วันศุกร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2550
เชื้อไฟใต้ในสายตาเรือจ้างด้ามขวาน
Posted by
โต.รัตนะ
,
ผู้อ่าน : 82
, 17:20:13 น.
พิมพ์หน้านี้
|
เชื้อไฟใต้ในสายตาเรือจ้างด้ามขวาน มีโอกาสคลุกคลีกับครูบาอาจารย์ในจังหวัดชายปักษ์ใต้หลายคน และได้รับรู้ถึงความหวังที่อ่อนระทวย ในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ ซึ่งนับวันจะยังควานหาทางออกไม่เจอ ล่าสุดก็เพิ่งสังเวยชีวิตครูพรทิพย์ ติยัพเสน แม่พิมพ์แห่งโรงเรียนสุคีรินทร์วิทยาไปอีกราย และตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดวัดโคกตา เขตเทศบาลตำบลปะลุรู อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส บรรยากาศยังอบอวลไปด้วยความเศร้า แต่ด้วยความรุนแรงตลอดสัปดาห์ที่คนร้ายก่อขึ้นจน กลบข่าวการเสียชีวิตของครูรายนี้ จนแทบจะไม่มีใครรู้ว่าวันนี้เรือจ้างได้อับปางเพราะฝีมือโจรใต้อีกหนึ่งลำ ครูประสิทธิ์ เมฆสุวรรณ บุคคลากรทางการศึกษารุ่นใหญ่ในจังหวัดยะลา และเป็นหนึ่งในอดีตคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.) คุยให้ฟังด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดว่า การพิจารณาความถูกต้องของยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ควรพิจารณาจากร่องรอยความเคลื่อนไหวของปัจจัยต่างๆ ที่อาจจะเกี่ยวข้อง ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ขบวนการแบ่งแยกดินแดน เช่น ขบวนการ Barisan Revolusi National Melayu Patani หรือ B.R.N. (ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2503) ขบวนการ Pattani United Liberration Organization หรือ PULO (ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2511) ต่อมาได้เกิดขบวนการในลักษณะเดียวกันเพิ่มขึ้นอีกหลายกลุ่ม เช่น กลุ่ม เบอร์ซาตู กลุ่ม มูจาฮีดีนอิสลามปัตตานี แต่ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเก่า หรือกลุ่มใหม่อุดมการณ์หลักก็ยังคงเหมือนเดิมคือดำเนินการต่อสู้ทุกรูปแบบกับรัฐบาลไทยเพื่อแบ่งแยกดินแดน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ออกเป็นรัฐอิสระปัตตานี เงื่อนไขสำคัญที่ทำให้แนวความคิดนี้ยังคงดำรงอยู่ในหมู่คนไทยบางกลุ่ม โดยเฉพาะคนไทยเชื้อสายมลายูที่นับถือศาสนาอิสลามอย่างน้อยมีอยู่ 5 ประการ คือ ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มุสลิมเชื้อสายมลายูในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มีจิตสำนึกทางประวัติศาสตร์ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับอารยธรรมปัตตานีที่ยังมีสถานที่ทางประวัติศาสตร์ โบราณวัตถุ และบุคคลต่างๆ ที่ยังฝังอยู่ในความนึกคิดของประชาชน การดำรงอยู่ของวัฒนธรรมมลายู ซึ่งคนไทยมุสลิมเชื้อสายมลายูบางส่วนยังคงพยายามรักษาไว้อย่างเหนียวแน่น เช่น รูปทรงของบ้านเรือนในชนบท การแต่งกาย พิธีกรรม ตลอดถึงการละเล่นบางอย่างที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวมลายูดั้งเดิม รูปแบบการดำเนินชีวิตตามกรอบของวัฒนธรรมอิสลาม ชาวมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยึดมั่นในกรอบของหลักการอิสลามอย่างเคร่งครัด วัฒนธรรมใดที่ขัดแย้งกับหลักการทางศาสนาประชาชนก็จะไม่ยอมรับ แม้เป็นระเบียบกฎหมายที่รัฐบาลออกมาบังคับใช้ก็ตาม เงื่อนไขความอยุติธรรมที่เกิดจากการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐต่อประชาชน ข้อนี้นับว่าเป็นเงื่อนไขที่สำคัญที่สุด ที่ทำให้ประชาชนเกิดความรู้สึกต่อต้านอำนาจรัฐมากขึ้น เช่น กรณีฆ่าหมู่ที่สะพานกอตอ ซึ่งเป็นชนวนการประท้วงครั้งใหญ่ที่จังหวัดปัตตานี ระบบสังคมในอุดมคติ ตามหลักการอิสลามทั้งการปกครองเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ล้วนเป็นสิ่งที่มุสลิมทุกคนใฝ่ฝันอยากให้ปรากฏเป็นจริงเพราะเชื่อว่าระบบดังกล่าวมาจากคำสอนของพระผู้เป็นเจ้าซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับสังคมมนุษย์ ตามทรรศนะของอิสลาม เงื่อนไขพื้นฐานรดังกล่าว เป็นสิ่งที่ชาวไทยมุสลิมเชื้อสายมลายูส่วนใหญ่ต้องการให้ได้มีสิทธิเสรีภาพ ในการแสดงออกอย่างเต็มที่ บางอย่างต้องการเพียงแค่ให้ได้รับการยอมรับและส่งเสริมจากสังคมใหญ่ เช่น ความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาวมลายู บางอย่างเพียงต้องการให้ได้รับความยุติธรรมเท่าเทียมกับคนอื่นๆ ในสังคม เช่น การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐ การที่รู้สึกว่าไม่มีเสรีภาพและไม่ได้รับความยุติธรรมอย่างเต็มที่ในบริบทของเงื่อนไขทั้ง 5 ประการดังกล่าว ได้กลายเป็นพลังดันพื้นฐานของความรู้สึกแบ่งแยก ไม่อยากอยู่ภายใต้การปกครองของสังคมใหญ่ ซึ่งเป็นที่มาของแนวความคิดต่อสู้เพื่อแบ่งแยกดินแดนออกเป็นรัฐอิสระในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สำคัญยิ่ง -----------------------------------
|