• ธิดายอห์น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : daughters.of.john@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-14
  • จำนวนเรื่อง : 55
  • จำนวนผู้ชม : 13278
  • จำนวนผู้โหวต : 14
  • ส่ง msg :
more
ข้อคิดจากพระคัมภีร์เพื่อชีวิต (Bible for Life)
ขอเป็นสื่อกลางแบ่งปันข่าวดีและความรักของพระคริสตเจ้าแด่ทุกท่าน ด้วยข้อคิดจากพระคัมภีร์ (Bible) ที่เข้าใจง่ายและมีคุณค่ากับชีวิต พระวรสารประจำสัปดาห์ แนะนำพระคัมภีร์เบื้องต้น บทความที่น่าสนใจ ฯลฯ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/bible
วันพุธ ที่ 19 มีนาคม 2551
ข้อคิดวันสมโภชปัสกา ปี 2008
Posted by ธิดายอห์น , ผู้อ่าน : 167 , 23:14:35 น.   | หมวดหมู่ : ข้อคิดจากพระวรสารประจำสัปดาห์  
พิมพ์หน้านี้


วันสมโภชปัสกา

 

ข่าวดี   ยอห์น 20:1-9

(1)เช้าตรู่วันต้นสัปดาห์ขณะที่ยังมืด มารีย์ชาวมักดาลาออกไปที่พระคูหา ก็เห็นหินถูกเคลื่อนออกไปจากพระคูหาแล้ว  (2)นางจึงวิ่งไปหาซีโมนเปโตรกับศิษย์อีกคนหนึ่งที่พระเยซูเจ้าทรงรักบอกว่า “เขานำองค์พระผู้เป็นเจ้าไปจากพระคูหาแล้ว พวกเราไม่รู้ว่าเขานำพระองค์ไปไว้ที่ไหน”  (3)เปโตรกับศิษย์คนนั้นจึงออกไป มุ่งไปยังพระคูหา  (4)ทั้งสองคนวิ่งไปด้วยกัน แต่ศิษย์คนนั้นวิ่งเร็วกว่าเปโตร จึงมาถึงพระคูหาก่อน  (5)เขาก้มลงมองเห็นผ้าพันพระศพวางอยู่บนพื้น แต่ไม่ได้เข้าไปข้างใน  (6)ซีโมนเปโตรซึ่งตามไปติด ๆ ก็มาถึง เข้าไปในพระคูหาและเห็นผ้าพันพระศพวางอยู่ที่พื้น  (7)รวมทั้งผ้าพันพระเศียรซึ่งไม่ได้วางอยู่กับผ้าพันพระศพ แต่พับแยกวางไว้อีกที่หนึ่ง  (8)ศิษย์คนที่มาถึงพระคูหาก่อนก็เข้าไปข้างในด้วย เขาเห็นและมีความเชื่อ  (9)เขาทั้งสองคนยังไม่เข้าใจพระคัมภีร์ที่ว่า พระองค์ต้องทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตาย

 

********************************

 

          หลังจากฝังศพแล้ว ชาวยิวมักไปเยี่ยมหลุมศพอีกสามวันเพราะเชื่อกันว่าวิญญาณของผู้ตายยังคงวนเวียนอยู่เหนือหลุมศพ เพื่อหาทางกลับเข้าร่างของผู้ตาย  หลังจากสามวันแล้ววิญญาณจะจากไปแบบไม่มีวันกลับ เพราะศพเริ่มเน่าเปื่อยจนวิญญาณไม่อาจจำใบหน้าของผู้ตายได้อีกต่อไป

          มารีย์ชาวมักดาลาคือสตรีที่พระเยซูเจ้าทรงรักษาให้พ้นจากปีศาจร้ายเจ็ดตน และหายจากโรคภัยไข้เจ็บ (ลก 8:2)

นางได้รับมาก จึงรักมาก !

          ตั้งแต่เช้าตรู่วันต้นสัปดาห์ขณะที่ยังมืด นางรีบออกไปเยี่ยมพระคูหาของผู้ที่นางรัก (ยน 20:1)

แม้พระศพจะถูกฝังในพระคูหาตั้งแต่เย็นวันศุกร์  แต่รุ่งขึ้นเป็นวันสับบาโตซึ่งห้ามการเดินทาง นางจึงต้องอดใจรออีกหนึ่งวันจนถึงเช้าตรู่ของวันอาทิตย์

          ชาวยิวแบ่งกลางคืนออกเป็นสี่ยาม เริ่มจากหกโมงเย็นจนถึงหกโมงเช้าของอีกวันหนึ่ง  คำ “เช้าตรู่” ในภาษากรีกหมายถึง “ยามที่สี่” ซึ่งตกราวตีสามถึงหกโมงเช้าซึ่งยังมืดอยู่

          หัวใจที่เต็มเปี่ยมด้วยความรักเร่งเร้านางให้รีบไปหาพระองค์ตั้งแต่ยังไม่สว่าง !

          “ความรัก” ทำให้นางอดใจรอจนสว่างไม่ได้ !

          แต่เมื่อมาถึงพระคูหา นางต้องตกใจสุดขีด เพราะหินปิดคูหาถูกเคลื่อนออกไปและข้างในไม่มีพระศพ ทั้ง ๆ ที่ “บรรดาหัวหน้าสมณะและชาวฟาริสีจัดการเฝ้าพระคูหาอย่างเข้มงวด โดยประทับตราที่หินปิดทางเข้าและวางยามไว้” (มธ 27:66)

          ความคิดของนางขณะนั้นคือ คงมีชาวยิวบางคนขโมยพระศพไปประจาน เพราะยังไม่สะใจกับการจับพระองค์ไปตรึงกางเขน

          หรือไม่ก็คงมีขโมยที่หากินกับศพมาลักพระศพของพระองค์ไป !

เมื่อไม่พบพระศพ  นางจึงวิ่งไปหาซีโมนเปโตรกับยอห์นบอกว่า “เขานำองค์พระผู้เป็นเจ้าไปจากพระคูหาแล้ว พวกเราไม่รู้ว่าเขานำพระองค์ไปไว้ที่ไหน” (ยน 20:2)

ทั้งเปโตรและยอห์นรีบวิ่งไปที่พระคูหาทันที  เมื่อเข้าไปในพระคูหา สิ่งที่ทั้งสองพบและเห็นตามที่เราเข้าใจคือ

                   - พระศพเคยวางอยู่บนแท่นหินที่สูงกว่าพื้น

                   - บัดนี้ ผ้าพันพระศพถูกรื้อออก และวางอยู่ที่พื้น (ยน 20:6)

                   - ส่วนผ้าพันศีรษะพับวางไว้ต่างหาก (ยน 20:7)

          แต่ต้นฉบับภาษากรีกใช้คำ “keimai” (เคิยมาย) ซึ่งแปลว่า “นอน วาง ตั้งอยู่”  และพระคัมภีร์ฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษหลายฉบับ เช่น ASV, ESV, NAB, NAU, NIB, NIV, NJB, NKJ, RSV ต่างใช้คำว่า “rolled up” หรือ “folded up” ซึ่งบ่งบอกว่าทั้งผ้าลินินที่ใช้พันพระศพ (ยน 20:6) และผ้าที่ใช้พันศีรษะ (ยน 20:7) ถูก “ม้วน” หรือ “ห่อ” อยู่

          นอกจากนั้น ต้นฉบับยังกล่าวเพียงว่าผ้าพันพระศพวางอยู่ “ที่นั่น”  โดยไม่มีข้อความใดบ่งบอกว่าผ้าพันพระศพวางอยู่ที่พื้นเลย !

          ภาพที่ได้จากการบรรยายของยอห์นจึงออกมาดังนี้  ทั้งผ้าพันพระศพและผ้าพันพระเศียรวางตั้งอยู่ที่เดิมตรงที่เคยวางพระศพของพระเยซูเจ้า ไม่มีการรื้อผ้าพันพระศพและผ้าพันพระเศียรออก แล้วกองทิ้งไว้ที่พื้น

            ราวกับว่าพระศพได้ระเหยกลายเป็นไอหายไปในอากาศ  ทิ้งให้ผ้าพันพระศพและผ้าพันพระเศียรม้วนตั้งอยู่ในรูปเดิม  เหมือนงูลอกคราบจนเหลือแต่คราบงูทิ้งไว้

          นี่คือสิ่งแรกที่ยอห์นเห็นและคิด !

          สิ่งที่สองที่ยอห์นคิดคือ จะมีขโมยคนใดโง่ขนาดลักศพไปโดยรื้อและทิ้งผ้าห่อศพไว้ ?  ไหนจะเสียเวลา ไหนจะสกปรก และไหนจะเหม็น

          ทั้งสองสิ่งนี้ไม่มีเขียนทำนายไว้ในพระคัมภีร์  แต่เป็นสิ่งที่ “ยอห์นเห็นด้วยตาของตนเอง และเชื่อ” (ยน 20:8)

          ยอห์นเชื่อว่า พระเยซูคริสตเจ้าทรงกลับเป็นขึ้นมาจากความตาย

 

          นับว่า “ความรัก” มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในเช้าวันปัสกานี้

          มารีย์ชาวมักดาลารักพระเยซูเจ้ามาก  นางจึงเป็นคนแรกที่มาถึงพระคูหา และพบว่าพระคูหาว่างเปล่า

          ยอห์นเป็นศิษย์ที่พระเยซูเจ้าทรงรักมาก และยอห์นก็รักพระองค์มากด้วย  ยอห์นจึงได้รับเกียรติให้เป็นบุคคลแรกที่เชื่อว่าพระเยซูคริสตเจ้าทรงกลับเป็นขึ้นมาจากความตาย                             

                              - ความรัก ทำให้ดวงตาของยอห์นมองเห็นเครื่องหมาย

                      - ความรัก ทำให้สติปัญญาของยอห์นเข้าใจเครื่องหมายที่เห็น

                      - ความรัก ทำให้ยอห์นเชื่อสิ่งที่เขาเข้าใจ

          เราจึงได้ “หลักการ” ว่า “ปราศจากความรัก เราไม่มีทางเข้าใจผู้อื่นได้เลย”

          เพราะ “ความรัก” คือ “ล่าม” ที่ช่วยแปล (ไม่ใช่ “แปร”) ความคิดของผู้อื่นได้ดีที่สุด

          เพราะ “ความรัก” ทำให้เรา “เข้าถึง” ความจริง ในขณะที่สติปัญญาทำได้เพียงชี้ทางไปสู่ความจริงเท่านั้น   

และที่สำคัญ “ความรัก” ทำให้เรา “เข้าใจ” ความหมายของความจริงที่ค้นพบ

ด้วยเหตุนี้....

          เราไม่มีทางรู้จักและเข้าใจพระเยซูเจ้าผู้กลับคืนพระชนม์ชีพได้เลย และไม่มีทางเลยที่จะทำให้ผู้อื่นรู้จักและเข้าใจพระองค์....

หากเราไม่รักพระองค์....!!!


ขอขอบคุณ คุณพ่อชัยยะ กิจสวัสดิ์ และคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน