• bigpigdaddy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : bigpigdaddy@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-12
  • จำนวนเรื่อง : 17
  • จำนวนผู้ชม : 7622
  • จำนวนผู้โหวต : 23
  • ส่ง msg :
Bigpigdaddy Blog
นิยายกำลังภายใน นิยายไซไฟ นิยายแฟนตาซี ในนามปากกา bigpigdaddy , ลี้เซี่ยวฮวง
Permalink : http://www.oknation.net/blog/bigpigdaddy
วันพฤหัสบดี ที่ 2 ตุลาคม 2551
ดาบเทพสัประยุทธ์ บทที่ 5. คมดาบแห่งโชคชะตา (5/2)
Posted by bigpigdaddy , ผู้อ่าน : 49 , 22:51:12 น.   | หมวดหมู่ : ดาบเทพสัประยุทธ์  
พิมพ์หน้านี้


เวลาเช้า อาทิตย์แรงกล้าสาดแสง นาคามูระ โยชินำกองเรือครึ่งหนึ่งของตระกูลโยชิโอกะ ปิดสกัดทางน้ำด้านตะวันออกของแคว้น ทาคาโกะนำกองเรืออีกครึ่งปิดสกัดด้านทิศเหนือ

ท่าเรือทุกท่าตลอดแนวชายฝั่งทุกด้าน ล้วนตั้งด่านสกัดอย่างเข้มงวด เรือทุกลำที่ผ่านเข้าออกต้องถูกตรวจค้นอย่างละเอียด มาตราการนี้สร้างความตื่นตระหนกให้เหล่าชาวเรือ พ่อค้า คนโดยสารที่ไม่ทราบเรื่องราวยิ่ง ความตระหนกสับสนวุ่นวายแผ่ปกคลุมไปทั่วมหานที

ในชั้นแรก ท่านเจ้าปราสาทอาวะต้องการปิดเส้นทางน้ำอย่างสิ้นเชิง ไม่ให้เรือลำใดผ่านเข้าออกจนกว่าจะพบดาบหงส์ฟ้า แต่นาคามูระ โยชิยืนกรานว่ากระทำเช่นนั้นไม่ได้เด็ดขาด เพราะการขนส่งค้าขายทางน้ำเป็นเส้นเลือดหลัก หล่อเลี้ยงผู้คนนับพันหมื่นครอบครัวในแคว้นอาวะ หากหยุดชะงักจะเกิดความปั่นป่วนอลหม่านไปทั้งแคว้น สถานการณ์จะยิ่งย่ำแย่เลวร้ายลง

ท่านเจ้าปราสาทแม้ไม่ใคร่เห็นด้วย แต่ยังไม่อาจปฏิเสธเหตุผลของบุรุษหนุ่ม ดังนั้นเพียงส่งทหารและกองเรือคอยเสริมการค้นหาของตระกูลโยชิโอกะ ปล่อยให้สิทธิ์ขาดในการสั่งตรวจค้นทางน้ำเป็นของนาคามูระ โยชิ

การตรวจค้นตามเส้นทางน้ำว่าเข้มงวดแล้ว แต่การตั้งด่านสกัดตามเส้นทางบก มาตราการตรวจค้นในเมืองยิ่งเข้มข้นกว่าหลายเท่า กองทหารรักษาเมืองถูกระดมกำลังหมดสิ้นในชั่วคืนเดียว ราวแคว้นอาวะตกอยู่ในภาวะสงครามก็มิปาน ทั้งหมดสวมเกราะกระชับอาวุธครบมือ กระจายกำลังประจำตามจุดสำคัญทั่วเมือง ทั้งเสริมกำลังตามด่านเข้าออกอย่างแน่นหนา ทั้งเดินขวักไขว่ตรวจตราทั่วทุกหัวระแหง ยามนี้ผู้ที่ไม่มีใบผ่านด่านของทางการ อย่าหมายจะเข้าหรือออกจากแคว้นได้ ตาข่ายฟ้าถูกคลี่คลุมทั่วทั้งแคว้นแล้ว

ฝ่ายเหล่าองครักษ์ประจำปราสาททั้งเจ็ดกอง ถูกเรียกระดมกำลังตั้งแต่ยามดึก กระทั่งรุ่งสางยังไม่มีผู้ใดได้พักผ่อน ทั้งหมดตกอยู่ในภาวะตึงเครียดอย่างยิ่ง เนื่องเพราะการที่คนร้ายเข้ามาขโมยดาบในปราสาท เป็นความรับผิดชอบของเหล่าองครักษ์โดยมิอาจปฏิเสธ ทั้งหมดรู้สึกเสื่อมเสียหน้าอย่างยิ่งที่ปล่อยให้คนร้ายเข้ามาขโมย ทั้งยังสังหารรองหัวหน้ากองถึงสองคน โดยไม่มีผู้ใดระแคะระคาย ทุกผู้ต่างหมายตามล่าตัวคนร้ายเพื่อล้างความอัปยศครั้งนี้ให้ได้

เช้าตรู่ คำสั่งด่วนของท่านมิโยชิ ถูกส่งมาถึงหัวหน้ากององครักษ์ทั้งเจ็ด สั่งให้นำกำลังเหล่าองครักษ์ออกตรวจค้นทุกบ้านเรือนภายในเมือง ตลอดจนวัดวาศาลเจ้า กระทั่งบ้านของเหล่าองครักษ์ รวมทั้งคฤหาสน์ตระกูลโยชิโอกะ ก็ต้องถูกตรวจค้นโดยไม่มีข้อยกเว้นให้กับสถานที่ใดทั้งสิ้น!

ทันทีที่กององครักษ์ระดมกำลังออกจากปราสาท กระจายกำลังบุกเข้าตรวจค้นทีละบ้านแต่เช้าตรู่ ความตื่นตระหนกสับสนอลหม่านก็เกิดขึ้นในทันที เหล่าชาวบ้านร้านตลาดต่างตัวสั่นงันงก อกสั่นขวัญแขวนหน้าซีดหวาดกลัวไปตามๆ กัน ด้วยต่างไม่เคยเผชิญสภาพ กองทหารถืออาวุธครบมือเดินขวักไขว่ทั่วเมือง บ้านเรือนถูกเหล่าองครักษ์บุกตรวจค้น รื้อข้าวของกระจุยกระจาย จับกุมตัวผู้ต้องสงสัยไปสอบปากคำโดยไม่เลือกหน้าเช่นนี้

แผงขายของ ร้านรวง ตลาดสด บ่อนพนัน สถานคณิกา พากันหยุดกิจการหมดสิ้น ทุกผู้ต่างปิดประตูบ้านช่องแน่นสนิท ไม่มีผู้ใดกล้าออกจากบ้านไปทำกิจธุระใด กระทั่งโผล่หน้าชะโงกออกมาดูเหตุการณ์ ยังไม่มีผู้ใดกล้ากระทำ บัดนั้นเงาทะมึนแห่งความตื่นกลัว ได้แผ่ซ่านไปทั่วทุกหัวระแหง

การตรวจค้นบ้านเรือนกระทำอย่างต่อเนื่อง หลายวันติดต่อกัน เรียกว่าแทบพลิกแผ่นดินแคว้นอาวะ ไม่มีผ่อนพักไม่ว่ากลางวันกลางคืน หลังพลบค่ำคบไฟนับร้อยอันจุดสว่างไสวทั่วทั้งเมือง บ้านเรือนหลังแล้วหลังเล่าถูกรื้อค้นวุ่นวาย ทรัพย์สินเสียหายกระจายเกลื่อน

เสียงอึกทึกโครมครามดังไม่หยุดหย่อนตลอดราตรี ในสภาพเช่นนี้ไหนเลยมีผู้ใดสามารถนอนหลับสนิท ต่างสะดุ้งหวาดผวาเกรงว่าภัยจะลามถึงตนและครอบครัว ประกาศนำจับให้รางวัลอย่างงาม แก่ผู้ที่ทราบเบาะแสดาบหงส์ฟ้าและเจ้าคนร้าย ถูกติดเต็มทั่วทั้งเมือง แต่ไหนเลยมีผู้กล้าแจ้งเบาะแสอันใด...

เวลาล่วงเลยผ่าน...สองวันก็แล้ว...สาม...สี่...ห้าวันก็แล้ว
กลับไม่พบเบาะแสใดของดาบหงส์ฟ้า...
คล้ายทั้งดาบวิเศษทั้งเจ้าคนร้าย พลันสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย...

เวลายิ่งล่วงเลย ท่านเจ้าปราสาทอาวะบิดาของท่านหญิงโทโมเอะ ยิ่งโกรธเกรี้ยวพาลพาโล สั่งคาดโทษบรรดาหัวหน้าและรองหัวหน้าเหล่าองครักษ์ทุกคน หากครบกำหนดสิบวันยังไม่อาจนำดาบหงส์ฟ้า พร้อมตัวคนร้ายมาลงโทษ ทั้งหมดต้องรับโทษสถานหนักโดยไม่ละเว้น!

ทว่าท่ามกลางความตื่นตระหนกของผู้คนทั้งแคว้น กลับไม่พบกระทั่งเงาของคนร้ายที่ขโมยดาบไป...

กระทั่งแปดวันผ่านพ้น...รุ่งเช้าวันที่เก้ามาเยือนแล้ว

นาคามูระ โยชิและทาคาโกะกำลังเตรียมตัว นำกองกำลังออกค้นหาตามเส้นทางน้ำ เฉกเช่นทุกวันที่ผ่านมา หลายวันนี้ทั้งสองแทบมิได้นอนหลับพักผ่อน นับแต่รุ่งเช้าเมื่อแปดวันก่อนจนถึงเช้าวันนี้ ทั้งคู่นำกองกำลังมือดีของตระกูลโยชิโอกะคนละครึ่ง ทั้งปิดสกัดตรวจค้นเรือ ทั้งค้นหาตามเส้นทางน้ำ ตลอดจนท่าเทียบเรือไม่ว่าเล็กใหญ่ทุกแห่ง แต่กลับไม่พบเบาะแสร่องรอยใด

เหล่ามือดีของคฤหาสน์ตระกูลโยชิโอกะ ถูกระดมกำลังส่งออกปฏิบัติงาน ต่อเนื่องติดต่อกันทุกวันแทบไม่มีเวลาหลับพักผ่อน ทุกผู้เหน็ดเหนื่อยสายตัวแทบขาดไปตามๆ กัน ต่างทำงานอย่างหนักไม่ยิ่งหย่อนกว่ากองทหารรักษาเมืองที่ตั้งด่านสกัดทุกทางเข้าออกทั้งวันคืน รวมถึงเหล่าองครักษ์ที่ต้องออกตรวจค้นภายในเมือง โดยไม่หยุดหย่อนมาแปดวันแล้ว แต่ไม่ว่าทั้งหมดใช้ความพยายามเท่าไหร่ ทำงานอย่างหนักเหน็ดเหนื่อยเพียงใด กลับยังไม่พบเบาะแสดาบหงส์ฟ้าหรือแม้กระทั่งเงาเจ้าคนร้าย

ทาคาโกะจูงม้าประจำตัวออกจากคอก สายตานางได้แต่จับจ้องร่างซูบผอมของท่านโยชิ แววตานั้นทั้งเปี่ยมความห่วงใยทั้งสงสารอย่างจับใจ...

ท่านโยชิซูบผอมลงมาก...แปดวันนี้ท่านเหน็ดล้าอย่างยิ่งทั้งใจกาย รับประทานอาหารน้อยอย่างยิ่ง ทั้งยังแทบมิได้นอนหลับพักผ่อนเลย...

แปดวันนี้ ทาคาโกะย่อมเหน็ดเหนื่อยไม่แพ้ท่านโยชิ จะว่าตามจริงนางยังอ่อนล้ายิ่งกว่า เนื่องเพราะหลังกลับจากการนำกำลังค้นหาในแต่ละวัน ทาคาโกะยังใช้ช่วงเวลากลางดึก ซึ่งสมควรนอนหลับพักผ่อน แต่นางกลับเคร่งเครียดเก็บตัวอยู่ในห้องปรุงยา มุ่งมั่นทำงานกระทั่งเกือบรุ่งสาง...

นางเป็นเช่นนี้ตลอดแปดวัน...
แปดวันนี้นางซูบผอมลงอักโข...
นางก็ทราบตนเองซูบผอมแล้ว...

แต่ทาคาโกะไม่อาจข่มตาหลับสนิทได้ เพราะนางทราบ แปดวันนี้ท่านโยชิก็มิอาจข่มตาหลับสนิทได้...

งานครั้งนี้ท่านโยชิไม่สามารถผิดพลาดล้มเหลว
เนื่องเพราะผลลัพธ์ของงานนี้ เกี่ยวพันถึงความสุขชั่วชีวิตของท่าน

แม้การค้นหาดาบหงส์ฟ้าและเจ้าคนร้าย เปรียบประดุจการงมเข็มในมหานทีอันมืดมิด แต่ท่านโยชิยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติงานโดยไม่ปรากฏแววท้อถอย แม้ในแต่ละวันหลังกลับจากการค้นหาพร้อมความล้มเหลว สีหน้าท่านโยชิยิ่งมายิ่งเคร่งเครียด คิ้วหนาเข้มขมวดมุ่น นิ่งขรึมไม่ยอมพูดจากับผู้ใด แต่ทาคาโกะทราบ ท่านโยชิยังเปี่ยมความมั่นใจว่าเวลาอันน้อยนิดที่เหลืออยู่ ต้องสามารถกดดันเจ้าคนร้ายให้เผยตัวได้

เหตุที่ท่านโยชิทุ่มเทใจกายปานนี้ ก็เนื่องเพราะท่านหญิงโทโมเอะ...

ทาคาโกะอยากช่วยเหลือท่านโยชิได้มากกว่านี้ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไรดี เพราะแปดวันนี้นางก็นำกำลังตรวจค้นอย่างเต็มที่แล้ว ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเหตุใดการค้นหาแทบพลิกแผ่นดิน จึงพบเพียงความว่างเปล่าเช่นนี้

ทาคาโกะได้แต่ทอดถอนใจ...หลายวันนี้นางเฝ้าแต่ครุ่นคิด...

ครุ่นคิดด้วยความงุนงงสงสัย หลายวันที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจค้นหา ไฉนไม่อาจกดดันให้เจ้าคนร้ายเผยตัว แปดวันนี้มันนำดาบหงส์ฟ้าไปซ่อนไว้ที่ไหน...สถานที่ใดที่สามารถรอดพ้นการตรวจค้นไปได้...

นี่เป็นไปไม่ได้...สถานที่เช่นนั้นต้องไม่มีอยู่ เนื่องเพราะไม่มีสถานที่ใดได้รับการผ่อนผันยกเว้น กระทั่งคฤหาสน์ตระกูลโยชิโอกะยังถูกตรวจค้นถึงสองครั้ง...

เมื่อเหตุการณ์ดำเนินล่วงมาถึงวันที่แปด สิ่งหนึ่งที่ค้างคาใจทาคาโกะแต่แรกยิ่งปรากฏเด่นชัด...
หรือคนร้ายมิใช่อาเคชิ อูคอน!
หรือทั้งหมดหลงเดินทางผิดตั้งแต่แรก!

ทาคาโกะจูงม้ามายืนเคียงค้างท่านโยชิ ครุ่นคิดว่าควรบอกข้อสันนิษฐานที่ค้างคาในใจดีหรือไม่ หากทั้งหมดจะเปลี่ยนเป้าหมายการค้นหา ก็ต้องเริ่มกระทำในเช้าวันนี้ มิเช่นนั้นย่อมไม่ทันการณ์ แต่นางยังลังเลเพราะปราศจากหลักฐานใดสนับสนุนข้อสันนิษฐานในใจ ยิ่งถ้าเปลี่ยนเป้าการค้นหาแล้วไม่พบร่องรอยใด นั่นเท่ากับเวลาสองวันที่เหลือต้องสูญไปเปล่า

ทว่าทันใด ขณะยังขบคิดไม่ตก คิ้วเรียวของทาคาโกะกลับขมวดเข้าหากัน หันสบตาวูบกับนาคามูระ โยชิ สีหน้าทั้งสองเปี่ยมแววฉงนฉงาย เนื่องเพราะปรากฏม้าขบวนหนึ่ง ห้อตะบึงตรงมายังคฤหาสถ์ตระกูลโยชิโอกะ ผู้นำขบวนมาคือนิวะ นากาโตะ ใบหน้าองครักษ์หนุ่มบ่งบอกความร้อนใจยิ่ง

นิวะ นากาโตะหยุดยั้งม้าที่หน้าประตู กล่าวอย่างกระหืดกระหอบ
“ท่านนาคามูระ นายท่านมีคำสั่งด่วน!” พลิ้วร่างลงจากหลังม้า รีบหยิบหนังสือคำสั่งจากอกเสื้อ

นาคามูระ โยชิกับทาคาโกะต่างพลิ้วร่างลงจากหลังม้าพร้อมกัน

องครักษ์หนุ่มยื่นหนังสือคำสั่งส่งให้ทั้งสอง กล่าวอย่างเร่งร้อนว่า
“นายท่านมิโยชิมีคำสั่งด่วน หากพลบค่ำวันนี้ยังไม่ได้เสาะแสใด นายท่าน...ท่านจะส่งท่านหญิงโทโมเอะไปเกียวโต เพื่อเตรียมเปิดการเจรจากับตระกูลอาไซ!”

นาคามูระ โยชิถึงกับสะท้านทั้งร่าง ประโยคนั้นคล้ายดั่งอัสนีบาต ฟาดเข้าที่กลางใบหน้า!

บุรุษหนุ่มถึงกับนิ่งงันไป ชั่วครู่ใหญ่หลังตั้งสติได้ จึงกล่าวอย่างตะกุกตะกักว่า
“ไฉน...ไฉนท่านมิโยชิจึงเร่งรีบส่งท่านหญิงไปเกียวโตในเวลาเช่นนี้”

นิวะ นากาโตะทอดถอนใจ กล่าวตอบว่า
“นายท่านมิโยชิเกรงว่าการสูญหายของดาบหงส์ฟ้า อาจกระทบแผนการเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลอาไซ ดังนั้นจึงต้องการส่งท่านหญิงไปที่เกียวโต เพื่อป้องกันเหตุผิดพลาดซ้ำซ้อน ทั้งยังให้เตรียมการเปิดเจรจากับตระกูลอาไซโดยเร็วที่สุด”

องครักษ์หนุ่มจับจ้องใบหน้าตระหนกของนาคามูระ โยชิ แววตานั้นสะท้อนแววเห็นใจ เข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายดียิ่ง สุ้มหนักทุ้มหนักกล่าวว่า

“นายท่านมิโยชิสั่งให้ท่านนาคามูระ นำเรือใบขนาดกลางสองลำ จัดกำลังมือดีประจำเต็มอัตรา เข้าร่วมขบวนเรือคุ้มครองท่านหญิงไปส่งยังเมืองซาไก ท่านพ่อและข้าพเจ้าจะเป็นผู้ควบคุมขบวนเรือนี้ หลังอาทิตย์ตกดินหนึ่งชั่วยามพวกเราจะออกเดินทาง ท่านรีบไปจัดกำลังคนเถอะ ข้าพเจ้าต้องขอตัวไปจัดเตรียมกำลังเช่นกัน พบกันที่ท่าเรือหลังอาทิตย์ตกดิน”

กล่าวจบก็ขึ้นม้านำเหล่าองครักษ์ห้อตะบึงกลับไปทันที
ทาคาโกะนิ่งอึ้งไม่สามารถเอ่ยสิ่งใด ไม่ทราบควรปลอบโยนท่านโยชิอย่างไรดี...
อย่าว่าแต่เวลานี้ไม่ว่าเอ่ยสิ่งใด ก็ไม่อาจสมานหัวใจที่แตกสลายของท่านโยชิได้...

นาคามูระ โยชิสะกดกลั้นอารมณ์ทั้งหมด สั่งการเสียงกังวาน
“ยกเลิกการปฏิบัติงานในวันนี้...”

ทันใด ทาคาโกะเอ่ยแทรกขึ้นว่า
“ท่านโยชิ การค้นหาในวันนี้ยังยกเลิกไม่ได้!”

นาคามูระ โยชิหันมามองด้วยความงุนงง กล่าวว่า
“ไม่มีประโยชน์แล้ว ค้นหามาแปดวัน หากจะพบก็คงพบไปแล้ว...”

ในเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงมาถึงขั้นนี้ ทาคาโกะตัดสินใจโดยพลัน ไม่ว่าผิดหรือถูกต้องทดสอบข้อสันนิษฐานของนางสักครั้ง ดังนั้นเอ่ยถามขึ้นว่า

“เหตุการณ์วันที่ยอดฝีมือแคว้นเลี่ยวตังปลอมเป็นโจรสลัด นำกำลังโจมตีเรือของพวกเรา ข้าพเจ้ามีข้อสงสัยหลายประการที่มิอาจหาคำตอบได้ ท่านจำได้หรือไม่ปักจีวอนไปยังเกาะคุโร ค้นหาดาบได้ก่อนพวกเรา ย่อมแสดงว่าพวกมันรู้ที่ซ่อนดาบแต่แรก อย่างนั้นเหตุใดพวกมันจึงไม่มาชิงไปล่วงหน้าก่อน ไฉนต้องส่งกองกำลังมาดักเล่นงานเรือของพวกเราเพื่อถ่วงเวลา...”

นาคามูระ โยชิขมวดคิ้วมุ่น ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจู่ๆ ทาคาโกะจึงถามถึงเรื่องนี้ บุรุษหนุ่มนิ่งเงียบไม่ตอบคำ เพราะทราบดีว่าทาคาโกะมีข้อสันนิษฐานบางอย่างอยู่ในใจแล้ว

ทาคาโกะเอ่ยต่อไปว่า
“ประการสำคัญเหตุใดซีคงลุ้ยต้องแบ่งกำลังส่วนหนึ่ง ไปชิงตัวริวจิมาเป็นตัวประกันเพื่อต่อรองพวกเรา...ท่านยังจำได้หรือไม่ซีคงลุ้ย...ทราบชื่อของท่าน...”

นาคามูระ โยชิสะดุ้งขึ้นคราหนึ่ง นิ่งเงียบครุ่นคิด แล้วกล่าวว่า
“เป้าหมายที่พวกมันจับตัวริวจิ เพื่อมิให้เราทั้งสองคนลงมือขัดขวาง!”

“ถูกต้อง! ยอดฝีมือแคล้วเลี่ยวตังเหล่านั้นรอบคอบอย่างยิ่ง ตระเตรียมวางแผนปิดช่องโหว่รอยรั่วทุกแห่ง แต่ที่มันสามารถกระทำเช่นนั้นได้ ย่อมเป็นเพราะพวกมันทราบความเคลื่อนไหวของพวกเรากระจ่าง ทั้งยังรู้จุดอ่อนจุดแข็งของพวกเราดียิ่ง ในวันนั้นพวกมันจึงนำดาบหงส์ฟ้าหลบหนีไปได้อย่างลอยชาย...”

นาคามูระ โยชิพยักหน้า กล่าวว่า
“เรื่องนี้แสดงชัดว่าต้องมีคนในคอยเป็นสาย ลอบส่งข่าวให้กับพวกมัน...แต่อาเคชิ อูคอนกลับปฏิเสธว่ามิใช่มัน...”

ทาคาโกะเน้นทีละคำช้าๆ แต่หนักแน่นยิ่ง
“ในสถานการณ์ตอนนั้น อาเคชิ อูคอนไม่จำเป็นต้องโกหกพวกเรา คนทรยศที่ขายข่าวให้ยอดฝีมือแคว้นเลี่ยวตังต้องมิใช่มันหากแต่เป็นคนอื่น การที่ยอดฝีมือเหล่านั้นต้องส่งกำลังมาสกัดพวกเรา เพื่อให้ปักจีวอนมีเวลาค้นหาดาบบนเกาะ ย่อมแสดงว่าพวกมันเพิ่งได้รับข่าวในเวลากระชั้นชิดยิ่ง เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าพวกมันมุ่งหน้าไปเกาะคุโรพร้อมๆ กับพวกเรา...”

นาคามูระ โยชิยิ่งรับฟังยิ่งขมวดคิ้วแนบแน่น เอ่ยถามน้ำเสียงเคร่งเครียด
“นี่เจ้ากำลังจะบอกว่า...”

“จากเหตุการณ์แวดล้อมทั้งหมด สรุปได้อย่างเดียวว่า เจ้าคนทรยศเพิ่งมีโอกาสลอบส่งข่าวถึงยอดฝีมือเหล่านั้น ในช่วงเวลาที่ท่านหญิงกำลังเดินทางไปสักการะศาลเจ้า นั่นย่อมแปลว่าเจ้าคนทรยศต้องอยู่ในขบวนของท่านหญิง!”

นาคามูระ โยชิสะดุ้งเฮือกกล่าวว่า
“นี่เจ้าสงสัยว่า คนขโมยดาบหงส์ฟ้าจากปราสาทมิใช่อาเคชิ อูคอน! หากแต่เป็นเจ้าคนทรยศที่ลอบเป็นสายให้ยอดฝีมือแคว้นเลี่ยวตัง!”

ทาคาโกะพยักหน้ากล่าวว่า
“มีแต่สรุปเช่นนี้จึงอธิบายได้ว่า เหตุใดการค้นหาในแปดวันนี้ของพวกเราไร้ผล เนื่องเพราะพวกเรามัวแต่เสาะหาร่องรอยของอาเคชิ อูคอนซึ่งป็นคนนอก แต่มิได้ตรวจสอบคนใน หากเป็นคนนอกต่อให้เป็นอาเคชิ อูคอนที่รู้ลู่ทางทุกหนแห่งในแคว้นอาวะ แต่ภายใต้การตรวจค้นถี่ยิบราวตาข่ายฟ้าเช่นนี้ มันยังจะมีที่ใดให้หลบซ่อนได้ จะออกจากแคว้นก็กระทำมิได้ แม้หาตัวมันไม่พบก็ต้องพบร่องรอยสถานที่ ที่มันใช้หลบซ่อนตัวบ้าง มิใช่ปราศจากเบาะแสใดเลยตลอดแปดวัน”

นาคามูระ โยชิสูดลมหายใจลึกยาว กล่าวว่า
“เช่นนั้นใครกันเป็นผู้ทรยศ! เจ้าคนทรยศรู้ที่ตั้งเกาะคุโร...รู้ที่ซ่อนดาบบนเกาะ แสดงว่ามันต้องลอบขโมยเปิดม้วนภาพออกอ่าน!”

ทาคาโกะพยักหน้าเห็นพ้อง กล่าวว่า
“ใช่! ท่านทราบหรือไม่ว่า ก่อนที่ท่านมิโยชิจะมอบม้วนภาพให้ท่านเก็บรักษา มีผู้ใดรู้เรื่องม้วนภาพนี้บ้าง”

นาคามูระ โยชิครุ่นคิดแล้วกล่าวว่า
“หนึ่งวันก่อนออกปฏิบัติการค้นหา ท่านมิโยชิ โชเคนำม้วนภาพเดินทางมาแคว้นวาอะพร้อมท่านคาโต้ มูซาชิ วันรุ่งขึ้นก็เรียกข้าพเจ้าเข้าพบ มอบหมายหน้าที่กับม้วนภาพให้...”

ทาคาโกะนิ่งครุ่นคิดแล้วกล่าวว่า
“ท่านมิโยชิ โชเคนอนค้างในปราสาทอาวะหนึ่งคืน...ดังนั้นม้วนภาพก็อยู่ในปราสาทอาวะเพียงหนึ่งคืน เจ้าคนร้ายต้องขโมยอ่านม้วนภาพในคืนนั้นอย่างแน่นอน”

นาคามูระ โยชิยิ่งขมวดคิ้วมุ่น กล่าวว่า
“อย่างนั้นเจ้าคนร้ายมีเวลากว่าครึ่งวัน ที่จะส่งข่าวให้เหล่ายอดฝีมือเลี่ยวตัง ไฉนจึงเพิ่งส่งข่าวหลังจากท่านหญิงไปสักการะศาลเจ้า...”

ทาคาโกะกล่าวด้วยความมั่นใจยิ่ง
“เหตุผลก็เพราะเจ้าคนทรยศเพิ่งปลีกตัวได้ในตอนนั้น! นั่นย่อมแสดงว่า เจ้าคนทรยศต้องอยู่ในขบวนของท่านหญิงอย่างแน่นอน! เพราะผู้ร่วมในขบวนต้องเตรียมตัวตั้งแต่เช้า ไม่มีโอกาสปลีกตัวไปไหนได้ทั้งสิ้น!”

นาคามูระ โยชิถึงกับอุทานดังอา ข้อสันนิษฐานนี้มีเหตุผลอย่างยิ่ง!

ทาคาโกะกล่าวสืบต่อว่า
“หากเจ้าคนทรยศกับคนร้ายที่ขโมยดาบหงส์ฟ้าเป็นคนๆ เดียวกัน ทุกข้อสงสัยล้วนมีคำอธิบายแล้ว...”

บุรุษหนุ่มถึงกับสะดุ้งเฮือก นิ่งครุ่นคิดแล้วพยักหน้าเห็นพ้องช้าๆ
“ถูกต้อง...เหตุที่รองหัวหน้ากองทั้งสองถูกสังหาร โดยไม่ทันส่งสัญญาณเตือนภัย เพราะคนทั้งสองไม่คาดว่าคนผู้นั้นจะลงมือสังหารพวกมัน!”

ทาคาโกะทอดถอนใจด้วยความหดหู่ พยักหน้าเห็นด้วย ถูกสังหารโดยผู้ที่ตนไว้วางใจ ช่างเป็นการตายที่คับแค้นอย่างยิ่ง...

นาคามูระ โยชิเอะใจได้คิด โพล่งขึ้นว่า
“มิแน่ว่าบางที ดาบหงส์ฟ้าอาจยังมิได้ถูกนำออกจากปราสาท! เจ้าคนร้ายเป็นคนในที่รู้ลู่ทางในปราสาทเป็นอย่างดี มิแน่ว่ามันอาจหาสถานที่ลับตาสักแห่ง ซุกซ่อนดาบหงส์ฟ้าไว้!”

ทาคาโกะสูดลมหายใจลึกยาว กล่าวว่า
“เป็นไปได้อย่างยิ่ง นี่เองคือสาเหตุที่การค้นหาแทบพลิกแผ่นดินไม่เป็นผล เพราะสถานที่เดียวที่ไม่ถูกตรวจค้นคือปราสาทอาวะ!”

“เจ้าคนทรยศเป็นใครกัน!”
“นี่ยากระบุได้ มันอาจเป็นเหล่าองครักษ์ หรือทหารรักษาการณ์คนใดก็ได้...”

นาคามูระ โยชิส่ายหน้า กล่าวด้วยความหนักใจยิ่ง
“ไฉนเจ้าปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาจนถึงวันนี้ ค่อยบอกข้อสันนิษฐานเหล่านี้ นี่...ใช่สายเกินไปหรือไม่ที่จะค้นหาตัวมัน”

ทาคาโกะทอดถอนใจกล่าวว่า
“เนื่องเพราะเหล่านี้ล้วนเป็นเพียงการสันนิษฐาน ที่ไม่มีหลักฐานใดพิสูจน์ยืนยันทั้งสิ้น ทั้งหมดเป็นเพียงการคาดเดาเชื่อมโยงเหตุการณ์ต่างๆ เข้าด้วยกันทั้งสิ้น แม้สมเหตุสมผลแต่ไม่มีอะไรรับประกันว่าจะถูกต้อง...”

นางนิ่งครุ่นคิด แล้วกล่าวด้วยความมั่นใจยิ่ง
“...แต่สถานการณ์ตอนนี้ก็ยังไม่สายเกินไป หากข้าพเจ้าคาดเดาไม่ผิด ในคืนนี้เจ้าคนร้ายต้องเคลื่อนไหวแล้ว!”

นาคามูระ โยชิส่งเสียงเอะด้วยความสงสัยยิ่ง

ทาคาโกะรีบอธิบายต่อว่า
“ในเมื่อเจ้าคนร้ายเป็นคนใน หลายวันนี้มันย่อมไม่อาจเคลื่อนไหวไปไหนได้ จะทำได้ก็เพียงเก็บซ่อนดาบหงส์ฟ้าไว้เฉยๆ แต่คืนนี้ท่านหญิงจะเดินไปเกียวโต นี่กลับเป็นโอกาสอันดีของมัน!”

นาคามูระ โยชิพยักหน้าเห็นด้วย กล่าวว่า
“เจ้าคนร้ายต้องถือโอกาสร่วมขบวนไปกับท่านหญิง!”

“ใช่ คาดว่าถึงเมืองซาไกเมื่อไหร่จะเป็นเวลาที่มันคิดหลบหนี นั่นจะเป็นโอกาสของพวกเรา!”

นาคามูระ โยชิรับคำอืมม์ กล่าวว่า
“ข้าพเจ้าเข้าใจแล้ว ดังนั้นวันนี้เราพวกต้องออกค้นหาตามปกติไม่อาจยกเลิกได้ เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้าย พวกเราต้องทุ่มเทกำลังทั้งหมดค้นหาต่อไป ไม่เป็นนั้นเจ้าคนร้ายอาจเอะใจสงสัย!”

ทาคาโกะพยักหน้า ท่านโยชิเมื่อคลายความวิตกเคร่งเครียด สมองก็กลับมาแจ่มใสอีกครั้ง วันใดที่ได้ดาบหงส์ฟ้ากลับคืน จะเป็นเวลาที่นางต้องกลับตระกูลมาเอดะแล้วจริงๆ...

ราตรีไร้จันทร์ ไร้เดือนดาว เมฆทะมึนคลุมแผ่นฟ้า ยิ่งดึกสงัดสายลมยิ่งพัดกระโชก ดึงรั้งใบเรือทุกลำในขบวนเรือจนตึง เรือทั้งหกลำแล่นจากท่าทางเหนือของแคว้นอาวะ ร่วมสองชั่วยามแล้ว

ขบวนเรือทั้งหกลำเป็นเรือใบขนาดกลางเสากระโดงเดี่ยว ใบเรือกางจนสุดรับกระแสลมเต็มที่ แล่นฝ่ากระแสน้ำด้วยความเร็วเต็มกำลัง ขบวนเรือจัดเป็นรูปห้าเหลี่ยม มีเรือของท่านหญิงโทโมเอะอยู่กลางขบวน บนเรือมีเหล่าองครักษ์ หน่วยเกาทัณฑ์ในสังกัดนิวะ นากาโตะคอยดูแลอารักขาอย่างเข้มแข็ง

หัวหน้าผู้ควบคุมขบวนเรือคือนิวะ โนริฮิเดะ ประจำอยู่บนเรือนำขบวนลำหน้าสุด โดยมีเรืออีกสองลำแล่นต่ำลงมากระหนาบอยู่ทั้งซ้ายขวา สองลำนี้เป็นเรือของตระกูลโยชิโอกะ ควบคุมโดยนาคามูระ โยชิและทาคาโกะ ส่วนเรืออีกสองลำทำหน้าที่ปิดท้ายขบวน ควบคุมสั่งการโดยสองหัวหน้ากององครักษ์ประจำปราสาทอาวะ

เหล่าองครักษ์ หน่วยเกาทัณฑ์ หน่วยทหารรักษาการณ์ จำนวนร่วมร้อยประจำอยู่บนเรือแต่ละลำ ทั้งหมดล้วนเป็นมือดี รวมแล้วขบวนเรือนี้มีนักรบชาญศึกประจำอยู่เกือบหกร้อยคน เทียบเท่ากองทัพย่อมๆ กองหนึ่งเลยทีเดียว ทุกผู้คนเรือต่างตระเตรียมอาวุธประจำกายพรักพร้อม สติสมาธิเขม็งเกลียวพร้อมเผชิญเหตุเปลี่ยนแปลงทุกสถานการณ์

ก่อนออกจากท่าเรือ ทาคาโกะและนาคามูระ โยชิสั่งให้ตรวจค้นเรือทุกลำ รวมถึงองครักษ์ทุกคนที่เข้าประจำบนเรืออย่างละเอียด โดยไม่แจ้งให้เหล่าองครักษ์ทราบล่วงหน้า พ่อลูกตระกูลนิวะทั้งสองแม้ประหลาดใจยิ่งกับคำสั่งของนาคามูระ โยชิ แต่ยังยินดีกระทำตามเพราะคำสั่งของท่านเจ้าปราสาท ที่ให้บุรุษหนุ่มดูแลควบคุมเส้นทางน้ำทั้งหมดยังไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นย่อมมีสิทธิ์ขาดในการสั่งให้ตรวจค้นเรือลำใดก็ได้

แม้ทาคาโกะค่อนข้างมั่นใจในข้อสันนิษฐานของตน แต่ก็ทราบว่าการตรวจค้นเช่นนี้แทบไม่มีหวังพบดาบหงส์ฟ้า เนื่องเพราะเจ้าคนร้ายเตรียมตัววางแผนเป็นอย่างดี สามารถซ่อนดาบจากการพลิกแผ่นดินค้นหามาได้ถึงแปดวัน คนรอบคอบเช่นนี้ย่อมมีวิธีซ่อนดาบนำเล็ดลอดขึ้นเรือจนได้

จะอย่างไรการตรวจค้นทุกผู้คนเช่นนี้ กลับมิใช่แหวกหญ้าให้งูตื่น แต่ต้องการแหวกหญ้าให้เจ้าคนร้ายเร่งหาทางปลีกตัวหลบหนี เพราะเมื่อมีการตรวจค้นเช่นนี้ เจ้าคนร้ายย่อมทราบแล้วว่า ยิ่งมันครอบครองดาบไว้กับตัวนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตของมันมากขึ้นเท่านั้น เมื่อถึงท่าเรือเมืองซาไกเจ้าคนร้ายต้องหาทางติดต่อกับผู้อื่น หรือคิดหลบออกจากขบวนเรืออย่างแน่นอน นั่นจะเป็นโอกาสที่จะกระชากตัวมัน!

ทาคาโกะยืนนิ่งที่หัวเรือ สายตาเหม่อมองไปยังห้วงน้ำเบื้องหน้า สลับกับจับจ้องไปทางเรืออีกลำที่ท่านโยชิเป็นผู้ควบคุม...แผนการครั้งนี้นับว่าเสี่ยงไม่น้อย หากข้อสันนิษฐานของนางผิดพลาดจะทำอย่างไร...ครุ่นคิดถึงตรงนี้สติพลันเขม็งเกลียว เคร่งเครียดอย่างยิ่ง

ทว่าในยามนี้ คนที่เคร่งเครียดที่สุดย่อมเป็นท่านโยชิ...
บัดนั้น แววตาทอประกายเด็ดเดี่ยวของทาคาโกะ ฉายแววมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม!
เพื่อท่านโยชิ...ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น ต้องชิงดาบหงส์ฟ้ากลับคืนมาให้ได้!

ราตรีนี้เป็นคืนเดือนแรม เมฆดำมหึมาเคลื่อนคลุมแผ่นฟ้ากว้าง บดบังแสงสลัวของหมู่ดาวสิ้น แผ่นฟ้าผืนน้ำล้วนตกอยู่ใต้เงาอนธการ ราวขบวนเรือถูกคลี่คลุมด้วยม่านทะมึนผืนใหญ่ แทบไม่สามารถมองสิ่งใดเห็นเกินระยะหนึ่งเส้น สรรพสิ่งรอบตัวมีเพียงเสียงกระแสน้ำไหลเอื่อย เสียงสายลมพัดกระโชกปะทะใบเรือดังพับๆ เป็นจังหวะ นอกจากนี้กลางห้วงน้ำกว้างล้วนปราศจากสรรพสำเนียงอื่นใด

รัตติกาลยิ่งดึกสงัด สายลมยิ่งพัดหวีดหวิวแรงกล้า คล้ายดั่งพายุใหญ่กำลังก่อตัวเคลื่อนเข้าใกล้...

บัดนั้น เรือนำขบวนรีบส่งสัญญาณ ให้เรือทุกลำหันใบรับกระแสลมเต็มที่ เร่งฉวยโอกาสที่ลมกำลังพัดแรงจัด แล่นรี่มุ่งหน้าไปเมืองท่าซาไกเต็มกำลัง ก่อนที่สายลมโหมกระโชกจะกลับกลายเป็นพายุร้าย อีกเพียงไม่กี่ชั่วยามจะบรรลุถึงจุดหมายแล้ว

ทันใด สุ้มเสียงหนึ่ง ตะโกนก้องจากเรือนำขบวน
“เรือ! ด้านหน้ามีเรือเร็วหนึ่งลำ กำลังพุ่งตรงเข้ามา!”

เพิ่งสิ้นประโยค กลางห้วงมหานทีมืดมิดเบื้องหน้า ปรากฏเรือเร็วลำหนึ่งแล่นฉิวปานสายลม พุ่งตรงมายังเรือนำขบวนโดยปราศจากร่องรอยวี่แวว คล้ายจู่ๆ มันก็แหวกฝ่าม่านทะมึนแห่งรัตติกาล แล่นรี่เข้าประจันหน้ากับเรือนำขบวนในระยะกระชั้นชิดยิ่ง

ทุกผู้บนเรือนำขบวนต่างเห็นถนัดชัด บนเรือเร็วแม้จุดโคมตะเกียงเพียงดวงเดียว ทว่าท่ามกลางม่านราตรีอันมืดมิด กลับขับเน้นให้เห็นสภาพบนเรือชัดเจนกระจ่าง ภาพตรงหน้าสร้างความฉงนงงงวยให้ทุกผู้เป็นอย่างยิ่ง

เนื่องเพราะทั้งหัวเรือ ตลอดจนกราบทั้งสองของเรือเร็ว ไม่ปรากฏร่างผู้คนแม้แต่คนเดียว ราวกับว่าเรือลำนั้นกำลังแล่นรี่โดยไร้คนบังคับควบคุมก็มิปาน!

ทว่าทันใด กระแสเสียงก้องกังวาน เอื้อยเอ่ยจากบนเสากระโดงเรือ!
“ถึงเวลาที่เราสองต้องพิสูจน์ผลแพ้ชนะกันแล้ว!” เป็นสุ้มเสียงของยอดฝีมือชาวโชซอนปักจีวอน!

ร่างสูงหนาในชุดขาว ยืนตระหง่านบนเสากระโดงเรือ เส้นผมสีขาวยาวสลาย พลิวพลิ้วตามสายลมแรง ทว่าเพิ่งสิ้นประโยค ในชั่วเสี้ยวพริบตา ร่างปักจีวอนกลับอันตรธานหายไปแล้ว!

นิวะ โนริฮิเดะแค่นเสียงหัวร่อ ตวาดก้อง สุ้มเสียงทุ้มหนักสั่งการโดยพลัน
“ยิงเกาทัณฑ์! สกัดเรือของมันไว้!”

เพียงสิ้นคำสั่ง หน่วยเกาทัณฑ์ที่เตรียมพร้อมแต่แรก ต่างพาดสายง้างเกาทัณฑ์คันแข็งแกร่ง ระดมยิงพายุคมศรสังหารนับร้อยดอก พุ่งเข้าเป้าหมายเดียวคือเรือเร็วเบื้องหน้า!

เสียงเฟี้ยวฟ้าวดังอื้ออึงถี่ยิบต่อเนื่อง เกาทัณฑ์ศรสังหารพุ่งฝ่านภากาศ ปักตรึงจนเต็มพื้นดาดฟ้าและกราบทั้งสองข้างของเรือเร็ว ทว่ามันกลับยังคงแล่นรี่ด้วยความเร็วอันน่าตระหนก พุ่งตรงเข้าใส่เรือนำขบวนโดยไม่เปลี่ยนทิศทาง!

นิวะ โนนิฮิเดะสั่งการเสียงกังวาน
“หักหลบซ้ายเต็มที่!”

ในฉับพลัน เพิ่งสิ้นเสียงคำสั่ง หัวเรือเร็วกลับเบนเปลี่ยนทิศ พุ่งไปในทิศเดียวกับเรือนำขบวนที่เคลื่อนหลบ ทันใดนั้น เรือเร็วพุ่งชนกราบขวาเรือนำขบวนอย่างจัง!

บังเกิดเสียงระเบิดกึกก้องกัมปนาท สะท้านสะเทือนไปทั้งห้วงน้ำ เรือเร็วระเบิดกลายเป็นจุลในพริบตา กลิ่นดินดำเหม็นคลุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ เศษไม้ซากเรือเร็วปลิวกระเด็น สาดซัดไปทั่วสารทิศ!

บัดนั้น เปลวอัคคีแดงฉานลุกโพลงท่วมเรือนำขบวน!
กราบขวา เสากระโดง ใบเรือล้วนตกอยู่ใต้กองเพลิงหมดสิ้น!

นาคามูระ โยชิและทาคาโกะ ตกตะลึงต่อภาพเบื้องหน้า จนนิ่งงันไม่อาจสั่งการใดได้ชั่วขณะ ทั้งสองไหนเลยคาดคิดว่าฝ่ายตรงข้ามจะใช้เรือเร็ว บรรทุกดินดำเต็มลำ พุ่งเข้าชนทำลายเรือนำขบวนเช่นนี้!

เหล่าองครักษ์ หน่วยทหารรักษาการณ์ หน่วยเกาทัณฑ์ร่วมร้อยบนเรือนำขบวน ส่งเสียงร้องโอดโอยดังระงมด้วยความเจ็บปวด หลายคนตกอยู่ในกองเพลิงไฟลุกท่วมตัว โลหิตแดงฉานฉาบทั่วดาดฟ้าเรือนำขบวน!

หลังตั้งสติได้ นาคามูระ โยชิและทาคาโกะ ต่างตะโกนสั่งการแทบจะพร้อมกัน
“หันหัวเรือเข้าช่วยเรือนำขบวน! จัดรูปขบวนไว้อย่าแตกตื่น! รีบแบ่งกำลังขึ้นไปพาคนเจ็บออกมา!”

สิ้นประโยค เหล่ามือดีของตระกูลโยชิโอกะรับคำโดยพร้อมเพรียง เรือทั้งสองลำต่างแล่นขึ้นกระหนาบข้างเรือนำขบวนด้วยความระมัดระวัง เหล่ามือดีต่างเร่งระดมเหวี่ยงโยนเชือกปลายติดตาขอ เกาะเกี่ยวกราบด้านซ้ายของเรือนำขบวนไว้ เร่งส่งกำลังขึ้นไปลำเลียงเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ ระดมกำลังช่วยเหลือพยาบาลผู้รอดชีวิต

ทันใด สุ้มเสียงมือดีคนหนึ่งตะโกนก้อง
“รีบช่วยเหลือท่านนิวะขึ้นมา!”

ทาคาโกะหันขวับตามกระแสเสียง เห็นร่างนิวะ โนริฮิเดะลอยคออยู่ในน้ำ กำลังว่ายตรงมายังเรือของนาง รีบตะโกนสั่งการเสียงก้องกังวาน

“เหวี่ยงโยนเชือก ช่วยท่านนิวะขึ้นมา!”

บัดนั้น ท่ามกลางความสับสนอลหม่าน เปลวเพลิงแดงฉานฉาบโลมเลียท่วมเรือนำขบวน กลุ่มควันดำทะมึนแผ่ปกคลุมห้วงน้ำเป็นวงกว้าง เสียงร้องขอความช่วยเหลือยังดังระงมไม่ขาดระยะ ในสถานการณ์อันสับสนวุ่นวายเช่นนี้ เรือของท่านหญิงโทโมเอะกลับเคลื่อนที่เร่งความเร็วขึ้น!

ขณะที่เรือลำอื่นในขบวนต่างผ่อนความเร็ว ค่อยๆ เคลื่อนเข้าใกล้ให้ความช่วยเหลือเรือนำขบวน แต่เรือของท่านหญิงกลับกางใบรับกระแสลมเต็มที่ พุ่งลิ่วผ่านหน้าเรือนำขบวนไปแล้ว!

นาคามูระ โยชิเป็นคนแรกที่ตั้งสติทัน สุ้มเสียงกังวาน เอ่ยถามขึ้นไปบนเรือท่านหญิง
“ท่านนิวะ ไฉนนำเรือเร่งขึ้นนำขบวน รีบกลับไปประจำตำแหน่งเถอะ”

แม้รอบด้านเต็มไปด้วยเสียงอึกทึกสับสนเพียงใด แต่จะอย่างไรด้วยโสตประสาทอันเฉียบคมของนิวะ นากาโตะ ต้องได้ยินคำพูดประโยคนี้ของนาคามูระ โยชิอย่างแน่นอน แต่เรือของท่านหญิงกลับไม่สนใจคำทักท้วงนั้น ยิ่งเร่งความเร็วแล่นห่างจากขบวนเรือออกไปทุกขณะ!

ทาคาโกะก็ตื่นตะลึง แลงุนงงยิ่ง นางตะโกนก้อง
“ท่านนิวะ! ท่านกำลังทำอะไร! รีบนำเรือกลับเข้าขบวน!”

ไม่มีสุ้มเสียงใดตอบกลับจากเรือของท่านหญิงทั้งสิ้น นอกจากความเร็วที่ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ!

ทาคาโกะหันขวับ เอ่ยกับนาคามูระ โยชิบนเรืออีกลำ
“ท่านโยชิรีบตามสกัด! ทางนี้ข้าพเจ้าจัดการเอง!”

ทว่ายังไม่ทันที่นาคามูระ โยชิจะตัดสินใจ กระทำสิ่งใดลงไป ทั้งหมดกลับได้ยินสุ้มเสียงตื่นตระหนก ของหัวหน้ากององครักษ์ที่ประจำอยู่บนเรือปิดท้ายขบวน ตะโกนอย่างเร่งร้อน

“ทางซ้ายและขวามีเรือเร็วอีกสองลำแล่นตรงเข้ามา!”

สุ้มเสียงหัวหน้ากององครักษ์อีกคน ก็ตะโกนโหวกเหวกเสียงสั่นสะท้าน
“หลบไม่ทันแล้ว!”

เสียงระเบิดกัมปนาทสนั่นหวั่นไหว กึกก้องสะท้านห้วงมหานที ดังขึ้นอีกสองครั้งซ้อน!
เรือปิดท้ายขบวนทั้งสองลำ ไฟลุกพรึบท่วมลำเรือ มีสภาพไม่ผิดกับเรือนำขบวน!

ทาคาโกะกัดฟันกรอด ไม่คาดว่าฝ่ายตรงข้ามจะอาศัย ช่วงเวลาที่ทั้งหมดกำลังเข้าช่วยเหลือเรือนำขบวน ลอบส่งเรือเร็วอีกสองลำแล่นฝ่าความมืดอ้อมตลบหลัง พุ่งเข้าชนเรือปิดท้ายขบวนทั้งสองลำ จนตกอยู่กลางทะเลเพลิงเช่นนี้ แผนการของพวกมันช่างอำมหิตยิ่งนัก!

เสี้ยวอึดใจนั้น นาคามูระ โยชิสั่งการโดยไม่รีรอ
“เข้าช่วยเหลือเรือปิดท้ายขบวน!”

เหตุเปลี่ยนแปลงไม่คาดฝัน เกิดซ้ำซ้อนต่อเนื่องในชั่วพริบตาเดียว สร้างความตื่นตระหนกบั่นทอนขวัญกำลังใจของทั้งหมดยิ่ง เรือนำขบวนและเรือปิดท้ายทั้งสองลำ ไฟไหม้โหมลุกท่วมลำลามเลียไปทั่วทุกส่วนอย่างรวดเร็ว ไม่มีหนทางดับได้อย่างแน่นอน ผู้ที่รอดชีวิตต่างต้องสละเรือหนีเอาตัวรอดเท่านั้น เพียงชั่วพริบตาขบวนเรือกลับสูญเสียเรือไปถึงสามลำแล้ว!

ขณะที่เรือของทาคาโกะและนาคามูระ โยชิเร่งช่วยเหลือผู้รอดชีวิต ย่อมไม่สามารถไล่ตามสกัดเรือของท่านหญิง ที่บัดนี้แล่นลิ่วทิ้งห่างจากขบวนออกไปหลายช่วงตัว ทาคาโกะกับนาคามูระ โยชิหงุดหงิดเคร่งเครียดยิ่ง แม้วิตกห่วงใยความปลอดภัยของท่านหญิงเพียงไร แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ จะอย่างไรต้องช่วยชีวิตผู้คนนับร้อยในกองเพลิงก่อน

ทว่าทันใด เรือของท่านหญิงกลับหยุดนิ่งลง แม้อยู่ในระยะห่างไม่น้อย แต่ทาคาโกะกับนาคามูระ โยชิยังสามารถมองเห็นสภาพการณ์บนเรือได้ ทันใด ร่างคนผู้หนึ่งพุ่งขึ้นจากผิวน้ำ ร่างสูงหนาในชุดขาว ยืนตระหง่านท้ายเรือท่านหญิง กลับเป็นยอดฝีมือชาวโชซอนปักจีวอน!

แต่ภาพที่สร้างความตระหนกให้ทาคาโกะกับนาคามูระ โยชิยิ่งกว่า กลับเป็นการที่คนผู้หนึ่งยืนอยู่ด้านข้างปักจีวอน คล้ายกำลังสนทนาเรื่องใดอย่างเคร่งเครียด คนผู้นั้นกลับเป็นนิวะ นากาโตะ!

ทาคาโกะตะโกนก้อง ด้วยความเดือดดาล
“ท่านนิวะ! เป็นท่านเอง! ไฉนจึงเป็นท่าน!”

ความสงสัยทั้งมวลของทาคาโกะสูญสลายโดยพลัน
ทุกคำถามที่ค้างคาใจล้วนปรากฏคำตอบกระจ่างชัด!

นิวะ นากาโตะเป็นหนึ่งในหัวหน้ากององครักษ์ ประจำปราสาทอาวะที่ท่านเจ้าปราสาทไว้วางใจมากที่สุด มีแต่บุคคลที่ได้รับการไว้วางใจมากที่สุด จึงเป็นบุคคลที่อันตรายที่สุด เพราะท่านจะไม่มีวันสงสัยบุคคลเช่นนี้เลย!

และเมื่อบุคคลเช่นนี้ทรยศ ท่านจะไม่มีทางระวังป้องกันได้อย่างเด็ดขาด!
แต่ทันใด...อีกหนึ่งคำถามสำคัญก็ผุดขึ้นในใจของนาง...

หลังการเสียชีวิตขององครักษ์เฒ่าคาโต้ มูซาชิ มีคำสั่งแต่งตั้งนิวะ โนริฮิเดะ ขึ้นมาดำรงตำแหน่งสืบแทนทันที เป็นที่คาดหมายกันว่าอีกไม่นานนิวะ นากาโตะก็จะขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้ากององครักษ์ทั้งเจ็ด สืบต่อจากบิดา แล้วไฉนนิวะ นากาโตะจึงกระทำเรื่องเช่นนี้ ไฉนจู่ๆ จึงทรยศท่านเจ้าปราสาท!

นิวะ นากาโตะนิ่งเงียบ คล้ายไม่ได้ยินสิ่งใด แววตาแน่วนิ่งทั้งคู่ จับจ้องเหม่อมองไปยังห้วงน้ำกว้าง...

บัดนั้น กระแสเสียงทุ้มหนักของปักจีวอนดังสะท้านห้วงน้ำ
“ท่านนาคามูระ! ท่านจะรับคำท้าของข้าพเจ้าหรือไม่!”

สุ้มเสียงกังวานก้องของนาคามูระ โยชิกล่าวตอบด้วยความเดือดดาล
“ตกลง!”

สิ้นกระแสเสียง ร่างนาคามูระ โยชิและปักจีวอน คล้ายหายวับไปจากกราบเรือที่ๆ ทั้งคู่ต่างยืนอยู่!

พริบตานั้น เสียงคมดาบปะทะกันดังกึกก้องต่อเนื่องถี่ยิบ ประกายวูบวาบเจิดจ้าวาดผ่านฟ้าพร่างพรายนภา รังสีดาบยะเยือกหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ พุ่งแผ่กระจายไปทั่วสารทิศ!

เงาร่างในชุดเขียวของนาคามูระ โยชิกับเงาร่างในชุดขาวของปักจีวอน เหินลอยแผ่วพลิ้วละลิ่วล่องเหนือพื้นผิวน้ำ ต่างฝ่ายต่างอาศัยแผ่นไม้เศษซากเรือเร็วที่ถูกระเบิด ซึ่งลอยเกลื่อนกลาดห้วงน้ำกว้างเป็นจุดหยั่งเท้า หยิบยืมแรงเคลื่อนร่างโผนทะยานราวกับยืนอยู่บนพื้นดิน

เสี้ยวพริบตากลับปะทะหักหาญกันกว่าหนึ่งร้อยดาบแล้ว!
รวดเร็ว! ที่ทั้งคู่ใช้ออกเป็นดาบที่รวดเร็วจนไม่อาจมองเห็นวิถีดาบ!
เพลงดาบรวดเร็วจนแทบมิอาจเห็นเงาคมดาบ!

เหนือพื้นน้ำเพียงบังเกิดประกายสีเงิน พุ่งวูบวาบเกลื่อนกล่น สะเก็ดไฟแตกกระจายเป็นเส้นสาย เสียงกระหึ่มกึกก้องราวฟ้าคำรามสะท้านห้วงมหานที นี่เป็นระดับความเร็วของการใช้ดาบ ที่ไม่น่ามีมนุษย์ผู้ใดสามารถกระทำได้ แต่ทั้งสองกลับกำลังประหัตประหารกัน ด้วยเพลงดาบอันมิน่าปรากฏอยู่ในร่างมนุษย์สามัญ ราวกับว่านี่เป็นการต่อสู้ของสองเทพเจ้าแห่งสงสราม!

ทันใด เงาร่างในชุดเขียวและชุดขาว เหินทะยานขึ้นเหนือฟากฟ้า รังสีดาบกราดเกรี้ยวอำมหิต พุ่งแผ่ไอเย็นยะเยือกสุดเปรียบปาน ปกคลุมรัศมีหลายวาโดยรอบจนสิ้น ประกายสีเงินยิ่งพุ่งวูบวาบละลานตาเหนือนภากว้าง เสียงคมดาบปะทะกันยิ่งกระหึ่มกึกก้องไม่หยุดหย่อน!

ทั้งนาคามูระ โยชิและปักจีวอน ต่างหมายใช้ความเร็วเอาชนะความเร็ว เนื่องเพราะทั้งคู่ทราบกระจ่างจากการประมือกันเพียงวูบครั้งก่อนว่า ทั้งวิถีดาบพลังสภาวะทั้งสองล้วนทัดเทียมสูสี มิอาจบ่งบอกว่าผู้ใดสูงต่ำเหลื่อมล้ำกว่ากัน คราครั้งนี้ทั้งคู่จึงคิดพิสูจน์ผลแพ้ชนะด้วยเร็วของกระบวนท่า!

ทว่านาคามูระ โยชิตวัดวาดดาบยาวรวดเร็วเพียงใด ปักจีวอนก็เร่งเร้ากระบวนท่าตอบโต้รวดเร็วเพียงนั้น ครั้นปักจีวอนโถมกระหน่ำฟาดฟันปานจักรผัน นาคามูระ โยชิก็โต้กลับด้วยความเร็วที่ทัดเทียมกัน

เนิ่นนานผ่านพ้น กลับไม่มีผู้ใดส่อเค้าว่าจะเป็นรองอีกฝ่ายแม้น้อยนิด ดูท่ากระทั่งความเร็วของเพลงดาบ ก็มิอาจพิสูจน์ตัดสินพลังฝีมือของทั้งสองได้!

ฉับพลันนั้น ปักจีวอนตวาดก้อง ร่างสูงหนาในชุดขาว สะกิดปลายเท้ากับแผ่นใม้ พุ่งทะยานร่างเหินลอยขึ้นเหนือฟากฟ้าอีกครั้ง ทันใดนั้น มือซ้ายของมันสะบัดฟาดใส่พื้นน้ำอย่างรุนแรง บังเกิดเสียงตูมดังสนั่น สายน้ำแตกกระเซ็นซัดสาดกระจายไปทั่วสารทิศ

ยอดฝีมือชาวโชซอนอาศัยจังหวะนั้น โถมร่างพุ่งจู่โจมจากกลางนภา ดาบยาววาบวับตวัดฟันด้วยสองมือสุดกำลัง เสียงเปรี้ยงดังกึกก้องเมื่อนาคามูระ โยชิวาดดาบต้านปะทะตรงๆ อย่างหักโหม สะเก็ดไฟแวบแปลบปลาบวูบแล้วสลายวับ ทั้งนาคามูระ โยชิและปักจีวอนทะยานร่างผละจากกัน ต่างหย่อนเท้าลงบนแผ่นไม้เศษซากเรือ ทันใดทั้งคู่พลันกระอักโลหิตแดงฉานออกมาพร้อมกัน!

ปักจีวอนใช้มือเช็ดโลหิตที่ริมฝีปาก หัวร่อดังก้องกังวาน กล่าวว่า
“ข้าพเจ้ามิคาดคิดมาก่อนเลยว่า การเดินทางมาแดนอาทิตย์อุทัย จะได้พบผู้เยี่ยมยุทธ์เช่นท่าน...”

ยอดฝีมือชาวโชซอนทอดถอนใจ กล่าวต่อว่า
“สิบปีนี้ วันนี้เป็นวันที่ข้าพเจ้าได้ต่อสู้อย่างสมใจที่สุด หลายปีที่ผ่านมา ข้าพเจ้าเดินทางไปทุกสารทิศ แสวงหาคู่ต่อสู้ทั้งในโชซอน แคว้นเลี่ยวตัง ไปจนกระทั่งถึงดินแดนตะวันตกของข่านแห่งมองโกล เสียดายมิพบคู่มือที่คู่ควร...”

มันหยุดนิดหนึ่งแล้วกล่าวต่อว่า
“ครั้งแรกข้าพเจ้าคิดเข้าสู่ตงง้วน รับทราบยอดวิชา ‘พิรุณคลุมฟ้า’ ‘วิถีดาราสัมพันธ์’ ‘เงาจันทร์รวมผสาน’ ‘ลมปราณซ่อนกระบี่’ ‘รัศมีคล้องวิวาห์’ ของห้าตระกูลใหญ่แห่งตงง้วน แต่เพราะดาบหงส์ฟ้าทำให้ข้าพเจ้าต้องเดินทางมาที่แดนอาทิตย์อุทัยเสียก่อน...”

ปักจีวอนหัวเราะกึกก้องอย่างพึงพอใจอีกครั้ง
“นับว่าครั้งนี้ไม่เสียเที่ยวจริงๆ วิกาลใกล้ผ่านพ้นเร่งตัดสินกันเถอะ!”

สิ้นประโยค แผ่นไม้ซากเรือใต้ฝ่าเท้ามันพลันเคลื่อนไหวดุจมีชีวิต พุ่งลิ่วตรงเข้าจู่โจมนาคามูระ โยชิ!

ดาบยาวสีเงินในมือปักจีวอน เปล่งประกายวาบเจิดจ้าตัดห้วงรัตติกาล รังสีดาบพุ่งแผ่พลังสภาวะ เงาดาบนับสิบร้อยพัน ถาโถมจู่โจมเข้าใส่นาคามูระ โยชิดุจสายวิชชุจากทุกทิศทาง!

พริบตานั้น นาคามูระ โยชิกลับยืนสงบนิ่ง คล้ายไม่คิดเคลื่อนไหวหลบหลีก ทันใดชายแขนเสื้อข้างซ้ายสะบัดโบกวูบพลิ้วไหว บัดนั้น บังเกิดกระแสพลังกล้าแข็งรุนแรงมหาศาล พุ่งฝ่ากระแสอากาศปะทะรังสีดาบของปักจีวอนจากทุกทิศทางอย่างหักโหม!

เสียงตึบทึบหนักดังก้องกังวานห้วงมหานที!

สายน้ำใต้ฝ่าเท้าบุรุษทั้งสอง แตกกระเซ็นสายแยกออกเป็นสิบๆ เส้น รังสีดาบกราดเกรี้ยวของปักจีวอนถูกพลังแขนเสื้อของนาคามูระ โยชิกระแทกสะท้อนใส่ผืนน้ำหมดสิ้น!

ยอดฝีมือชาวโชซอนอุทานอย่างตื่นตะลึง พลิ้วร่างถอยห่าง เอ่ยชมเชยอย่างจริงใจว่า
“ยอดเยี่ยม! ข้าพเจ้ารับประกันพลังแขนเสื้อของท่าน มิได้ด้อยกว่าวิชากาสาวพัสตร์สยบมาร ของเสียวลิ้มยี่อย่างแน่นอน!”

สิ้นประโยค ยอดฝีมือโชซอนบังคับแผ่นไม้ใต้ฝ่าเท้า หมุนวนเร็วรี่รอบร่างนาคามูระ โยชิ เงาดาบยาวสีเงินวาบวับพุ่งแผ่ประกายเจิดจ้าวูบวาบ เสียงคมดาบแหวกฝ่าอากาศกึกก้อง ดุจดั่งสายวิชชุฟาดกระหน่ำเหนือพื้นน้ำ จู่โจมเข้าใส่นาคามูระ โยชิจากทั้งสี่ทิศแปดทางเป็นคำรบสอง!

นาคามูระ โยชิยังยืนสงบนิ่งเช่นเดิม ดาบยาวไม่ทราบเก็บเข้าฝักตั้งแต่เมื่อไหร่ เพียงเงาดาบของปักจีวอนวูบขึ้นเบื้องหน้า ชายแขนเสื้อของบุรุษหนุ่มพลันสะบัดพรึบต่อเนื่อง พุ่งแผ่พลังสภาวะกล้าแข็งสุดเปรียบปาน เข้าหักหาญพลังสภาวะตรงๆ เป็นครั้งที่สอง เสียงตึบทึบดังสนั่นยิ่งกว่าคราแรก

แรงปะทะอันมหาศาลของพลังสภาวะสองกระแส ต่างพุ่งย้อนกลับกระแทกร่างของปักจีวอนและนาคามูระ โยชิจนลอยละลิ่วปลิวกระเด็นไปไกลหลายวา ทว่าจังหวะนั้นเอง นาคามูระ โยชิกลับเหวี่ยงแผ่นไม้กลมจากในอกเสื้อ พุ่งไปบนผิวน้ำติดต่อกันสี่อันซ้อนๆ อาศัยพลังในการเหวี่ยงคว้าชะลอความเร็วของร่างลง

ทันใดฉวยจังหวะหย่อนเท้า สะกิดบนแผ่นไม้กลมอันหนึ่ง ในเสี้ยวพริบตานั้น บุรุษหนุ่มอาศัยหยิบยืมแรงสะท้อนของแผ่นไม้ เงาร่างในชุดเขียวเหินทะยานเหนือผิวน้ำ พุ่งถาโถมเข้าใส่ปักจีวอน ด้วยความเร็วประดุจดาวตก ประกายดาบสีเงินวูบขึ้นเพียงครั้งพลันสลายวับ!

บัดนั้น ร่างในชุดเขียวของนาคามูระ โยชิ กลับหยัดยืนบนไม้ซากเรือแผ่นหนึ่ง ทางด้านหลังของปักจีวอน เพียงวูบร่างในชุดเขียวของบุรุษหนุ่ม ก็พุ่งทะยานขึ้นไปบนเรือของทาคาโกะแล้ว

ยอดฝีมือชาวโชซอนกลับยังหยัดยืน อยู่บนแผ่นไม้ซากเรือ มันหัวร่อดังกึกก้อง กล่าวว่า
“สมใจ! เป็นการต่อสู้ที่สมใจจริงๆ!”

ทันใด มันกระอักโลหิตแดงฉานจากปาก พลันตะโกนก้อง
“พี่ใหญ่! บุญคุณของท่าน ข้าพเจ้าไม่ขอลืมเลือน ความลับทุกประการ ล้วนบอกต่อท่านแล้ว ขออวยพรให้สิ่งที่ท่านมุ่งหมาย สำเร็จ...สำเร็จ....”

ปักจีวอนกล่าวมิทันสิ้นประโยค ดาบยาวของมันพลันหักสะบั้น โลหิตแดงฉานฉีดพุ่งจากร่างดั่งสายน้ำพุ!

ร่างสูงหนาในชุดขาวของยอดฝีมือชาวโชซอน ล้มคว่ำปะทะพื้นน้ำจมหายไปใต้ห้วงมหานทีกว้าง..

บัดนั้น สุ้มเสียงกังวานก้อง พลันดังจากด้านหลังเรือของท่านหญิง
“วางใจเถอะ พี่ใหญ่จะสานต่อปณิธานของเจ้าเอง...”

ทาคาโกะและนาคามูระ โยชิย่อมจำได้ว่านี่เป็นสุ้มเสียงของ หัวหน้าสหพันธ์ผู้กล้าแห่งเลี่ยวตัง ซีคงลุ้ย!

กระแสเสียงยังไม่ทันสิ้นประโยค ท่ามกลางความตื่นตระหนกของทุกผู้ เรือใหญ่สามเสาลำหนึ่งแล่นออกจากความมืดเบื้องหลังเรือของท่านหญิง กลับเป็นเรือใหญ่ที่นาคามูระ โยชิและทาคาโกะเคยเห็นบนเกาะคุโร!

เรือใหญ่สามเสาแล่นฝ่าความมืด ขึ้นกระหนาบข้างแล้วเบนทิศ มาหยุดหน้าเรือของท่านหญิง ทันใด โคมตะเกียงทุกดวงบนเรือลำนั้นถูกจุดสว่างไสว บนเรือปรากฏร่างเหล่าโจรสลัดตงง้วนหลายร้อย ถือเกาทัณฑ์คันแข็งแกร่ง กระชับอาวุธครบมือ เตรียมพร้อมประจันบานเต็มที่ ต่างยืนเรียงรายล้อมรอบหัวเรือและกราบทั้งสองข้าง

ผู้ที่ยืนตระหง่านตรงหัวเรือ เป็นเจ้าของประโยคเมื่อครู่ ดรรชนีสยบภูตเทพ ซีคงลุ้ย!

นาคามูระ โยชิและทาคาโกะ เขม็งจ้องไปยังเรือใหญ่เบื้องหน้า ต่างกำหนดเป้าหมายในใจมั่น ต้องชิงดาบหงส์ฟ้ากลับคืน ต้องช่วยท่านหญิงโทโมเอะออกเงื้อมือของนิวะ นากาโกะให้ได้!

แต่การจะชิงทั้งดาบและคนกลับคืน ต้องบุกทะลวงฝ่าเรือใหญ่สามเสาที่ขวางหน้าอยู่ก่อน!


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
bigpigdaddy วันที่ : 02/10/2008 เวลา : 22.52 น.
http://www.oknation.net/blog/bigpigdaddy

ตอนหน้าเป็นตอนสุดท้ายแล้วครับ...
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2008 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31