อนที่จะหมด...
และ ก่อนที่จะแพง...
อยากให้เร่งมือกันสักนิดเถิดค่ะ
เนื้อทองคำ บูชาองค์ละ 30,000 บาท
เนื้อเงินบริสุทธิ์ บูชาองค์ละ 1,000 บาท
เนื้อนวโลหะ บูชาองค์ละ 500 บาท


ท่านที่สนใจเดินทางไปบูชาที่สำนัก จะสามารถไปได้โดยสองเส้นทางคือ ถ้าใช้ถนนสายบางบัวทอง-สุพรรณบุรี ให้วิ่งรถไปจนถึงสี่แยกนพวงศ์ สังเกตก่อนถึงแยกจะเห็นธนาคารกรุงเทพ และ ธนาคารกสิกรไทย ปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์ อยู่ทางฝั่งขวามือเรียงกันไปตามลำดับ นั่นแสดงว่ากำลังจะถึงสี่แยกนพวงศ์แล้ว
นึกภาพว่าถ้าไปจากบางบัวทองหรือบางใหญ่ จากสี่แยกนี้เลี้ยวซ้ายจะไปอำเภอบางเลน จ.นครปฐม เลี้ยวขวาจะไปสำนักหลวงพ่อสมภพ ตรงไปจะไปสุพรรณฯ แต่เขาห้ามเลี้ยวตรงกลางสี่แยกด้วยเกิดอุบัติเหตุบ่อย ทำให้ต้องแล่นรถไปอีกประมาณ 200 เมตรจะพบทางยูเทิร์นขวามือ ก็ให้เลี้ยวกลับมาแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนลาดหลุดแก้ว ไปอีกประมาณ 300 เมตรนั่นแหละพุทธอุทยานธรรมโกศลจะอยู่ซ้ายมือเห็นชัดถนัดตา
ถ้าไปจากถนนติวานนท์ ก็ตรงไปตามป้ายที่บอกว่าไป อ.ลาดหลุมแก้ว เมื่อผ่านตัวอำเภอแล้วยังต้องตรงไปอีก สังเกตซ้ายมือจะเป็นป้ายสูง ๆ ของปั๊มน้ำมันยี่ห้อ คอสโม มองทางขวาทันทีจะเห็นวัดท่านแต่ยังเลี้ยวไม่ได้ ให้เลยปั๊มคอสโมไปสักพักจะมีสะพานข้ามคลองก็ให้ชลอความเร็วแล้ววิ่งชิดซ้ายเพื่อกลับรถที่ใต้สะพาน กลับรถแล้ววิ่งตรงไปอีกประมาณ 100 เมตร ซ้ายมือก็วัดท่านนั่นแล
สงสัยอะไรโทรสอบถามคุณป้าจิระนันท์ก่อนได้ที่ 081-7788779 นะคะ
ขอบคุณบทความดีดี ของคุณรณธรรม ธาราพันธุ์ นวรัตน์ดอทคอมค่ะ