วันเสาร์ ที่ 12 พฤษภาคม 2550
เสียงเรียกแห่งรัก..การดำเนินชีวิตคริสตชน
Posted by
ธิดายอห์น
,
ผู้อ่าน : 111
, 00:36:50 น.
| หมวดหมู่ :
แบ่งปันความรักและความเชื่อ
พิมพ์หน้านี้
|
เสียงเรียกแห่งรัก โดย ศิรวิทย์
เปโตร กับ อันดรูร์น้องชาย กำลังทอดแหอยู่ที่ทะเลสาบ พระองค์ตรัสกับเขาว่า จงตามเรามาเถิด และ เราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา เขาทั้งสองได้ละแหตามพระองค์ไปทันที
ยากอบ กับ ยอห์นน้องชาย กำลังชุนอวนอยู่ในเรือ
พระองค์ได้ทรงเรียกเขา ในทันใดนั้น เขาทั้งสองได้ละเรือและลาบิดาของเขา ตามพระองค์ไป (มธ. 4 : 18-22 )
เป็นเรื่องง่าย ถ้าเราจะชวนใครสักคน ไปกิน ไปดื่ม ไปเที่ยว ไปแสวงหาความสนุกสนาน ความสะดวกสบาย เสพสุขตามประสาชาวโลก และ คงจะเป็นเรื่องยากลำบาก หากจะขอร้องให้ใครช่วยทำอะไรสักอย่างหนึ่ง ที่ต้องอาศัยความเสียสละ โดยไม่มีผลประโยชน์ตอบแทน ไม่มีค่าน้ำร้อนน้ำชา ไม่มีค่าจ้างรางวัล เพราะในทุกวันนี้ แม้แต่งานในหน้าที่ ก็ยังต้องอาศัยเงินใต้โต๊ะ เป็นซองขวา ซองแดง มันเป็นความชั่วที่ทำจนเคยชิน และ เห็นเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าใครไม่ทำก็ดูจะเป็นการผิดปกติ ผิดแบบธรรมเนียมของสังคม กลายเป็นชนกลุ่มน้อยที่ถูกสังคมปฏิเสธ และไม่ได้รับความร่วมมือ
แต่ชาวประมงทั้งสี่ท่าน คือ เปโตร แอนดรูว์ ยากอบ และ ยอห์น ได้ตอบสนองการเรียก ด้วยการละแห ละเรือ ตามพระองค์ไปทันทีอย่างไม่รีรอ แม้ภารกิจอันใหญ่หลวงข้างหน้านั้น คือ การนำมนุษย์ทั้งหลาย เข้ามาในอาณาจักรของพระเป็นเจ้า ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เพราะผู้ที่ใคร่จะเป็นศิษย์ติดตามพระองค์ไป ต้องตระหนักในพระวาจาที่ว่า หมาจิ้งจอกยังมีโพรง และนกในอากาศก็ยังมีรัง แต่บุตรมนุษย์ไม่มีที่ ที่จะวางศีรษะ (มธ. 8:20) หรือ ถ้าจะพูดในภาษาปัจจุบัน ก็คือ ไม่มีที่จะซุกหัวนอน
แต่อย่างไรเสีย ก็มีที่ว่างเสมอในอาณาจักรสวรรค์ บ้านของพระบิดาเตรียมพร้อมเสมอ สำหรับศิษย์ของพระองค์
สภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในสมัยนั้น ถูกรังควาน และ ไร้ที่พึ่งพิง ดุจฝูงแกะไม่มีผู้เลี้ยง ซึ่งมักจะถูกกดขี่ ข่มเหง และถูกเอารัดเอาเปรียบ จากผู้ที่มีเกียรติ มีหน้ามีตาในสังคม แต่เป็นคนหน้าซื่อใสคด ปากหวานก้นเปรี้ยว หน้าไหว้หลังหลอก ปากปราศรัยใจเชือดคอ ออกกฎระเบียบมาเพื่อบังคับให้ผู้อื่นปฏิบัติ มีความเชี่ยวชาญในกฎเกณฑ์ต่าง ๆมีหลักการแต่เป็นความชอบธรรมจอมปลอม เฉกเช่น พวกฟาริสี และ พวกธรรมาจารย์ ที่คอยแต่วิจารณ์และพิพากษาคนอื่น
ดังนั้น การดำเนินชีวิตแบบคริสตชน จึงจำเป็นต้องทวนกระแสสังคมบ้าง อาจจะคิดและทำไม่เหมือนคนอื่น ๆ ไม่เป็นพวกมากลากไป แต่เป็นปลาที่ว่ายทวนกระแสน้ำ อย่างมีชีวิตชีวา ไม่เป็นผีตายซาก ไร้จิตวิญญาณที่ปล่อยให้ผู้อื่นแบกหาม พาไปไหนต่อไหนตามใจชอบ ไร้ทิศทาง ไร้เป้าหมาย เราคงต้อง ปล่อยให้คนตาย ฝังคนตายของเขาเองเถิด (มธ. 8:22)
พระองค์ต้องการทีมงานในการปฏิวัติสังคม เพื่อเปลี่ยนค่านิยมและทัศนคติเสียใหม่ โดยใช้ความรัก เป็นอาวุธ ในการเปลี่ยนแปลงสังคม พระองค์ไม่สามารถทำงานเพียงลำพังได้ เพราะ
ข้าวที่ต้องเกี่ยวนั้นมีมากนักหนา แต่คนงานยังน้อยอยู่ (มธ. 9:37) พระองค์จึงทรงเรียกมนุษย์ทุกคน มาร่วมงานกับพระองค์ในฐานะเป็นคนงานสำหรับพระศาสนจักร ทำหน้าที่เป็นข้าบริการและผู้แจกจ่ายพระคุณของพระองค์ เพื่อวิญญาณมนุษย์ทั้งมวลได้รอด
กระแสเรียกคือการเรียกของพระเจ้า โดยผ่านทางจิตสำนึกหรือทางเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิต ซึ่งเราเองมีอิสระที่จะปฏิเสธหรือตอบรับเมื่อได้รับการเชื้อเชิญเข้าสู่ทุ่งนา อันเป็นแหล่งงานของพระองค์ที่ประกอบไปด้วยงานต่าง ๆ มากมาย เช่น การเกี่ยวข้าว การขนย้ายข้าวที่เกี่ยวแล้ว การแยกข้าวออกจากรวง การแยกเก็บสุมกองฟาง และที่จะขาดเสียมิได้คือ การหุงต้มประกอบอาหารเลี้ยงคนงาน เป็นต้น กระแสเรียกจึงเป็นการเรียกให้เป็นอะไรก็ได้ไม่จำกัดเฉพาะการเป็นพระสงฆ์ หรือ นักบวช พระองค์ทรงมีแผนการสำหรับเราแต่ละคน จึงประทานกระแสเรียกไว้เฉพาะสำหรับแต่ละบุคคล พวกเราจึงได้รับพระพรหรือพรสวรรค์ที่หลากหลาย หากเรารู้จักที่จะสำรวจตนเองเกี่ยวกับชีวิตภายในเพื่อนำไปสู่คำตอบที่ว่า เราเป็นใคร และควรมีบทบาทอย่างไร เพื่อสร้างสรรค์ความดีงามในโลกนี้ ซึ่งถ้าเป็นกระแสเรียกที่มาจากพระเจ้าเราจะมีความสุขลึก ๆ ปลื้มปีติ ชื่นชมยินดี รู้สึกปลอดภัยและไว้วางใจ พบสันติสุขเมื่อใช้จินตนาการถักทอความฝันสำหรับตนเอง และเกิดความเชื่อมั่นในกระแสเรียกที่ตนได้เลือก
ผมมีเพื่อนหลายคนที่เรียนจบสาขาวิชาหนึ่งแต่กลับไปทำงานที่ไม่ตรงตามสายที่เรียนมา มันเป็นคนละเรื่องกันเลย หรือบางคนทำงานอยู่ในตำแหน่งที่สามารถเติบโตต่อไปได้อีก แต่กลับเปลี่ยนอาชีพอย่าง กระทันหันโดยไม่มีสาเหตุปัญหาใด ๆ ในสำนักงาน ผมพอสันนิษฐานได้ว่าครั้งหนึ่งเขาไม่มีโอกาสที่จะเลือกเส้นทางสายปรารถนาให้กับตนเองได้ ซึ่งแท้จริงแล้งเจ้าของชีวิตต่างหากที่ได้ยินเสียงเรียกของพระ หากพ่อแม่ ผู้ปกครอง เป็นผู้กำหนดกระแสเรียกให้
ท้ายที่สุดท่านนั้นแหละคือผู้ทำลายชีวิตของบุตรหลานของท่านให้ตกนรกทั้งเป็น เพราะเขาต้องทนทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิตกับสิ่งที่เขาไม่อยากเป็น
ปัจฉิมลิขิต : การประสบความสำเร็จในชีวิต.. เกิดจากการได้ไปอยู่ในจุดที่สามารถใช้พระพรของพระได้อย่างเต็มที่ สุดกำลัง เพื่อรับใช้พระองค์และเพื่อนมนุษย์ มันเป็นความอิ่มที่เกิดขึ้นในหัวใจไม่ใช่ที่ท้อง
คัดลอกจาก http://www.issara.com - ธิดายอห์น ขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้
|