• ธิดายอห์น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : daughters.of.john@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-14
  • จำนวนเรื่อง : 55
  • จำนวนผู้ชม : 12612
  • จำนวนผู้โหวต : 14
  • ส่ง msg :
ข้อคิดจากพระคัมภีร์เพื่อชีวิต (Bible for Life)
ขอเป็นสื่อกลางแบ่งปันข่าวดีและความรักของพระคริสตเจ้าแด่ทุกท่าน ด้วยข้อคิดจากพระคัมภีร์ (Bible) ที่เข้าใจง่ายและมีคุณค่ากับชีวิต พระวรสารประจำสัปดาห์ แนะนำพระคัมภีร์เบื้องต้น บทความที่น่าสนใจ ฯลฯ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/bible
วันอาทิตย์ ที่ 25 พฤศจิกายน 2550
ข้อคิดจากพระวรสารประจำสัปดาห์ที่ 32 (ย้อนหลัง)
Posted by ธิดายอห์น , ผู้อ่าน : 96 , 11:18:14 น.   | หมวดหมู่ : ข้อคิดจากพระวรสารประจำสัปดาห์  
พิมพ์หน้านี้


อาทิตย์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา

 

ข่าวดี   ลูกา 20:27-38

          (27)ชาวสะดูสีบางคนมาพบพระเยซูเจ้า คนเหล่านี้สอนว่าไม่มีการกลับคืนชีพ  เขาทูลถามพระองค์ว่า  (28)‘พระอาจารย์ โมเสสเขียนสั่งไว้ว่า ถ้าพี่ชายตาย มีภรรยาแต่ไม่มีบุตร ก็ให้น้องชายของเขารับหญิงนั้นมาเป็นภรรยาเพื่อจะได้สืบสกุลของพี่ชาย  (29)มีพี่น้องเจ็ดคน คนแรกมีภรรยา แล้วก็ตายโดยไม่มีบุตร  (30)คนที่สอง  (31)คนที่สามรับนางเป็นภรรยาและตายโดยไม่มีบุตร เป็นเช่นนี้ทั้งเจ็ดคน  (32)ในที่สุดหญิงคนนั้นก็ตายด้วย  (33)ดังนี้ เมื่อมนุษย์จะกลับคืนชีพ หญิงคนนั้นจะเป็นภรรยาของใคร เพราะทั้งเจ็ดคนต่างได้นางเป็นภรรยา’

          (34)พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า 'คนของโลกนี้แต่งงานเป็นสามีภรรยากัน  (35)แต่คนที่จะบรรลุถึงโลกหน้าและจะกลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตายนั้น จะไม่แต่งงานเป็นสามีภรรยากันอีก  (36)เพราะเขาจะไม่ตายอีกต่อไป เขาจะเป็นเหมือนทูตสวรรค์และจะเป็นบุตรของพระเจ้า เพราะเขาจะกลับคืนชีพ  (37)โมเสสยืนยันแล้วว่าผู้ตายจะกลับคืนชีพในข้อความเรื่องพุ่มไม้ เมื่อพูดถึงองค์พระผู้เป็นเจ้าว่า เป็นพระเจ้าของอับราฮัม  พระเจ้าของอิสอัคและพระเจ้าของยาโคบ  (38)พระองค์มิใช่พระเจ้าของผู้ตาย แต่เป็นพระเจ้าของผู้เป็น เพราะทุกคนมีชีวิตอยู่เพื่อพระองค์’

 

***************************

 

          เราได้ยินชื่อฟาริสีและสะดูสีควบคู่กันบ่อย ๆ จนอดคิดไม่ได้ว่าเป็นพวกเดียวกัน  แต่อันที่จริงพวกเขาเชื่อและดำเนินชีวิตต่างกันชนิดคนละขั้วเลยทีเดียว

          1.       ฟาริสีเป็นกลุ่มองค์กรทางศาสนาที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองและไม่สนใจว่าใครจะเป็นผู้ปกครอง ขอเพียงอนุญาตให้พวกเขาปฏิบัติตามบทบัญญัติเป็นใช้ได้

                   ส่วนสะดูสีเป็นชนชั้นปกครองที่ร่วมมือกับโรมอย่างแนบแน่นเพราะกลัวสูญเสียตำแหน่ง อำนาจ และความร่ำรวยมั่งคั่ง  พระสงฆ์และชนชั้นสูงเกือบทั้งหมดล้วนเป็นพวกสะดูสี

          2.       ฟาริสียอมรับทั้งพระธรรมเก่าที่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรและธรรมประเพณีที่เล่าสืบต่อกันมา เช่น กฎเกณฑ์ว่าด้วยวันสับบาโต พิธีล้างมือก่อนรับประทานอาหาร ฯลฯ

                   ส่วนสะดูสียอมรับเฉพาะพระธรรมเก่าที่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร โดยสนใจกฎหมายของโมเสสในหนังสือปัญจบรรพมาก จนแทบไม่ให้ความสำคัญกับหนังสือประกาศก

          3.       พวกฟาริสีเชื่อเรื่องเทวดา วิญญาณ และการกลับคืนชีพ  ส่วนพวกสะดูสีไม่เชื่อเรื่องดังกล่าว

          4.       พวกฟาริสีเชื่อเรื่องดวงชะตา และยอมรับว่าพระเจ้าทรงวางแผนและจัดระเบียบชีวิตให้แก่มนุษย์แต่ละคน  ส่วนสะดูสีเป็นพวกเสรีนิยมสุดโต่ง

          5.       พวกฟาริสีเชื่อและรอคอยการเสด็จมาของพระเมสสิยาห์  ส่วนพวกสะดูสีนอกจากไม่เชื่อแล้ว ยังเห็นว่าหากพระองค์เสด็จมาก็มีแต่จะทำให้ชีวิตของพวกเขายุ่งยาก

         

          กฎหมายของโมเสสกำหนดไว้ว่า “ถ้าพี่น้องที่เป็นชายอาศัยอยู่ด้วยกัน แล้วคนหนึ่งสิ้นชีวิตลงโดยไม่มีบุตรชาย ภรรยาม่ายของเขาจะต้องไม่แต่งงานกับคนนอกสกุล  พี่ชายหรือน้องชายคนหนึ่งของสามีจะต้องแต่งงานกับนาง  บุตรชายคนแรกที่นางคลอดจะต้องนับว่าเป็นบุตรของผู้ตาย เพื่อจะสืบสกุลให้ชื่อของผู้ตายไม่ถูกลบไปจากอิสราเอล” (ฉธบ 25:5-6)

          สะดูสีบางคนจึงมาพบพระเยซูเจ้าพร้อมกับคำถามว่าในโลกหน้าใครจะเป็นสามีของหญิงที่เคยแต่งงานกับพี่น้องทั้งเจ็ดคน  ทั้งนี้ก็เพื่อจะฉีกหน้าพระองค์ว่าคำสอนเรื่องการกลับคืนชีพเป็นเรื่องน่าขำและเหลวไหลทั้งเพ

          แต่คำตอบของพระองค์คือ “โลกนี้กับโลกหน้าไม่เหมือนกัน”  เพราะฉะนั้นจะเอาความคิดของโลกนี้ไปใช้กับโลกหน้าในสวรรค์ไม่ได้

          โลกนี้มีการแต่งงาน แต่โลกหน้าไม่มี (ลก 20:35)

          โลกนี้มีความตาย แต่โลกหน้ามีการกลับคืนชีพ ทุกคนจะเป็นเหมือนทูตสวรรค์และเป็นบุตรของพระเจ้า (ลก 20:36)

          อนึ่ง พวกสะดูสีไม่เชื่อเรื่องการกลับคืนชีพโดยอ้างว่าโมเสสไม่เคยกล่าวถึงเรื่องนี้มาก่อน  อีกทั้งในหนังสือปัญจบรรพก็ไม่มีทั้งข้อมูลหรือข้อพิสูจน์ว่าการกลับคืนชีพมีจริง  และที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีคัมภีราจารย์คนใดสามารถลบล้างคำกล่าวอ้างของพวกเขาได้

          แต่พระเยซูเจ้าทรงชี้ให้เห็นว่า โมเสสได้พูดถึงการกลับคืนชีพแล้วเมื่อเล่าเรื่องที่พระเจ้าตรัสกับท่านจากพุ่มไม้ที่ไม่ไหม้ไฟให้ฟังว่า “เราเป็นพระเจ้าของบรรพบุรุษของท่าน เป็นพระเจ้าของอับราฮัม พระเจ้าของอิสอัค และพระเจ้าของยาโคบ” (อพย 3:6) 

          ในเมื่อ “พระเจ้ามิใช่พระเจ้าของผู้ตาย แต่เป็นพระเจ้าของผู้เป็น” (ลก 20:38) ย่อมแสดงว่าอับราฮัม อิสอัค และยาโคบเป็น “ผู้เป็น” เพราะได้กลับคืนชีพแล้ว

          การกลับคืนชีพจึงมีอยู่จริง !

          พวกสะดูสีไม่เชื่อเรื่องการกลับคืนชีพโดยอ้างโมเสส  แต่พระเยซูเจ้าทรงอ้างโมเสสเช่นกันเพื่อยืนยันว่าการกลับคืนชีพมีจริง

          ทั้งคัมภีราจารย์และสะดูสีต่างพอใจและจำนนต่อคำตอบของพระองค์

 

          ทุกวันนี้ เราอาจคิดว่าคำถามของพวกสะดูสีเป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระโดยสิ้นเชิง  แต่ในสมัยพระเยซูเจ้า นี่เป็นหนึ่งในคำถามร้อนแรงที่จะต้องโต้เถียงหาข้อยุติให้จงได้

          อย่างไรก็ดี จากเรื่องที่เราคิดว่าไร้สาระนี่เอง พระเยซูเจ้าทรงเผยแสดง “วิธีคิดและวิธีปฏิบัติ” ของพระองค์ให้เราทราบ

          พวกสะดูสียอมรับ “โมเสส”  พระองค์ก็ทรงอ้าง “โมเสส” เพื่อยืนยันคำสอนของพระองค์

พระองค์ทรง “อ้างเหตุผลบนพื้นฐานเดียวกันเพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจและยอมรับ” !

          นี่คือสิ่งที่เราทุกคนต้องเลียนแบบและสืบสานงานของพระองค์  เราต้องใช้เหตุผลและข้ออ้างที่ผู้ฟังเข้าใจได้  เราต้องยืนอยู่บนพื้นฐานเดียวกันกับผู้ฟัง  เราต้องคิดแบบเดียวกันและใช้ภาษาระดับเดียวกันกับผู้ฟัง

เราต้องสอนและเป็นพยานยืนยันถึงพระเยซูเจ้าและการกลับคืนชีพแก่ผู้ฟังร่วมสมัยของเรา ด้วยความคิดและภาษาร่วมสมัย ดังที่พระองค์ทรงให้แบบอย่างในวันนี้......!!

เราต้องทำให้ข่าวดีของพระองค์ทันสมัยเสมอ !!


ขอขอบพระคุณ คุณพ่อชัยยะ กิจสวัสดิ์ และคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์

แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน