พิมพ์หน้านี้
|
พอดีผมได้อ่าน entry ของนายหมอดีแท้ วันอังคารที่ ๑๕ ก.ค. ๕๑ เรื่อง การเมือง:รัฐบาล โต๊ด 6 ต่ำ "เพื่อไทย" http://www.oknation.net/blog/NARKA/2008/07/15/entry-1 ด้วยความเคารพ ขออนุญาตที่อ้างถึง ผมไม่ได้ติดใจอะไรมากไปกว่าข้อความที่ว่า "แต่เราจะไปหยี่หระอะไร ตอน ปชป.กู้IMF ไทยเราก็ต้องปรับแก้กฏหมาย 11 ฉบับขายชาติมาแล้ว" ------------------------------------------------------ ผมคิดว่ายังมีคนไทยเข้าใจผิดอยู่มาก...ผมไม่ได้ต้องการหาความใด เพียงแค่นำข้อมูลมาเผยแพร่ให้ทราบครับ ในสมัยรัฐบาลพลเอกชวลิต ประเทศไทยประสบกับปัญหาทางเศรษฐกิจที่รุมเร้าต่อเนื่องจากรัฐบาลบรรหาร ไทยถูกโจมตีค่าเงินบาท และทางการไทยเลือกที่จะปกป้องค่าเงินบาท จนเงินทุนสำรองระหว่างประเทศแทบหมดสิ้น...สุดท้ายรัฐบาลพลเอกชวลิตประกาศ "ลอยตัวค่าเงินบาท" เมื่อวันที่ ๒ ก.ค. ๔๐ หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยความวุ่นวายต่างๆ การปิดกิจการของบริษัทเงินทุนต่างๆ การเลิกจ้างพนักงานจำนวนมาก จนในที่สุดประเทศไทยต้องขอความช่วยเหลือจาก IMF (เป็นการกู้ครั้งที่ ๕ นับตั้งแต่ไทยเป็นสมาชิกเมื่อ ๓ พ.ค. ๒๔๙๒) โดย IMF ให้ความช่วยเหลือด้าน "การเงิน" และด้าน "วิชาการ" หนังสือแสดงเจตจำนง หรือ Letter of Intent (LOI) ฉบับที่ ๑ ทำขึ้นเมื่อวันที่ ๑๔ ส.ค. ๔๐ เป็นสมัยของรัฐบาลพลเอกชวลิต โดยมี ดร.ทนง พิทยะ เป็นรมว.คลัง ต่อมาพลเอกชวลิตประกาศลาออกเมื่อเดือน พฤศจิกายน ๒๕๔๐ เป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่ารัฐบาลที่มารับช่วงต่อคือรัฐบาลชวน ภาระต่างๆ ที่ต้องจัดการก็ยังมีอยู่มาก รวมถึงพันธะที่ได้ทำไว้กับ IMF ตั้งแต่สมัยรัฐบาลพลเอกชวลิต ผมยืนยันไว้ตรงนี้ว่า ผมไม่ขอกล่าวโทษแก่รัฐบาลพลเอกชวลิต เพราะผมเห็นว่าในสถานการณ์ขณะนั้น ทางเลือกของประเทศไทยมีอยู่ไม่มากครับ
ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นที่แน่นอนว่ารัฐบาลชวน หลีกภัย หรือพรรคประชาธิปัตย์เองไม่ได้เป็นที่มาของ IMF โปรดทำความเข้าใจเสียใหม่ด้วย ประเด็นต่อมาก็คือใน LOI ฉบับที่ ๑ ได้ระบุไว้ชัดเจนว่า "ประเทศไทยมีพันธะจะต้องปฏิบัติตามแนวทางและเงื่อนไขต่างๆ..." ทั้งนี้ก็เพราะในขณะนั้นไทยต้องใช้ความช่วยเหลือด้านการเงิน ที่มาพร้อมกับความช่วยเหลือด้าน "วิชาการ" เรื่องของ "ด้านวิชาการ" ที่ IMF จะให้ความช่วยเหลือก็เพื่อให้ไทยได้ปรับโครงสร้างต่างๆ เพื่อก้าวให้พ้นวิกฤตเศรษฐกิจ (การช่วยเหลือไทยนี้จะด้วยความจริงใจหรือต้องการให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์...ผมมิอาจกล่าวในที่นี้ได้ ท่านผู้อ่านโปรดพิจารณาแล้วกัน) เช่น การแปรรูปรัฐวิสาหกิจโดยเฉพาะด้านพลังงาน ที่ IMF อ้างข้อดีมากมายว่าจะทำให้เพิ่มประสิทธิภาพ หรือลดภาระภาครัฐในสถานการณ์การคลังย่ำแย่ก็ตาม
ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย จุดนี้ใช่หรือไม่ครับที่เป็นที่มาของกฎหมาย ๑๑ ฉบับ หรือกฎหมายขายชาติ ที่ผมเองก็ต่อต้าน แต่จะให้ทำยังไงครับในเมื่อ ณ ขณะนั้น ไทยยังอยู่ในพันธะของ IMF จะให้มีนายกชื่อพลเอกชวลิต, ชวน, บรรหาร หรือแม้แต่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องทำตามพันธะนี้
ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย นอกจากนี้พันธะของ IMF (ที่ไม่ได้มาจาก ปชป. อย่างที่หลายคนเข้าใจ) ก็ยังกำหนดให้ "เข้มงวดในการปรับเงินเดือนภาครัฐ..." จุดหมายก็เพื่อไม่ให้กระทบกับฐานะการคลังมากนัก ฉะนั้นแล้วการบริหารงานของสมัยพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ, นายชวน หลีกภัย และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จึงแต่ต่างกันราวฟ้ากับดิน ในสมัยที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น แท้จริงปัญหาทางเศรษฐกิจที่รุมเร้าได้แก้ไขไปมากแล้ว อีกทั้งปัจจัยทางเศรษฐกิจต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศก็ได้เอื้ออำนวยกับการบริหารงานของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ
ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย คุณอาจจะกล่าวอย่างใดก็ได้ตามต้องการ แต่หลักฐานมันชัดครับ คุณอาจกล่าวโดยไม่ทราบข้อมูล ไม่เป็นไรครับ แค่อ่านและทำความเข้าใจก็พอ ไม่สงวนสิทธิ์ในการเผยแพร่ |