• ธิดายอห์น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : daughters.of.john@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-14
  • จำนวนเรื่อง : 55
  • จำนวนผู้ชม : 10525
  • จำนวนผู้โหวต : 14
  • ส่ง msg :
ข้อคิดจากพระคัมภีร์เพื่อชีวิต (Bible for Life)
ขอเป็นสื่อกลางแบ่งปันข่าวดีและความรักของพระคริสตเจ้าแด่ทุกท่าน ด้วยข้อคิดจากพระคัมภีร์ (Bible) ที่เข้าใจง่ายและมีคุณค่ากับชีวิต พระวรสารประจำสัปดาห์ แนะนำพระคัมภีร์เบื้องต้น บทความที่น่าสนใจ ฯลฯ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/bible
วันอาทิตย์ ที่ 16 มีนาคม 2551
ข้อคิดจากพระวรสาร..วันอาทิตย์มหาทรมาน(แห่ใบลาน)
Posted by ธิดายอห์น , ผู้อ่าน : 98 , 21:27:57 น.   | หมวดหมู่ : ข้อคิดจากพระวรสารประจำสัปดาห์  
พิมพ์หน้านี้


วันอาทิตย์มหาทรมาน

แห่ใบลาน

 

ข่าวดี   มัทธิว 21:1-11  (บทอ่านก่อนแห่ใบลาน)

(1)เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จพร้อมกับบรรดาศิษย์เข้ามาใกล้กรุงเยรูซาเล็ม และเสด็จมาที่หมู่บ้านเบทฟายีบนภูเขามะกอกเทศ พระองค์ทรงใช้ศิษย์สองคน  (2) ตรัสสั่งว่า “จงไปที่หมู่บ้านข้างหน้า แล้วท่านจะพบแม่ลาตัวหนึ่งผูกอยู่ มีลูกอยู่ด้วย จงแก้เชือกและจูงมาให้เราเถิด (3) ถ้ามีใครถาม จงตอบว่า “พระอาจารย์ต้องการใช้มัน และจะส่งกลับคืนให้ทันทีเมื่อใช้เสร็จ” (4) เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพื่อพระดำรัสที่ตรัสทางประกาศกจะได้เป็นความจริงว่า

          (5)จงบอกธิดาแห่งศิโยนว่า

          ดูซิ กษัตริย์ของท่านเสด็จมาพบท่าน

          มีพระทัยอ่อนโยน ประทับบนแม่ลา

          บนลูกลา สัตว์ใช้งาน

(6)ศิษย์ทั้งสองคนไปทำตามที่พระเยซูเจ้าทรงสั่ง  (7)เขาจูงแม่ลาและลูกลามาถวายพระองค์ ปูเสื้อคลุมของตนบนหลังลา พระองค์ประทับบนหลังลา  (8)ประชาชนจำนวนมากปูเสื้อคลุมของตนบนทางเดิน บางคนตัดกิ่งไม้มาวางตามทางเดิน  (9)ประชาชนทั้งที่เดินไปข้างหน้าและที่ตามมาข้างหลัง ต่างโห่ร้องว่า

          โฮซานนาแด่โอรสของกษัตริย์ดาวิด

          ขอถวายพระพรแด่ผู้มาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า

          โฮซานนา ณ สวรรค์สูงสุด

(10)เมื่อพระองค์เสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มแล้ว ประชาชนทั่วทั้งเมืองต่างแตกตื่นถามว่า “ผู้นี้เป็นใครหนอ” (11) ประชาชนที่ติดตามพระเยซูเจ้าก็ตอบว่า “ผู้นี้คือพระเยซู ประกาศกจากนาซาเร็ธ แคว้นกาลิลี”

 

***************************

 

          ในพระธรรมเก่า เมื่อประชาชนไม่สนใจฟังคำเตือนหรือฟังแล้วแต่ไม่พยายามเข้าใจ สิ่งที่บรรดาประกาศกนิยมปฏิบัติกันคือ เปลี่ยนจากการ “พูด” มาเป็น “ทำ” ในสิ่งที่ทุกคนสามารถเห็นและเข้าใจได้แทน

          ตัวอย่างเช่น เมื่อกษัตริย์ซาโลมอนไม่ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า ประกาศกอาหิยาห์ชาวชิโลห์ได้สวมเสื้อคลุมตัวใหม่ไปพบเยโรโบอัมในทุ่งนาตามลำพัง  เขาถอดเสื้อคลุมตัวนั้นออกมาฉีกเป็นสิบสองชิ้นแล้วพูดกับเยโรโบอัมว่า “ท่านจงเอาไปสิบชิ้นเถิด เพราะพระยาห์เวห์ พระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสว่า ‘เราจะฉีกอาณาจักรไปจากมือของซาโลมอนแล้วมอบให้ท่านสิบเผ่า เขาจะมีเหลือเพียงเผ่าเดียว เพราะเห็นแก่ดาวิดผู้รับใช้ของเรา และเพราะเห็นแก่กรุงเยรูซาเล็มเมืองที่เราเลือกไว้เป็นของเราจากทุกเผ่าของอิสราเอล” (1 พกษ 11:29-32)

          อีกครั้งหนึ่ง เมื่อประกาศกเยเรมีย์เห็นว่าปาเลสไตน์ต้องตกอยู่ภายใต้เงื้อมมือของบาบิโลนอย่างแน่นอน แต่บรรดาประกาศกเทียมกลับยุว่า “พวกเจ้าจะไม่ต้องรับใช้กษัตริย์บาบิโลน”  ท่านจึงทำแอกจากไม้พร้อมสายรัดคล้องคอของท่านเอง อีกทั้งส่งแอกพร้อมสายรัดไปให้กษัตริย์แห่งเอโดม โมอับ อัมโมน ไทระ และไซดอน เพื่อเตือนให้ยอมสยบต่อกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลน จะได้ไม่เกิดสงคราม การกันดารอาหาร โรคระบาด หรือถึงขั้นสิ้นชาติ (ยรม 27:1-11)

          เช่นเดียวกัน เมื่อตระหนักว่ามีน้อยคนที่เชื่อและยอมรับพระองค์เป็นพระเมสสิยาห์ พระเยซูเจ้าจึงตัดสินพระทัยกระทำดุจเดียวกับบรรดาประกาศกในอดีต

          นั่นคือ ทรงเปลี่ยนจาก “พูด” มาเป็น “ทำ”

          พระองค์เสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างสง่าและเปิดเผยในช่วงเฉลิมฉลองเทศกาลปัสกาซึ่งสำคัญที่สุด ยิ่งใหญ่ที่สุด และมีประชาชนมาร่วมงานมากที่สุด !!

          หากคำนวณจากจำนวนลูกแกะที่ถูกฆ่าเป็นเครื่องบูชาโอกาสปัสกาปีละสองแสนห้าหมื่นตัว แต่ละตัวต้องมีคนรวมกลุ่มกันกินเนื้อแกะที่ถวายแล้วอย่างน้อยสิบคนตามบทบัญญัติ ก็จะได้จำนวนประชาชนที่มาร่วมฉลองปัสกาอย่างน้อยปีละสองล้านห้าแสนคน

          แสดงว่าพระองค์ทรงเลือก “กระทำ” ในโอกาสที่ประชาชนผู้มีศาสนาอยู่ในหัวใจจำนวนมากที่สุดมารวมตัวกันที่กรุงเยรูซาเล็ม

          นอกจากทรงเลือกโอกาสอย่างพิถีพิถันแล้ว พระองค์ยังทรงเตรียมการอย่างรอบคอบที่สุดอีกด้วย

          พระองค์ทรงส่งศิษย์สองคนไปที่หมู่บ้านซึ่งมาระโกระบุว่าคือเบธานี (มก 11:1) เพื่อพบเพื่อนของพระองค์ที่ได้ตกลงกันล่วงหน้าให้เตรียมลาพร้อมกับลูกที่ยังไม่เคยมีผู้ใดขี่มาก่อน โดยใช้รหัสลับว่า “พระอาจารย์ต้องการใช้มัน” (มธ 21:3)

          ในเมื่อทรงเตรียมการล่วงหน้าอย่างพิถีพิถันเช่นนี้ พระองค์ทรงมีพระประสงค์จะสื่อสารสิ่งใดหรือ ?

          1.       พระองค์ทรงเป็นพระเมสสิยาห์

                    ประกาศกเศคาริยาห์กล่าวทำนายถึงการเสด็จมาของกษัตริย์แห่งศิโยนไว้ว่า “ธิดาแห่งศิโยนเอ๋ย จงชื่นชมยินดีเหลือล้น  ธิดาแห่งเยรูซาเล็มเอ๋ย จงโห่ร้อง  ดูเถิด กษัตริย์ของเจ้าเสด็จมาหาเจ้า ทรงชอบธรรมและนำความรอดมา ทรงอ่อนโยนและประทับมาบนหลังลา ทรงลูกลาเสด็จมา” (ศคย 9:9)

                   การประทับบนหลังลูกลาเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มจึงสื่อความหมายชัดเจนว่า พระองค์ทรงเป็น “พระเมสสิยาห์” และ “กษัตริย์” ที่ประกาศกเศคาริยาห์ได้ทำนายไว้

                   นับว่าไม่เสียแรงเปล่าเพราะมีประชาชนจำนวนมากเข้าใจความหมายที่พระองค์ต้องการสื่อและ “ปูเสื้อคลุมของตนบนทางเดิน” (มธ 21:8) ซึ่งเป็นสิ่งที่บรรดาแม่ทัพผู้เป็นเพื่อนของเยฮูกระทำหลังจากทราบว่าพระเจ้าทรงส่งประกาศกเอลีชามาเจิมตั้งเยฮูให้เป็นกษัตริย์เหนืออิสราเอล (2 พกษ 9:13)

                   ยิ่งไปกว่านั้น “บางคนตัดกิ่งไม้มาวางตามทางเดิน” (มธ 21:8) เช่นเดียวกับชาวยิวที่ “ขับร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า โบกกิ่งปาล์ม ดีดพิณเล็กพิณใหญ่ ตีฉิ่งฉาบ” (1 มคบ 13:51) โอกาสฉลอง “ชัยชนะอันยิ่งใหญ่” ที่ซีโมน มัคคาบีสามารถยึดป้อมอาคราในกรุงเยรูซาเล็มและขับไล่ข้าศึกออกไปจากอิสราเอลได้

                   บางคนอาจแปลกใจว่าในเมื่อพระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ แต่ไฉนจึงประทับบนหลังลาเล่า ?

                   ความแปลกใจนี้เกิดจากภาพพจน์ของ “ลา” ซึ่งไม่สู้ดีนักในสายตาของเรา  แต่ในปาเลสไตน์กษัตริย์ประทับบนหลังม้ายามออกศึกสงครามเท่านั้น  เมื่อบ้านเมืองสงบสุขและมีสันติพระองค์จะประทับบนหลังลา

                   เพราะฉะนั้น พระเยซูเจ้าจึงไม่เพียงสื่อสารว่าทรงเป็นกษัตริย์เท่านั้น แต่ยังสื่อด้วยว่าทรงเป็นกษัตริย์แห่ง “ความรักและสันติ”  ไม่ใช่กษัตริย์ซึ่งจะพิชิตโลกด้วยกองทัพและความรุนแรงตามที่ชาวยิวจำนวนมากคาดหวัง

          2.       ทรงเชื้อเชิญแม้แต่ศัตรู

                        ก่อนจะเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็ม “บรรดาหัวหน้าสมณะและชาวฟาริสีได้ออกคำสั่งว่า ถ้าใครรู้ว่าพระองค์อยู่ที่ไหน ก็ให้มารายงาน เพื่อจะได้จับกุมพระองค์” (ยน 11:57)

          เรียกว่าพระองค์ถูกออกหมายจับแล้ว !

                   แต่แทนที่จะหลบ ๆ ซ่อน ๆ เข้าเมือง  พระองค์กลับเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างสง่าผ่าเผย ชนิดสายตาทุกคู่พากันจับจ้องมาที่พระองค์

          ทำไมพระองค์จึงกล้าเสี่ยงตายปานนี้ ?

                   คำตอบคือ พระองค์กล้าเสี่ยงเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ก็ด้วยความหวังว่าจะเชื้อเชิญบรรดาศัตรูที่จ้องกำจัดพระองค์ให้หันมายอมรับและ “เชื่อ” พระองค์

                   เพราะพระองค์ทรงเป็นกษัตริย์แห่งความรักและสันติ

                   เพราะพระองค์คือพระผู้ช่วยให้รอด

                   ดังที่ประชาชนจำนวนมากได้ “เชื่อ” และโห่ร้องต้อนรับพระองค์ว่า “โฮซานนาแด่โอรสของกษัตริย์ดาวิด  ขอถวายพระพรแด่ผู้มาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า โฮซานนา ณ สวรรค์สูงสุด” (มธ 21:9)

                   “โฮซานนา” แปลว่า “โปรดช่วยให้รอดเทอญ” (สดด 118:25)

                   ดังนั้น “โฮซานนา ณ สวรรค์สูงสุด” จึงหมายถึง ขอให้เทวดาบนสวรรค์ชั้นสูงสุดร้องทูลพระเจ้าว่า “โปรดช่วยให้รอดด้วยเทอญ”

         

                    ในเมื่อเทวดา ณ สวรรค์ชั้นสูงสุด ยังทูลขอพระองค์ผู้ทรงเป็นโอรสของกษัตริย์ดาวิดและเสด็จมาในพระนามของพระเจ้าว่า “โปรดช่วยให้รอดด้วยเทอญ”  แล้วเราซึ่งโบกใบลานต้อนรับพระองค์ในฐานะกษัตริย์ ไม่คิดจะร้อง “โฮซานนา” บ้างดอกหรือ ?

                        อย่าให้วันนี้ผ่านไปโดยเรายังไม่ได้กราบทูลพระองค์จากห้วงลึกแห่งหัวใจว่า “โปรดช่วยลูกให้รอดด้วยเทอญ


ขอขอบพระคุณ คุณพ่อชัยยะ กิจสวัสดิ์ และคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
ทิวสน วันที่ : 16/03/2008 เวลา : 22.21 น.
http://www.oknation.net/blog/tewson
ทิวสน ชลนรา

โฮซันนา..แด่องค์จอมราชา

......

ปลายเดือนนี้ก็อีสเตอร์แล้วสินะ

ยินดีที่ได้รู้จักครับ

พระเจ้าอวยพรครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน