พิมพ์หน้านี้
|
คฤหาสน์ตระกูลโยชิโอกะตั้งอยู่บนเนินสูง ทางทิศเหนือของแคว้นอาวะบนเกาะชิโกกุ ห่างจากชายฝั่งทะเลเพียงเล็กน้อย นับเป็นชัยภูมิอันดียิ่ง ในการสร้างคลังเก็บสินค้า เพื่อขนถ่ายลงเรือ ทาคาโกะเหม่อมองธารน้ำตกจำลอง ในสวนหลังของคฤหาสน์ กลางราตรีดึกสงัด... ราตรีมืดมิดไร้เดือนดาว เมฆหนาคลุมนภา สายลมหวีดหวืออื้ออึง ประหนึ่งพายุใหญ่กำลังก่อตัว ผ่านมาสิบวัน หลังจากนางพาท่านโยชิกลับมารักษาตัวที่คฤหาสน์... สิบวันก่อน นางอาศัยม้าที่ท่านพี่โทชิอิเอะทิ้งไว้ให้ในพุ่มไม้ ห้อตะบึงนำท่านโยชิกลับเมืองซาไกโดยไม่หยุดพัก เนื่องเพราะเมืองซาไกต้องมีเรือสินค้าของตระกูลโยชิโอกะ จอดเทียบท่าอย่างน้อยหนึ่งลำเสมอ บนเรือมีกองกำลังมือดีคุ้มกันเข้มแข็ง ไปถึงท่าเรือได้นางกับท่านโยชิจึงจะปลอดภัย ทาคาโกะไม่ทราบ ช่วงเวลานั้นไฉนเรี่ยวแรงกำลังฟื้นคืนขึ้นอีกครั้ง ควบม้าห้อตะบึงโดยไม่รู้เหน็ดเหนื่อยข้ามวันคืน กระทั่งถึงเมืองซาไกเห็นกองเรือ พร้อมกองกำลังมือดีค่อยคลายใจ เรี่ยวแรงพลันสูญสิ้น แทบไม่อาจทรงกายบนหลังม้าต่อไป นางแจ้งหัวหน้ากองผู้คุ้มกันเรือ ให้รีบส่งพิราบสื่อสาร แจ้งข่าวให้ท่านพ่อบุญธรรมรับทราบ จากนั้นจัดวางกำลังคุ้มกันรอบเรืออย่างหนาแน่น ป้องกันเกิดเหตุซ้ำซ้อนไม่คาดฝัน สั่งทั้งหมดเตรียมเรือให้พร้อมเดินทางกลับแคว้นอาวะทันที หลังสั่งการเสร็จสิ้น แม้เหนื่อยล้าอย่างไรยังฝืนประคองตัว ตรวจอาการบาดเจ็บของท่านโยชิอย่างละเอียดอีกครั้ง รักษาบาดแผลบรรเทาอาการบอบช้ำภายใน กระทั่งแน่ใจว่าไม่มีอันใดน่าเป็นห่วง นางค่อยหลับใหลด้วยความอ่อนเพลีย พลบค่ำเรือแล่นลิ่วออกจากท่า เดินทางถึงเกาะชิโกกุในเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ดาบหงส์ฟ้าถูกนำไปส่งมอบให้ท่านเจ้าปราสาทอาวะทันที ทว่าทาคาโกะกลับเก็บม้วนคัมภีร์ในกล่องใส่ดาบไว้... นางอธิบายเรื่องราวให้ท่านโยชิและทุกคนฟังว่า ม้วนคัมภีร์ถูกบุรุษสวมหน้ากากชิงไป จากนั้นอาเคชิ อูคอนลอบจู่โจม ชิงม้วนคัมภีร์ไปจากบุรุษสวมหน้ากากอีกที บุรุษทั้งสองต่อสู้แย่งชิงจนรับบาดเจ็บสาหัส สุดท้ายต่างฝ่ายต่างล่าถอยกันไป นางฉวยจังหวะนั้นนำท่านโยชิควบม้าหนีมายังเมืองซาไก ทาคาโกะไม่ทราบ เหตุใดนางจึงต้องการเก็บม้วนคัมภีร์ไว้ ทั้งที่แนวทางการฝึกปรือ แตกต่างจากพื้นฐานวิชาที่บิดาถ่ายทอดให้อย่างสิ้นเชิง นางไม่อาจฝึกวิชาในม้วนคัมภีร์ได้ ทว่า...ม้วนคัมภีร์เล่มนี้มีบางอย่างสะดุดใจนาง นั่นเป็นความรู้สึกที่ว่าวันหนึ่งอาจจำเป็นต้องใช้มัน... หากท่านโยชิทราบความจริง คงขุ่นเคืองนางยิ่ง จะอย่างไรได้กระทำลงไปแล้ว ได้แต่คอยหาโอกาสบอกท่านโยชิภายหลัง... หลังพักฟื้นสามวัน อาการบาดเจ็บทุเลาลง ทาคาโกะจึงเริ่มกลั่นปรุงยาให้ริวจิอย่างหามรุ่งหามค่ำ หากยาขนานนี้ไม่สามารถบรรเทา อาการเจ็บป่วยเรื้อรังของริวจิ นางก็ไม่มีหนทางรักษาอื่นอีกแล้ว... หลายวันนี้ทาคาโกะมั่นใจยิ่ง ยาขนานนี้ต้องได้ผลอย่างแน่นอน ความพยายามของนางใกล้บรรลุผลแล้ว หลังกลั่นปรุงยาสำเร็จ นางจะกลับตระกูลมาเอดะ... เนื่องเพราะคงไม่มีประโยชน์อะไรแล้วที่นางจะอยู่ที่นี่... เมื่อมีดาบหงส์ฟ้า ตระกูลมิโยชิย่อมสามารถผูกสัมพันธ์กับตระกูลอาไซ โดยไม่ต้องดึงท่านหญิงโทโมเอะมาเกี่ยวข้อง และเมื่อเป็นเช่นนี้ตระกูลมิโยชิก็สามารถเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลโยชิโอกะ โดยให้ท่านหญิงแต่งงานกับท่านโยชิ... ทาคาโกะทอดถอนใจ นางควรยินดีมิใช่หรือ... วิกาลยาวนานใกล้ผ่านพ้น ทาคาโกะทอดถอนใจอีกครั้ง ทรงกายลุกขึ้นสลัดไล่ความเหนื่อยล้า เตรียมกลับเข้าห้องปรุงยาทำงานต่อให้สำเร็จ ทันใดคิ้วเรียวกลับขมวดมุ่นเข้าหากัน เนื่องเพราะโสตประสาทสดับเสียงฝีเท้าม้าขบวนหนึ่ง ห้อตะบึงโลดทะยานตรงมายังคฤหาสน์อย่างเร่งร้อน! ขบวนม้าที่สามารถห้อตะบึงกลางถนนยามวิกาล มีแต่เหล่าองครักษ์ประจำปราสาทอาวะเท่านั้น ไฉนขบวนองครักษ์จึงเร่งร้อนควบขับ มาเยือนยามวิกาลเช่นนี้ หรือเกิดเหตุอันใดขึ้นที่ปราสาท! เสียงฝีเท้าม้าหยุดชะงักหน้าประตูใหญ่ ถัดมาบังเกิดเสียงตะโกนถามไถ่ เอะอะโวยวายกันอยู่ครู่หนึ่ง ห้องปรุงยาอยู่ด้านหลังของคฤหาสน์ ทาคาโกะย่อมไม่ได้ยินว่าทั้งหมดสนทนากันด้วยเรื่องใด แต่ต้องมิใช่เหตุปกติธรรมดาอย่างแน่นอน ลางสังหรณ์อันเลวร้ายประการหนึ่งวาบขึ้นในจิตใจของนาง... ครู่ใหญ่ขบวนม้าของเหล่าองครักษ์ ห้อตะบึงออกจากคฤหาสน์ ชั่วพริบตาก็จากไปไกลโข ทาคาโกะกำลังรอจังหวะนี้อยู่ รีบก้าวยาวๆ ตรงมายังเรือนส่วนหน้า ความสับสนวุ่นวายตรงลานหน้าประตูใหญ่ ยิ่งสร้างความงุนงงให้กับนาง เนื่องเพราะเหล่ามือดีหลายสิบคนถูกปลุกขึ้นมาจนสิ้น ทั้งหมดกำลังตระเตรียมอาวุธ สวมอานม้าจัดขบวนเดินทางอย่างเร่งรีบ ประหนึ่งกำลังจะออกปฏิบัติงานสำคัญ มิหนำซ้ำผู้นำขบวนยังเป็นท่านโยชิ! คิ้วเรียวขมวดมุ่น ทาคาโกะสาวเท้ายาวๆ เอ่ยถามด้วยความฉงนฉงาย นาคามูระ โยชิหันมาตอบ ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงเคร่งเครียดยิ่ง ทาคาโกะอุทานดังอา ตื่นตระหนกอย่างยิ่ง นี่มิน่าเป็นไปได้ เกิดเหตุเช่นนี้ได้อย่างไร! ทั้งภายในและภายนอกรอบปราสาทอาวะ ประจำด้วยเหล่าองครักษ์คุ้มกันอย่างแน่นหนา ห้องเก็บดาบอยู่ชั้นบนสุดของปราสาท ต้องผ่านการตรวจตราอย่างเข้มงวดจึงขึ้นถึงชั้นบนสุดได้ ภายใต้การรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมยิ่งนี้ ไฉนดาบหงส์ฟ้าจึงถูกขโมยไปได้! ทาคาโกะตั้งสติ ระงับความตระหงก รีบซักไซ้เรื่องราว นาคามูระ โยชิทอดถอนใจ ส่ายหน้ากล่าวว่า ทาคาโกะยิ่งงุนงงสงสัย แลแตกตื่นยิ่ง ไฉนท่านโยชิคาดว่าคนร้ายมีเพียงคนเดียว! นาคามูระ โยชิเอ่ยต่อ น้ำเสียงกังวานเคร่งขรึม สะท้อนแววหนักใจยิ่ง ทาคาโกะยิ่งรับฟัง ยิ่งมึนงงจนหน้านิ่ว ซักถามว่า นาคามูระ โยชิส่ายหน้า กล่าวตอบว่า ทันใด ทาคาโกะโพล่งออกมาว่า นาคามูระ โยชิพยักหน้า นิ่งครุ่นคิดกล่าวว่า ทาคาโกะฉุกใจคิด รีบกล่าวว่า นาคามูระ โยชิครุ่นคิดครู่หนึ่ง พยักหน้าเห็นพ้อง กล่าวว่า ทั้งแววตา ทั้งน้ำเสียงแฝงแววห่วงใยกังวลยิ่ง ทาคาโกะก้มหน้าลง ไม่กล้ามองหน้าบุรุษหนุ่ม เนื่องเพราะในแววตาปรากฏรอยรื้นเต็มตื้น ได้แต่กล่าวแผ่วเบาว่า โรคประจำตัวของของคุณชายน้อย ต้องรักษาจากภายในเท่านั้น วิธีเดียวที่จะช่วยคุณชายได้ คือต้องให้คุณชายรีบฝึกวิชาลมปราณโดยเร็วที่สุด แม้เป็นวิชาลมปราณขั้นพื้นฐานไม่สูงล้ำกระไร แต่ก็สามารถป้องกันไม่ให้อาการทรุดหนักกว่านี้ ทว่าการจะเริ่มฝึกปรือลมปราณได้ ต้องระงับอาการชักให้ได้เสียก่อน ไม่เช่นนั้นหากอาการกำเริบขณะฝึกปรือจะเป็นอันตรายถึงชีวิต นาคามูระ โยชิส่งเสียงอืมม์ กล่าวว่า นาคามูระ โยชิหยุดครู่หนึ่ง ค่อยกล่าวว่า ทาคาโกะยังก้มหน้านิ่ง กล่าวว่า นาคามูระ โยชิพยักหน้ารับคำ หันไปสั่งงานหัวหน้ากองผู้หนึ่ง ให้นำกำลังกองเรือออกปิดสกัดทุกเส้นทางน้ำรอบแคว้นอาวะ ตรวจตราเรือสินค้าตามท่าต่างๆ อย่างถ้วนถี่ เสร็จสิ้นค่อยพลิ้วร่างขึ้นบนหลังม้า ควบขับออกจากคฤหาสน์พร้อมทาคาโกะ ม้าสองตัวควบห้อตะบึงอย่างเร่งร้อน ฝ่าความสงัดแห่งรัตติกาล สายลมยามราตรีกระโชกแรง ตีปะทะใบหน้าไม่ขาดระยะ ปราสาทอาวะนับว่าตั้งอยู่ไม่ไกลจากคฤหาสน์ตระกูลโยชิโอกะ อาศัยม้าฝีเท้าดีเช่นนี้ควบขับไม่ถึงครึ่งชั่วยามก็บรรลุถึง ตลอดระยะทางทาคาโกะปล่อยให้ม้าของนาคามูระ โยชินำหน้า นางได้แต่มองตามแผ่นหลังของบุรุษหนุ่มด้วยความเป็นห่วงยิ่ง... อาการบาดเจ็บของท่านโยชิ แม้หายเป็นปกติกว่าเจ็ดส่วนแล้ว แต่บาดแผลที่ไหล่ยังสมานไม่สนิท อาจปริแตกได้ทุกเมื่อหากฝืนใช้กำลังมากเกินไป ยามหวนนึกถึงสภาพโลหิตโทรมกายของท่านโยชิ ในวันที่ต่อสู้กับสี่ยอดฝีมือแคว้นเลี่ยวตัง ความขุ่นเคืองต่อการกระทำอันไร้น้ำใจของท่านเจ้าปราสาทอาวะ ที่มีต่อเหล่าผู้ปฏิบัติงานรับใช้ พลันปะทุขึ้นในจิตใจนางอีกครั้ง! สิบวันก่อน หลังรับมอบดาบหงส์ฟ้า บิดาของท่านหญิงโทโมเอะดีใจยกใหญ่ รีบสั่งจัดงานเลี้ยงฉลองในค่ำคืนนั้น เชื้อเชิญแขกเหรื่อมากมาย ประโคมโหมเป็นเรื่องราวใหญ่โต ทั้งยังประกาศแต่งตั้งท่านโยชิเป็นหนึ่งในเจ็ด ของหัวหน้ากององครักษ์อีกด้วย งานเลี้ยงในคืนวันนั้น ตระกูลโยชิโอกะย่อมถูกเชื้อเชิญ แต่ท่านพ่อบุญธรรมได้ปฏิเสธอย่างสุภาพ นางทราบ...ท่านพ่อบุญธรรมไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องเพราะทั้งท่านโยชิและตัวนาง ซึ่งต่างเสี่ยงชีวิตเข้าแลกเพื่อชิงดาบหงส์ฟ้า กลับมาถึงในสภาพรับบาดเจ็บมิใช่น้อยทั้งคู่ แต่ท่านมิโยชิยังมีแก่ใจจัดงานฉลอง ปล่อยให้นางและท่านโยชินอนแซ่วอยู่บนเตียง! การรีบร้อนประกาศแต่งตั้งท่านโยชิ เป็นหนึ่งในหัวหน้ากององครักษ์ ก็มิได้เป็นการปูนบำเหน็ดแสดงน้ำใจกระไร ทั้งนางและท่านพ่อบุญธรรมดูออกว่า เหตุที่ท่านเจ้าปราสาทรีบร้อนประกาศแต่งตั้ง ในขณะที่ท่านโยชิยังบาดเจ็บสาหัสต้องนอนพักฟื้น ไม่อาจลุกเดินเหินไปไหนมาไหนได้ ก็เพราะด้วยสภาพร่างกายเช่นนี้ ท่านโยชิย่อมไม่สามารถลุกขึ้นปฏิเสธอันใด ต้องยอมรับตำแหน่งโดยมิอาจบ่ายเบี่ยง หลังเคยปฏิเสธไม่ยอมรับตำแหน่งที่ท่านมิโยชิแต่งตั้งให้หลายครั้งแล้ว ทาคาโกะหวนคิดถึงเรื่องนี้ทีไร ต้องแค่นหัวร่อกับตัวเองทุกครั้ง... ภารกิจในครั้งนี้สูญเสียกำลังไพร่พลไปมากมาย กระทั่งท่านคาโต้ มูซาชิยังต้องสละชีวิตเพื่อปฏิบัติการนี้ ทว่ายังไม่ทันจัดพิธีศพให้เรียบร้อย ในปราสาทอาวะกลับเลี้ยงฉลองกันเอิกเกริกเสียแล้ว! บิดาของท่านหญิงกระทำเช่นนี้ต่อผู้ภักดี ไหนเลยซื้อใจผู้คนในสังกัดได้... ทาคาโกะส่ายหน้า สลัดไล่ความคิดฟุ้งซ่านทั้งมวล เรื่องเหล่านี้มิใช่สิ่งที่นางต้องคิดคำนึงอีกแล้ว เพราะอีกไม่กี่วันนางจะจากไปแล้ว ปัญหาอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า ท่านพ่อบุญธรรมและท่านโยชิ ย่อมหาวิธีขจัดปัดเบาไปได้ มิจำเป็นต้องให้นางห่วงใยกังวล... เกือบครึ่งชั่วยามผ่านพ้น ในที่สุดปราสาทอาวะปรากฏตรงหน้าแล้ว คบเพลิงร่วมร้อยอันปักเรียงรายเป็นแถวตลอดแนวกำแพง ทั้งภายนอกภายในล้วนสว่างไสวดุจกลางวัน ขับไล่เงาแห่งรัตติกาลกระจัดกระจายสูญสิ้น รอบกำแพงปราสาทประจำด้วยเหล่าองครักษ์ในชุดเกราะครบครัน ทั้งยืนรักษาการทั้งเดินตรวจตราขวักไขว่ขนัดแน่น สภาพเช่นนี้อย่าว่าแต่คนผู้หนึ่ง กระทั่งหนูสักตัวก็มิอาจเล็ดลอดเข้าไปภายในได้ ทว่า...จะมีประโยชน์อันใด ในเมื่อดาบหงส์ฟ้าถูกขโมยไปแล้ว! ทั้งสองยั้งม้า หยุดตรงหน้าประตูปราสาท แจ้งชื่อเสียงเรียงนาม ขอพบหัวหน้าองครักษ์ที่ดูแลรับผิดชอบ เพียงครู่ บุรุษผู้หนึ่งเป็นนิวะ นากาโตะ เดินตรงเข้ามาหาทั้งสองด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เต็มไปด้วยรอยร้อนใจวิตกกังวล น้ำเสียงกังวานเอ่ยถามอย่างเร่งร้อน ท่านโยชิ ท่านได้รับคำสั่งให้ออกสกัดตามเส้นทางน้ำมิใช่หรือ ไฉนจึง... นาคามูระ โยชิพลิ้วร่างจากหลังม้า กล่าวว่า นิวะ นากาโตะทอดถอนใจ กล่าวว่า นาคามูระ โยชิเอ่ยถาม น้ำเสียงความวิตกยิ่ง นิวะ นากาโตะกล่าวอย่างหนักใจว่า ทอดถอนใจส่ายหน้า เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด นาคามูระ โยชิพยักหน้า กล่าวว่า ทาคาโกะก็พยักหน้าเห็นพ้อง สีหน้านิวะ นากาโตะฉายแววปีติยินดี รีบกล่าวว่า กล่าวจบ รีบโค้งคำนับนาคามูระ โยชิ หันไปสั่งองครักษ์ในสังกัด ให้พานาคามูระ โยชิเข้าพบท่านเจ้าปราสาทเป็นการด่วน หลังนาคามูระ โยชิเดินตามองครักษ์ไปพบท่านมิโยชิ ทาคาโกะค่อยโค้งคำนับนิวะ นากาโตะครั้งหนึ่ง ก่อนเดินตามบุรุษหนุ่มเข้าไปภายในตัวปราสาท ขึ้นไปยังห้องเก็บดาบซึ่งอยู่ชั้นบนสุด ตลอดทางจากประตูใหญ่ด้านหน้า กระทั่งถึงห้องเก็บดาบ แววตาคมกล้าของทาคาโกะ เฝ้าสังเกตทุกสรรพสิ่งรอบกาย ไม่ปล่อยให้แม้สิ่งเล็กน้อยเพียงใด เล็ดลอดสายตาไปอย่างเด็ดขาด ทั้งยังสอบถามบุรุษหนุ่มถึงจำนวนองครักษ์ที่รักษาการณ์ตามจุดต่างๆ ในยามปกติ รวมถึงระยะเวลาการผลัดเปลี่ยนเวรยาม และรหัสสัญญาณที่ใช้ในแต่ละคืน ทว่ายิ่งนางเพิ่มความสังเกตมากขึ้น ยิ่งรับฟังคำตอบของนิวะ นากาโตะ ทาคาโกะยิ่งนิ่งครุ่นคิด ปมปัญหาในใจยิ่งพลันประดัง... เนื่องเพราะจากตำแหน่งยืนเวรยามรักษาการณ์ การจัดวางคบไฟตามจุดต่างๆ ทั้งภายในภายนอก อีกทั้งชัยภูมิในสวนข้างซึ่งโปร่งโล่ง ปราศจากจุดอับมุมมืดให้คนร้ายใช้หลบซ่อนตัว ทุกประการล้วนบ่งบอกชัดว่า การรักษาความปลอดภัยภายในปราสาทไร้ช่องโหว่รอยรั่ว ด้วยสภาพเช่นนี้ยากยิ่งจะมีผู้ใดสามารถลอบเข้ามาหลบซ่อน รอคอยโอกาสกระทั่งลอบขึ้นไปถึงห้องเก็บดาบได้ แม้เป็นผู้รู้ลู่ทางในปราสาททุกซอกทุกมุม ก็มิแน่ว่าสามารถกระทำได้... กระทั่งนางเองยังต้องยอมรับว่า ถึงแม้ได้ศึกษาแผนผังปราสาทมาเป็นอย่างดี ก็ยังไม่มีความมั่นใจว่าสามารถเข้ามาขโมยสิ่งของภายในโดยไม่มีผู้ใดพบเห็น อย่างนั้นเจ้าคนร้ายใช้วิธีไหนลอบเข้ามาขโมยดาบหงส์ฟ้า! ทว่าทาคาโกะก็ทราบความร้ายกาจของอาเคชิ อูคอน หากเป็นมันมิแน่ว่าสามารถกระทำได้... ห้องเก็บดาบอยู่ชั้นบนสุดของปราสาท มีประตูด้านหน้าหนึ่งบาน รอบห้องไม่มีหน้าต่างแม้แต่บานเดียว ภายในห้องด้านบนยังติดตาข่ายเหล็ก ไม่มีทางลอบผ่านจากเพดานเข้ามาได้ บันไดทางขึ้นสู่ห้องเก็บดาบก็มีเพียงทางเดียวเท่านั้น หน้าบันไดทั้งชั้นบนและล่างมีองครักษ์ฝีมือเยี่ยม เป็นถึงรองหัวหน้ากององครักษ์ เฝ้ารักษาการณ์จุดละหนึ่งคน หากมีคนผ่านขึ้นมารองหัวหน้าองครักษ์ ทั้งชั้นบนและล่างต้องบนเห็นพร้อมกัน ไม่ว่าอย่างไรควรมีสักคนสามารถส่งสัญญาณเตือนภัยก่อนถูกสังหาร องครักษ์มือดีทั้งสองที่ประจำอยู่กลับถูกสังหาร โดยไม่มีโอกาสส่งสัญญาณเตือน... ประการนี้บ่งบอกได้เพียงอย่างเดียว เพลงดาบของคนร้ายต้องรวดเร็ว...รวดเร็วอย่างยิ่ง! แต่...วิชาดาบของอาเคชิ อูคอนคล้ายไม่สามารถรวดเร็วถึงปานนี้... ทาคาโกะเดินเข้าไปภายใน ตรวจสอบห้องเก็บดาบทั้งในและนอก อย่างละเอียดเกือบครึ่งชั่วยาม ที่สุดยังต้องทอดถอนใจ ส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง เจ้าคนร้ายไม่ทิ้งเบาะแสร่องรอยใดไว้จริงๆ... นางหันไปเอ่ยถามนิวะ นากาโตะว่า นิวะ นากาโตะพยักหน้ารับคำ พานางเดินลงจากปราสาท ตัดเข้าสวนด้านข้าง ทะลุออกประตูเล็กหลังสวน เพียงครู่ก็มาถึงกระท่อมเล็กหลังหนึ่ง ซึ่งใช้เป็นสถานที่เก็บศพ ทาคาโกะเปิดผ้าคลุมศพรองหัวหน้าองครักษ์ทั้งสอง เริ่มตรวจสอบรอยดาบสภาพการตายจากศพอย่างละเอียด ตลอดเวลาครึ่งชั่วยามนั้น คิ้วเรียวขมวดแนบแน่น สีหน้ายิ่งมายิ่งเปี่ยมแววงุนงงสงสัย หลากคำถามประดังประเดเข้าสู่ห้วงความคิดไม่หยุดหย่อน รอยแผลสังหารระบุชัด เป็นบาดแผลจากดาบยาวคมกริบ แสดงชัดว่าคนร้ายมีพลังฝีมือร้ายกาจยิ่ง เพลงดาบรวดเร็วฉับไวนับเป็นยอดฝีมืออย่างแท้จริง รองหัวหน้าองครักษ์ที่เสียชีวิตมิใช่คู่มือมันอย่างเด็ดขาด ทว่าด้วยวิถีดาบและความเร็วระดับนี้ ยังไม่สมควรสังหารรองหัวหน้าทั้งสองพร้อมกัน โดยที่ไม่มีสักคนสามารถส่งสัญญาณเตือนภัยได้... เพลงดาบของคนร้ายไม่รวดเร็วปานนั้น... ทันใด ประตูกระท่อมเปิดออก นาคามูระ โยชิเดินเข้ามาสมทบ เอ่ยถามว่า ทาคาโกะส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ นาคามูระ โยชิปลอบโยนว่า หันไปกล่าวกับนิวะ นากาโตะว่า นิวะ นากาโตะรีบโค้งคำนับ สีหน้าแช่มชื่น เปี่ยมแววปีติยินดี กล่าวว่า นาคามูระ โยชิโค้งคำนับตอบ กล่าวว่า ทันใด รองหัวหน้ากององครักษ์ผู้หนึ่งก้าวยาวๆ เข้าประตูมา โค้งคำนับทั้งหมด บอกว่าท่านมิโยชิสั่งให้นิวะ นากาโตะเข้าพบเดี๋ยวนี้ นิวะ นากาโตะรีบรับคำ สั่งให้รองหัวหน้ากองอยู่คอยดูแลนามามูระ โยชิกับทาคาโกะ ไม่ว่าทั้งสองต้องการสิ่งใดให้จัดหาได้ทั้งสิ้น จากนั้นค่อยขอตัวไปพบท่านมิโยชิ ทาคาโกะพึมพำเบาๆ นาคามูระ โยชิรับคำอืมม์ น้ำเสียงเปี่ยมความเชื่อมั่นยิ่ง ทาคาโกะจับกระแสเสียงที่มุ่งมั่น มั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมของท่านโยชิได้ นางถึงกับต้องหันไปมองบุรุษหนุ่มด้วยความประหลาดใจ เนื่องเพราะสีหน้าของท่านโยชิในเวลานี้ กลับแช่มชื่นสดใสยิ่ง รอยวิตกเคร่งเครียดทั้งมวลสลายไปจากใบหน้า ต่างจากเมื่อแรกมาถึงปราสาทหน้ามือเป็นหลังมือ ไฉนหลังเข้าพบท่านมิโยชิ ท่านโยชิจึงกลับมาด้วยความมั่นใจเปี่ยมล้นเช่นนี้ ทาคาโกะเอ่ยถามด้วยความสงสัยยิ่ง สีหน้านาคามูระ โยชิ แสดงอาการดีใจจนเก็บไม่อยู่ ทาคาโกะนิ่งอึ้งห้วงสมองอึงอล เข้าใจโดยพลัน เหตุนี้เองท่านโยชิจึงมุ่งมั่นเปี่ยมความมั่นใจเช่นนี้ เพราะอย่างนี้เองจึงปีติยินดีปานนี้... นางสูดลมหายใจลึกยาว ฝืนยิ้มแย้ม กล่าวว่า ใบหน้านาคามูระ โยชิกลับสู่สภาพเคร่งครึมอีกครั้ง กล่าวว่า ครุ่นคิดครู่หนึ่ง กล่าวต่อว่า ทาคาโกะฝืนยิ้มอีกครั้ง พยักหน้าเห็นด้วย เดินตามนาคามูระ โยชิกลับไปยังคอกม้า พลิ้วร่างขึ้นหลังม้าควบห้อตะบึงกลับคฤหาสน์ตระกูลโยชิโอกะ ทว่าครั้งนี้ตลอดทางกลับ ทาคาโกะชิงควบขับม้านำหน้าอย่างเร่งร้อน นางมิกล้าติดตามหลังนาคามูระ โยชิ เนื่องเพราะยามมองแผ่นหลังบุรุษผู้นี้ นางเกรงจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่... แต่ยามนี้...แม้ห้อตะบึงนำหน้า นางไหนเลยสะกดกลั้นน้ำตาไว้ได้... ทาคาโกะฝืนสะกดกลั้นอารมณ์ความรู้สึกทั้งมวล พยายามบอกตัวเองว่าเช่นนี้ดีแล้ว ท่านโยชิเมื่อมีท่านหญิงโทโมเอะดูแล นางย่อมกลับไปตระกูลมาเอดะอย่างวางใจ... นางคาดการณ์แต่แรกว่า การเชื่อมสัมพันธ์ครั้งนี้ต้องเกิดขึ้นมิใช่หรือ... ทาคาโกะปาดหยดน้ำออกจากนัยน์ตา เบื้องหน้าแสงทองระยิบสาดส่องประกาย พ้นจากเส้นขอบฟ้าแล้ว คฤหาสน์ตระกูลโยชิโอกะปรากฏตรงหน้า วูบนั้น คล้ายทุกเรื่องราว ทุกเหตุการณ์ ทุกภาพที่ประทับในความทรงจำ ตั้งแต่วันแรกที่นางมาถึงคฤหาสน์ตระกูลโยชิโอกะ พลันหวนกลับคืนพุ่งเข้าในห้วงมโนสำนึกอีกครั้ง ทันใด แววตาอ่อนล้ากลับฉายประกายมุ่งมั่น เสี้ยวพริบตานั้น ทาคาโกะให้คำมั่นสัญญากับตนเอง นางต้องชิงดาบหงส์ฟ้ากลับมาให้ได้! นี่จะเป็นสิ่งสุดท้ายที่นางสามารถกระทำเพื่อท่านโยชิ... |
| << | กันยายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | ||||