• ธิดายอห์น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : daughters.of.john@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-14
  • จำนวนเรื่อง : 55
  • จำนวนผู้ชม : 13278
  • จำนวนผู้โหวต : 14
  • ส่ง msg :
more
ข้อคิดจากพระคัมภีร์เพื่อชีวิต (Bible for Life)
ขอเป็นสื่อกลางแบ่งปันข่าวดีและความรักของพระคริสตเจ้าแด่ทุกท่าน ด้วยข้อคิดจากพระคัมภีร์ (Bible) ที่เข้าใจง่ายและมีคุณค่ากับชีวิต พระวรสารประจำสัปดาห์ แนะนำพระคัมภีร์เบื้องต้น บทความที่น่าสนใจ ฯลฯ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/bible
วันอาทิตย์ ที่ 25 พฤศจิกายน 2550
ข้อคิดจากพระวรสารประจำสัปดาห์ที่ 33 (ย้อนหลัง)
Posted by ธิดายอห์น , ผู้อ่าน : 110 , 11:20:43 น.   | หมวดหมู่ : ข้อคิดจากพระวรสารประจำสัปดาห์  
พิมพ์หน้านี้


อาทิตย์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา

 

ข่าวดี   ลูกา 21:5-19

(5)ขณะนั้นบางคนให้ข้อสังเกตว่าพระวิหารมีหินและของถวายตกแต่งอย่างงดงาม พระเยซูเจ้าจึงตรัสว่า  (6)‘สักวันหนึ่ง ทุกสิ่งที่ท่านเห็นอยู่นี้ จะไม่มีก้อนหินเหลือซ้อนกันอยู่เลย’  (7)เขาจึงทูลถามพระองค์ว่า ‘พระอาจารย์ เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นเมื่อไร  และมีเครื่องหมายใดบอกว่าเหตุการณ์นี้กำลังจะเกิดขึ้น’

          (8)พระองค์ตรัสตอบว่า ‘จงระวังอย่าให้ผู้ใดหลอกลวงท่านได้ หลายคนจะอ้างนามของเรา พูดว่า “ฉันเป็นพระคริสต์” และ “เวลากำหนดมาถึงแล้ว” อย่าตามเขาไป  (9)เมื่อท่านทั้งหลายได้ยินข่าวลือเรื่องสงครามและการปฏิวัติ จงอย่าตกใจ เหตุการณ์เหล่านี้จำเป็นต้องเกิดขึ้นก่อน แต่ยังไม่ถึงวาระสุดท้าย’  (10)แล้วพระองค์ตรัสกับเขาว่า ‘ชาติหนึ่งจะลุกขึ้นต่อสู้กับอีกชาติหนึ่ง อาณาจักรหนึ่งจะลุกขึ้นต่อสู้กับอีกอาณาจักรหนึ่ง  (11)แผ่นดินไหว โรคระบาดและความอดอยากอย่างใหญ่หลวงจะเกิดขึ้นหลายแห่ง จะมีเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัว และเครื่องหมายยิ่งใหญ่จะเกิดขึ้นในท้องฟ้า(12)‘แต่ก่อนที่เหตุการณ์ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้น เขาจะจับกุมท่าน จะเบียดเบียนท่าน จะนำท่านไปไต่สวนในศาลาธรรม และจะจองจำท่านในคุก เขาจะนำท่านไปยืนต่อหน้ากษัตริย์และผู้ว่าราชการเพราะนามของเรา  (13)และนี่จะเป็นโอกาสให้ท่านเป็นพยานถึงเรา  (14)จงตัดสินใจว่าท่านจะไม่หาคำแก้ตัวไว้ก่อน  (15)เราจะให้คำพูดและปรีชาญาณแก่ท่าน ซึ่งศัตรูของท่านจะต้านทานหรือโต้แย้งไม่ได้   (16)บิดามารดา พี่น้อง ญาติและมิตรสหายจะทรยศต่อท่าน บางท่านจะต้องถูกประหารชีวิตด้วย  (17)ท่านทั้งหลายจะเป็นที่เกลียดชังของทุกคนเพราะนามของเรา  (18)แต่เส้นผมบนศีรษะของท่านจะไม่เสียไปแม้แต่เส้นเดียว  (19) ด้วยการยืนหยัดมั่นคงท่านจะรักษาชีวิตของท่านไว้ได้

 

***************************

 

          พระวรสารบทนี้เข้าใจยากเพราะมีความคิด 4 เรื่องซึ่งแตกต่างกันแต่ถูกนำมารวมไว้ราวกับเป็นเรื่องเดียวกัน  ความคิดทั้ง 4 เรื่องแยกแยะได้ดังนี้

          1.       วันของพระเจ้า  ชาวยิวเชื่อว่าประวัติศาสตร์มี 2 ยุคคือ ยุคปัจจุบันซึ่งเต็มไปด้วยบาปและความชั่วร้ายที่สมควรถูกทำลายให้สิ้นซากไปสถานเดียว  อีกยุคหนึ่งคือยุคใหม่ซึ่งจะเป็นยุคทองของพระเจ้าและชาวยิว  แต่ช่วงเปลี่ยนผ่านจากยุคปัจจุบันไปสู่ยุคใหม่จำต้องผ่าน “วันของพระเจ้า” ซึ่งเต็มไปด้วยเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัว  เป็นวันเวลาของกลียุคและการทำลายล้างเพื่อให้กำเนิดยุคใหม่

                   ประกาศกอิสยาห์ทำนายถึงวันของพระเจ้าไว้ว่า “ดูเถิด วันของพระเจ้าจะมา  ดุร้ายด้วยความพิโรธและความโกรธอันเกรี้ยวกราด ที่จะกระทำให้แผ่นดินโลกเป็นที่ร้างเปล่า และเพื่อจะทำลายคนบาปของโลกเสียจากโลก” (อสย 13:9)

                   นักบุญเปโตรกล่าวว่า “วันขององค์พระผู้เป็นเจ้าจะมาถึงอย่างไม่รู้ตัวเหมือนขโมย  วันนั้นท้องฟ้าจะอันตรธานสูญสิ้นไปด้วยเสียงกึกก้อง  โลกธาตุจะลุกเป็นไฟแตกแยกจากกัน  แผ่นดินและสรรพสิ่งที่อยู่บนแผ่นดินจะมอดไหม้สูญสิ้นไป” (2 ปต 3:10)

                   ความเชื่อเรื่องวันของพระเจ้าแพร่หลายทั่วไปในสมัยพระเยซูเจ้า จนชาวยิวทุกคนสามารถจินตนาการถึงความน่าสะพรึงกลัวของวันนี้ได้

                   ข้อความที่เกี่ยวข้องกับจินตนาการถึงวันของพระเจ้าคือ “เมื่อท่านทั้งหลายได้ยินข่าวลือเรื่องสงครามและการปฏิวัติ จงอย่าตกใจ เหตุการณ์เหล่านี้จำเป็นต้องเกิดขึ้นก่อน แต่ยังไม่ถึงวาระสุดท้าย’....แผ่นดินไหว โรคระบาดและความอดอยากอย่างใหญ่หลวงจะเกิดขึ้นหลายแห่ง จะมีเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัว และเครื่องหมายยิ่งใหญ่จะเกิดขึ้นในท้องฟ้า” (ลก 21:9,11)

          2.       คำทำนายถึงความพินาศของกรุงเยรูซาเล็ม  หลังถูกล้อมอยู่เป็นเวลานานจนประชาชนพากันท้อแท้ สิ้นหวัง และอดอยากกระทั่งยอมกินเนื้อมนุษย์ด้วยกันเองเป็นอาหาร ในปี ค.ศ. 70 กรุงเยรูซาเล็มก็ถูกกองทัพโรมันทำลายจนราบเป็นหน้ากลองชนิดไม่มีหินซ้อนกันแม้แต่ก้อนเดียว  โยเซฟุส นักประวัติศาสตร์ชาวเยรูซาเล็มซึ่งมีชีวิตช่วงเดียวกันและเป็นสักขีพยานถึงความพินาศครั้งนี้ ได้บันทึกไว้ว่ามีผู้เสียชีวิตประมาณ 1,100,000 คน ถูกจับเป็นเชลยอีก 97,000 คน  พระวิหารถูกเผาและทิ้งให้รกร้างว่างเปล่า  ชาวยิวสิ้นชาติ

                   ลูกานำคำทำนายถึงความพินาศของกรุงเยรูซาเล็มมาไว้ตอนเริ่มต้นของพระวรสารบทนี้ “ขณะนั้นบางคนให้ข้อสังเกตว่าพระวิหารมีหินและของถวายตกแต่งอย่างงดงาม พระเยซูเจ้าจึงตรัสว่า ‘สักวันหนึ่ง ทุกสิ่งที่ท่านเห็นอยู่นี้ จะไม่มีก้อนหินเหลือซ้อนกันอยู่เลย’” (ลก 21:5-6)

          3.       การเสด็จมาครั้งที่สองของพระเยซูคริสตเจ้า  พระองค์ทรงนำภาพเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวใน “วันของพระเจ้า” มาบรรยายถึงวันที่พระองค์จะเสด็จกลับมาอีกครั้งหนึ่ง  พระศาสนจักรยุคแรกต่างเฝ้าคอยการเสด็จกลับมาของพระองค์ด้วยจิตใจจดจ่อ

          ก่อนการเสด็จกลับมาเป็นครั้งที่สอง จะเกิดกลียุคและมีคนอ้างตัวเป็นพระคริสต์มากมาย  ลูกาบันทึกไว้ว่า “เขาจึงทูลถามพระองค์ว่า ‘พระอาจารย์ เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นเมื่อไร และมีเครื่องหมายใดบอกว่าเหตุการณ์นี้กำลังจะเกิดขึ้น’  พระองค์ตรัสตอบว่า ‘จงระวังอย่าให้ผู้ใดหลอกลวงท่านได้ หลายคนจะอ้างนามของเรา พูดว่า ‘ฉันเป็นพระคริสต์’ และ ‘เวลากำหนดมาถึงแล้ว’ อย่าตามเขาไป  เมื่อท่านทั้งหลายได้ยินข่าวลือเรื่องสงครามและการปฏิวัติ จงอย่าตกใจ เหตุการณ์เหล่านี้จำเป็นต้องเกิดขึ้นก่อน แต่ยังไม่ถึงวาระสุดท้าย’” (ลก 21:7-9)

          4.       คำทำนายถึงการเบียดเบียนที่จะเกิดขึ้น ซึ่งได้แก่เนื้อหาส่วนใหญ่ของพระวรสารบทนี้  “เขาจะจับกุมท่าน จะเบียดเบียนท่าน จะนำท่านไปไต่สวนในศาลาธรรม และจะจองจำท่านในคุก เขาจะนำท่านไปยืนต่อหน้ากษัตริย์และผู้ว่าราชการเพราะนามของเรา และนี่จะเป็นโอกาสให้ท่านเป็นพยานถึงเรา จงตัดสินใจว่าท่านจะไม่หาคำแก้ตัวไว้ก่อน  เราจะให้คำพูดและปรีชาญาณแก่ท่าน ซึ่งศัตรูของท่านจะต้านทานหรือโต้แย้งไม่ได้  บิดามารดา พี่น้อง ญาติและมิตรสหายจะทรยศต่อท่าน  บางท่านจะต้องถูกประหารชีวิตด้วย  ท่านทั้งหลายจะเป็นที่เกลียดชังของทุกคนเพราะนามของเรา  แต่เส้นผมบนศีรษะของท่านจะไม่เสียไปแม้แต่เส้นเดียว  ด้วยการยืนหยัดมั่นคงท่านจะรักษาชีวิตของท่านไว้ได้” (ลก 21:12-19)

 

          ความงดงามของพระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็มคือที่แรงบันดาลใจให้พระเยซูเจ้ากล่าวคำทำนายถึงความพินาศครั้งนี้

ในพระวิหาร เสาระเบียงและเสาวิหารแต่ละต้นทำจากหินอ่อนก้อนเดียวสีขาวสูงถึง 40 ฟุตซึ่งหายากและราคาแพงมาก  เครื่องประดับที่มีชื่อเสียงที่สุดคือเถาองุ่นทำด้วยทองคำแท้ แต่ละเถาสูงเท่าคน

โยเซฟุสบรรยายไว้ว่า ภายนอกพระวิหารถูกเคลือบด้วยทองคำ เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น มันจะสะท้อนแสงเจิดจ้าจนต้องหลบสายตา  และหากมองจากระยะไกลมันจะเหมือนภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน เพราะส่วนที่ไม่ได้เคลือบทองคำล้วนขาวผ่องสะอาดตา

          สำหรับชาวยิว แม้แต่จะคิดก็เป็นไปไม่ได้แล้วที่พระวิหารอันยิ่งใหญ่ตระการตาเช่นนี้จะกลายเป็นกองเถ้าถ่าน

          แต่พระเยซูเจ้าไม่ทรงคิดเหมือนชาวยิว สิ่งที่เราเรียนรู้จากพระองค์คือ

          1.       พระองค์ทรงมองเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ทะลุปรุโปร่ง

                   คนทั่วไปอาจมองเห็นเพียงความยิ่งใหญ่ตระการตาของพระวิหาร โดยไม่ตระหนักถึงความหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามา  แต่พระองค์ทรงมองเห็น

                   เช่นเดียวกัน เราจะมองชีวิตได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ก็ต่อเมื่อมองด้วยความเชื่อผ่านสายตาของพระองค์เท่านั้น !

            2.       พระองค์ทรงซื่อสัตย์และจริงใจต่อผู้ที่ติดตามพระองค์  พระองค์ตรัสว่า “การเบียดเบียนหรือการประหารชีวิตคือสิ่งที่ท่านจะได้รับจากการติดตามเรา” (ลก 21:12,16)

                   พระองค์ทรงเชื่อมั่นในตัวเราถึงกับกล้าหยิบยื่นความเป็น “วีรบุรุษ” ให้แก่เรา !

          การดำเนินชีวิตแบบง่าย ๆ และสบาย ๆ นั้นเหมาะสำหรับคนอ่อนแอ หนักไม่เอาเบาไม่สู้ และเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อเท่านั้น

          3.       พระองค์ทรงสัญญาว่าจะไม่ปล่อยให้เราเผชิญความทุกข์ยากตามลำพัง  พระองค์ตรัสว่า “เราจะให้คำพูดและปรีชาญาณแก่ท่าน” (ลก 21:15)

                   ตลอดประวัติศาสตร์ 2,000 ปีของพระศาสนจักร คริสตชนจำนวนมากได้ยืนยันแล้วว่าในห้วงเวลาแห่งความทุกข์ทรมานและใกล้ตาย พระคริสตเจ้าทรงประทับอยู่กับพวกเขาและทำให้พวกเขามีความสุขมากสักเพียงใด

                   คุกจะกลายเป็นดั่งพระราชวัง และมรสุมในชีวิตเป็นดั่งลมโชยพัดเย็น เมื่อพระองค์ทรงประทับอยู่กับเรา

            4.       พระองค์ทรงรับประกันความปลอดภัย เมื่อทรงตรัสว่า “เส้นผมบนศีรษะของท่านจะไม่เสียไปแม้แต่เส้นเดียว” (ลก 21:18)

                   ในเมื่อเส้นผมแต่ละเส้น พระองค์ยังทรงรับประกันความปลอดภัย  ไฉนเลยพระองค์จะไม่รับประกันความปลอดภัยให้แก่วิญญาณของเรา ?!?

          เราจึงวางใจพระองค์ได้เต็มร้อย !

                    จริงอยู่ เมื่อเดินเคียงคู่กับพระองค์ ร่างกายซึ่งเป็นอนิจจังอยู่แล้วอาจสูญเสียไปได้  แต่เราจะไม่มีวันสูญเสียวิญญาณเลย ! (ลก 21:19)


ขอขอบคุณ คุณพ่อชัยยะ กิจสวัสดิ์ และคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน