วันจันทร์ ที่ 17 กันยายน 2550
"สมิทธ"เตือนทุกสายการบินลงใต้อากาศยังแปรปรวน
Posted by
โต.รัตนะ
,
ผู้อ่าน : 309
, 13:54:41 น.
พิมพ์หน้านี้
|
"สมิทธ"เตือนนักบินลงใต้อากาศยังแปรปรวน วันนี้แหงนหน้ามองท้องฟ้าทั่วปักษ์ใต้ รู้สึกถึงความรู้สึกเศร้าและหม่นหมอง ชะรอยว่างเม็ดฝนที่โปรยปราย เป็นดุจหยาดน้ำตาอาลัยแก่ผู้สูญเสียบนสายการบินวันทูโกเที่ยวบินเที่ยวบิน OG 269กรุงเทพ-ภูเก็ต  นายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการอำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เปิดเผยถึงเหตุการณ์อุบัติเหตุกับเครื่องบินสายการบิน วันทูโก เที่ยวบิน OG 269 กรุงเทพฯ - ภูเก็ต ที่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตวันที่16 ก.ย.50ที่ผ่านมาว่า ไม่ว่าผลของการตรวจสอบรายละเอียดเพื่อหาต้นตอที่มาของการเกิดโศกนาฏกรรมครั้งนี้ออกมาอย่างไร ส่วนหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ที่มีนำมาซึ่งความสญเสียนั่นคือสภาพอากาศที่แปรปรวนเนื่องจากวันเกิดเหตุยืนยันได้ว่ามีสภาพอากาศที่เลวร้ายที่สุด ในรอบหลายวันที่ผ่านนับแต่เริ่มมีร่องมรสุมปกคลุมทางภาคใต้ของประเทศไทย สนามบินทุกแห่งต้องเจอสภาพอากาศดังกล่าว ประธานกรรมการอำนวยการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวต่อว่าจากการตรวจสอบ จังหวัดภูเก็ตเป็นสนามบินที่มีอุปกรณ์และเครื่องมือในการตรวจสอบสภาพอากาศที่ดีทัดเทียมดอนเมืองจะเป็นเพียงแค่สนามบินสุวรรณภูมิเท่านั้น ซึ่งข้อมูลที่ตรวจวัดสภาพอากาศขณะนั้นไม่มีความผิดพลาด โดยกรมอุตุฯได้ส่งข้อมูลไปยังศูนย์ควบคุมวิทยุการบินเพื่อแจ้งให้นักบินบนเครื่องทราบสถานการณ์ในขณะนั้น ส่วนเหตุผลการตัดสินใจนำเครื่องบินลงจอดนั้นไม่มีใครรู้ดีเท่าตัวนักบินว่าคิดอย่างไรในขณะนั้น "ในอดีตเมื่อครั้งผมรับราชการดุแลเกี่ยวกับกรมอุตุฯเดินทางไปติดตั้งอุปกรณ์ตรวจสภาพอากาศที่สนามบินภูเก็ต ยังใช้วิธีอ่านข้อมูลซึ่งเป็นกราฟอยู่เลยแต่ปัจจุบันสามารถคำนวนได้เป็นตัวเลขตรงและแม่นยำ เรียกได้ว่าเป็นรองสุวรรณภูมิที่เดียวเท่านั้น ซึ่งช่วงเกิดเหตุรันเวย์มีลมครอสวินกรรโชกแรงมาก แต่เราไม่รู้วส่าขณะนั้นนักบินเขาตัดสินใจอย่างไรเหมือนกันจึงนำเครื่องลงผู้เกี่ยวข้องคงต้องไปหาสาเหตุอื่นๆประกอบด้วย"ประธานกรรมการอำนวยการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าว นายสมิทธ กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ภูเก็ตครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เมื่อเคยเกิดเหตุเครื่องบินชนเขา และเครื่องบินตกทะเลมาแล้ว 2ครั้ง ขณะเดียวกันยังเกิดเหตุความสูญเสียที่ต้นตอส่วนหนึ่งมาจากสภาพอากาศที่แปรปรวนและเลวร้าย บวกกับความรั้นของนักบินที่พยายามนำเครื่องลงจอด จำนวน4ครั้ง คือที่ดอนเมือง 2ครั้ง สมุย1ครั้งและสุราษฎร์ธานี1ครั้ง ประธานกรรมการอำนวยการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ร่องมรสุมปกคลุมทางภาคใต้ยังแผ่อิทธิพลส่งผลให้ยังมีฝนตกกระจายทั่วพื้นที่และหนักในบางแห่ง จึงขอให้สายการบินทุกแห่งที่นำผู้โดยสารสู่สนามบินในพื้นที่ภาคใต้ตรวจสอบทัศนวิสัยก่อนตัดสินใจนำเครื่องบินลงจอดด้วยความรอบคอบหากได้รับการแจ้งเตือนจากศูนย์วิทยุการบินอย่าพยายามนำผู้โดยสารลงในสนามบินนั้นควรนำเครื่องบินไปลงจอดที่สนามบินสำรองแทน --------------------- ปล.ภาพโดย จุมพล นพทิพย์
|