พิมพ์หน้านี้
|
โปรดย้อนเวลาไปที่ปีพุทธศักราช 2531 ขอแนะนำ นิตยสาร ลลนา ฉบับที่ 379 ปักษ์แรก ตุลาคม 2531 ![]() และคอลัมน์ลลนานัดพบ จะพบกับท่านผู้นี้... ![]() พันเอกไพโรจน์ พานิชสมัย ตำแหน่ง ผู้ช่วยทูตทหารบกประจำสถานทูตไทย ณ กรุงลอนดอน ฤกษ์ดีของหนุ่มสาวซึ่งวัยต่างกันเพียงรอบเดียวผ่านไปแล้วเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2531 โรงแรมเซ็นทรัลเปิดห้องแกรนด์บอลรูมที่ใหญ่ที่สุดให้จัดงานแล้วยังแคบไปถนัด หากมิใช่เพราะเจ้าบ่าวเป็น ทส.คู่ใจอดีตนายกฯ 8 ปีคนนั้น ก็คงจะเห็นผู้คนบางตากว่านี้ งานนี้ว่ากันว่า ผู้หลักผู้ใหญ่จากทุกเหล่าทัพไปกันเพียบ ยังไม่นับเหล่าพ่อค้าวาณิชย์และนักการเมือง และลิ่วล้อบารมีทางการงานที่มีมากมายในสายเหล่าทัพของเลือดสีเขียว เค้าของรูปรอยความรักที่จริงจังครั้งนี้ของเขาก่อตัวมานานกว่าปีเศษ แต่ก็ไม่มีใครระแคะระคายกันมากนัก ทั้งที่หมายปองสาวเจ้า เกล็ดดาว วงศ์รักมิตร บุตรี พล.ต.ท.บุญทิน วงศ์รักมิตร ก่อนวันแต่งงานหมาดๆ และระหว่างไปเยี่ยมเยียนให้กำลังใจเจ้าสาว ในการเตรียมตัวเข้าพิธีนั้น "ลลนา" ได้นัดพบเขา ณ บ้านรั้วสีเทากว้างใหญ่ของพ่อตา ในซอยลาดพร้าว 31 วันนั้น "ว่าที่เขยใหญ่" ของท่านผู้การบุญทินในชุดลำลอง เสื้อยืดโปโลสีแดงสด กางเกงยีนเข้ากับหุ่นเป๊ะ หน้าตาสดชื่น ไม่บอกสักนิดว่า วัยของผู้การย่างเข้า 41 แล้ว ในขณะที่ "น้องใหม่" ของเขา ซึ่งเตรียมพร้อมจะเป็น "คุณนาย" ผู้การในไม่ช้าก็งามสง่าอยู่เคียงข้าง ผู้การเคยคิดว่า เขาจะไม่ต้องอายใคร เมื่อจะมีภรรยาสักคนหนึ่ง ก็คงสมใจนึก เพราะได้ใช้เวลา "เลือก" นานกว่าใครเพื่อนเขาทั้งหมดในรุ่น จปร.17 ตอนนี้กำลังใจในการทำงาน หรืออนาคตทางการงานของคุณไพโรจน์เป็นยังไงบ้างคะ การที่พลเอกเปรมท่านไม่รับเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป ลูกๆที่เคยห้อมล้อมก็คงจะกระจัดกระจายกันกลับกรมกองและสังกัด ตัวคุณไพโรจน์เองได้เดินทางไปต่างประเทศ เตรียมจิตใจไว้รับชีวิตที่จะไม่ได้อยู่ใกล้ชิดป๋ายังไงบ้าง ก็ดีครับ ผมมีกำลังใจเสมอ งานก็คืองาน ผมถือว่าเรามีหน้าที่อะไรเราก็ต้องทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด อันนี้ป๋าสอนอยู่แล้ว ส่วนมากท่านจะสอนเสมอเรื่องการทำตามหน้าที่ให้บรรลุภารกิจให้ได้ก่อน แล้วค่อยๆทำอย่างอื่น พวกเราลูกๆ ก็เอาอย่างท่าน เรียนถามสักนิดนะคะ เรื่องการตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของท่าน ได้ คุณไพโรจน์คงทราบว่าท่านเตรียมจะลง หมายถึงคงทราบล่วงหน้าก่อนพวกเราอยู่นาน ครับ ผมคิดว่าท่านคงจะคิดไว้ในใจมานานแล้ว แล้วก็มีเหตุผลของท่านพอ ที่ผมคิดอย่างนี้เพราะว่าครั้งที่ยุบสภาครั้งแรก ท่านก็บอกว่าท่านดีใจที่จะได้หมดๆงานซะที ผมว่าท่านได้เสียสละทั้งร่างกายและจิตใจเพื่อชาติบ้านเมืองมามาก มากและเหนื่อย ท่านควรจะได้พักสักที อายุท่านก็มากแล้ว แต่ตอนนั้นที่ยังไม่ได้ออกมา เพราะท่านคงคิดว่าความเรียบร้อยต่างๆ มันยังไม่เรียบร้อยจริง ดีแล้วก็อาจจะดียังไม่พอ ท่านอาจจะทำให้บ้านเมืองดีกว่านั้นเพื่อให้คนที่มารับช่วงต่อ สะดวกสบาย ท่านก็ยังลงไม่ได้ และพร้อมกับมีการเรียกร้องอย่างมากให้ท่านอยู่ แล้วคราวนี้ล่ะคะ ก็มีการเรียกร้องแต่ท่านก็ไม่สนใจอีกแล้ว ครับ ท่านคงคิดในใจของท่านเองแล้ว ทุกอย่างคงดีขึ้นมาก ท่านเชื่อว่า คนที่มาสานต่อคงไม่มีปัญหา ผมเชื่อว่าหลายฝ่ายคงเห็นอย่างผมที่ท่านทำความเจริญให้กับประเทศ การเมืองการทหารมันก็เรียบร้อยดี เศรษฐกิจเราก็รุ่งโรจน์ขึ้นมาก ความมั่นคงภายในอะไรก็น่าพอใจ ความเป็นอยู่ของชาวบ้านอยู่ในระดับที่น่าพอใจ เศรษฐกิจชาวบ้านหรือคุณภาพชีวิตก็ดีขึ้นใช่มั้ยฮะ ซึ่งก็คอยู่ในจุดสูงสุดซึ่งท่านทำได้ระดับหนึ่งแล้วนะฮะ ว่าผู้นำคนใหม่คงรับช่วงไปจากท่านได้ งานเลี้ยงอำลาท่านที่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐจัดขึ้น และมีภาพออกมาในข่าวทางโทรทัศน์ ทำให้เห็นว่าคืนนั้นนอกจากท่านทิ้งทวนร้องเพลงเจ็ดเพลงรวดแล้ว ท่านยังกล่าวอำลาใครต่อใครได้ซาบซึ้งใจมาก เห็นว่ากันว่าบรรยากาศเศร้ามาก คุณไพโรจน์รู้สึกยังไงในคืนนั้นคะ ท่านพูดอย่างที่ท่านรู้สึก จริงใจ ท่านบรรยายความรู้สึกที่มีอยู่ทุกอย่าง จริงๆเราก็ได้เห็นว่าท่านได้เสียสละอย่างไรบ้างตลอดเวลาที่ท่านรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาแปดปี ผมสามารถพูดจากความเห็นส่วนตัวได้ว่าท่านเสียสละความสุขส่วนตัว มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแท้จริง ท่านคิดถึงประชาชนอย่างบริสุทธิ์ใจ เพราะว่าท่านเป็นคนโสด ก็ไม่รู้จะเอาอะไรไปให้ใคร ท่านก็อุทิศทุกอย่างให้ ทั้งๆที่ตัวท่านเองก็เหนื่อยจะแย่แล้ว ในฐานะคนใกล้ชิด พอจะอ่านใจรู้ใจท่านบ้างไหมคะ ถ้า...ถ้านะคะ เผื่อเหตุการณ์ทางการเมืองหรือบ้านเมืองไม่เข้าที่เข้าทางในเวลาต่อไปข้างหน้า และมีเสียงเรียกร้องท่านให้กลับมาอีก ท่านจะกลับมามั้ยคะ อันนี้ผมไม่สามารถพูดได้นะ เพราะว่าป๋าเป็นคนที่เอาใจยาก ยกตัวอย่าง เช่นเราพูดถึงเรื่องหนึ่ง ถ้าใครบังคับท่านนะ จากการเดินขบวนอะไรทำนองนี้ เราจะเห็นว่าท่านไม่ยอม ถ้าไม่อยู่ในเหตุผลที่ถูกต้อง แต่ถ้าอยู่ในเหตุผลของความถูกต้อง ท่านก็อะลุ้มอล่วย ความจริงดูเหมือนท่านเป็นคนอ่อนๆ แต่เวลาตัดสินใจทำไมเด็ดขาดนัก ท่านเป็นคนประนีประนอมสูงนะ และใช้ความคิดตัดสินปัญหาทุกครั้ง ผมพูดได้เต็มปากว่า ท่านเป็นคนใช้ความคิดรอบคอบ ถามถึงผู้ที่รู้ ผู้ที่สมควรจะถาม และประเด็นไหนๆ ท่านก็ยกมาเพื่อจะแก้ปัญหาว่าน่าจะตัดสินใจลงไป ท่านไม่ใช่คนแข็งกระด้าง เพราะฉะนั้น เรื่องที่ท่านกลับมาหรือไม่กลับ ผมไม่สามารถตอบแทนท่านได้ มันแล้วแต่ท่าน และวิธีการพิจารณาปัญหาของท่าน แล้วอย่างตอนนี้ ลูกๆทุกคนในบ้านสี่เสา ที่อยู่กับท่านนานคนละหลายๆปี ท่านมีอะไรเป็นห่วงหรือกังวลกับใครบ้าง ท่านแสดงออกอย่างไรคะ ก็ไม่ถึงกับพูดอะไรมาก เพียงแต่ท่านถามว่าใครจะอยู่ไหน อย่างไร เรื่องลูกร้องนี่ท่านให้ความสำคัญมากนะ จะไม่ทำให้เขาเสียกำลังใจอะไร แต่ก็ดูว่าแต่ละฐานะของเราควรจะอยู่ในระดับไหน ก็ให้อยู่ในระดับที่พอเหมาะพอควร และท่านให้ความสนใจว่าใครจะไปไหนจะอยู่อย่างไร บางคนมองท่านว่า การแต่งตั้งของท่านในบางครั้งเห็นแก่พรรคพวก ลูกน้อง ลูกน้อง จริงๆแล้วไม่ หมายความท่านแคร์เรื่องที่คนอื่นพูดกันเรื่องนี้ หมายความว่า ถ้าท่านจะแต่งตั้งใคร ทำอะไร ต้องอยู่ในฐานะที่เหมาะสมเท่านั้น ท่านถึงจะแต่งตั้ง ไม่ใช่เอนเอียงไปตามเสียงใครๆ สมมุติว่าใครเป็นนายทหารติดต่อก็ให้คนนั้นไปทำงานติดต่อ ไม่ใช่ให้คนอื่นไปทำ ไปก้าวก่าย รปภ. ก็มีหน้าที่รักษาความปลอดภัย ก็ทำหน้าที่ด้านนี้ไป ไม่ต้องไปทำด้านอื่น นี่คือลักษณะส่วนตัวของท่าน อย่างคุณไพโรจน์เอง ซึ่งกล่าวได้เต็มปากเต็มคำว่าเป็นผู้ที่ใกล้ชิดท่านตลอดเวลา เท่าที่เห็นไม่ทราบว่าคุณไพโรจน์เป็นผู้จัดเรื่องเสื้อผ้า หรือดูแลท่านในเรื่องส่วนตัวด้านไหนบ้าง อย่างที่ผมเรียนแล้วว่า หน้าที่ใครก็ของคนนั้น ผมเองโดยตำแหน่งแล้ว ไม่ใช่ ทส.ท่าน ทส.คือ พลตรี สุรยุทธ์ จุลานนท์(ยศในขณะนั้น) ผมเองคล้ายๆเป็นเลขานุการส่วนตัวของท่านเพราะผมเป็นคนโสด เลยตามท่านได้ตลอดเวลา เสาร์-อาทิตย์ ออกต่างจังหวัดทุกครั้ง ผมก็ต้องไปกับท่าน เพราะผมเป็นคนที่ไม่มีอะไรห่วง ใครดูแลเรื่องเสื้อผ้าให้ท่านล่ะคะ เห็นท่านเนี้ยบ ก็มีเด็กคอยจัดการ ดูแล ตัดเสื้อให้ท่าน เด็กที่บ้าน เรื่องอาหารก็มีคนดูแล ท่านมีแต่ละคนแต่ละจุด แบ่งงานกัน จริงๆแล้วไม่ใช่ผม แต่ว่าเวลาเขาจัดเสร็จแล้วผมเป็นคนไปกับท่าน ก็ไปดูแล รสนิยมในการแต่งกายระหว่างท่านกับคุณไพโรจน์น่าจะคล้ายๆกัน ท่านดีกว่ามากในทุกๆเรื่อง ผมยกตัวอย่างเรื่องนี้ได้ คือเราพยายามจะเลียนท่าน เราเลียนท่านได้เช่นว่า ลักษณะผู้นำทุกอย่างท่านดีเลิศ เราไม่สามารถเลียนได้เหมือนท่านได้หรอกฮะ เลียนได้แค่ไหนเอาแค่นั้น(หัวเราะ) อย่างเวลาท่านไปเมืองนอก ใครจัดล่ามให้ท่าน เรื่องนี้ก็เหมือนกัน ท่านรู้ภาษาอังกฤษดีมากนะครับ แต่ว่าท่านก็ยังเตรียมการให้คนที่รู้ภาษาอังกฤษดีกว่า เช่นคนที่เรียนจบจากเมืองนอก ท่านมาฝึกฝนด้วยตัวท่านเองและทั้งๆที่ท่านรู้แล้วท่านก็ซ้อม ซ้อมแล้วซ้อมอีก พวกทหารเรานี่ เวลาจะไปรบเราต้องซ้อมหลายครั้ง ท่านก็ใช้หลักของทหารมาฝึกและช่วยได้เยอะ และท่านเป็นผู้นำที่ดี เมื่อลูกน้องทำผิด ไม่ถูกไม่ต้องท่านก็ว่าลูกน้องได้ เพราะท่านไม่ได้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่ลูกน้อง และท่านก็ไม่ลืมให้กำลังใจลูกน้องในเรื่องที่ควรให้กำลังใจ ท่านทำไว้ครบทุกอย่าง ซึ่งเด็กๆ รุ่นหลังๆ น่าจะเอาอย่างท่าน แต่คิดว่า คงทำไม่ได้หมดทุกอย่าง เพราะท่านดีเลิศ เรื่องการแต่งงานของคุณไพโรจน์ เรียนให้ท่านทราบเมื่อไหร่คะ ก็เมื่อผมตัดสินใจแล้ว และบอกใหม่เค้าแล้ว ผมก็ไปเรียนให้ท่านทราบ ท่านก็ถามว่าเป็นลูกใคร และท่านก็พบแล้ว ท่านรู้ว่าเป็นใคร เพราะคุณพ่อใหม่ก็เป็นลูกน้องท่าน ก่อนหน้าจะเป็นคุณเกล็ดดาว ท่านเคยระแคะระคายเรื่องคุณไพโรจน์ไปเปรี้ยวที่โน่นที่นี่บ้างหรือเปล่าคะ ส่วนมากท่านงานแยะ ไม่ค่อยมีเวลามารับรู้เรื่องพวกนี้หรอกครับ(หัวเราะ) ท่านไม่เคยทราบเลยหรือคะว่าคุณไพโรจน์ป๊อปปูล่ามากในบรรดาสาวๆท่านไม่เคยกระเซ้าเหรอคะว่า ทำไมไม่พามาให้ท่านรู้จักบ้าง เรื่องส่วนตัวนี่ท่านแยกออกจากเรื่องงานนะฮะ ผมเรียนได้ ใครมีปัญหาอะไรให้ไปแก้ของแต่ละคนกันเอาเอง ถ้าเป็นเรื่องงานในหน้าที่ราชการ ท่านถึงเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเรื่องส่วนตัวที่เราไปคบค้าสมาคมกับใคร ก็รับผิดชอบเอาเอง คุณไพโรจน์คิดว่าตัวเองเป็นคนเปรี้ยวมั้ยคะ คือ เห็นมีแต่ว่าสาวเปรี้ยว แต่หนุ่มเปรี้ยวนี่พอจะเรียกเป็นประเภทได้เหมือนกัน จัดอยู่ในประเภทที่ว่านี้ไหม (หัวเราะ) เรี้ยว...แหม...ผมก็เหมือนคนหนุ่มอื่นๆ เขาชอบอะไรกัน ผมก็ชอบแบบนั้น ผมว่าที่คนพูดมา ก็เพราะว่ามาเจาะจงที่ผมนี่ฮะ ถ้าไปเจาะจงคนอื่นทั่วไป เขาอาจจะยิ่งมากกว่าผม (ยิ้ม) แต่ผมก็...ไม่ว่าอะไรใครนะ การตกเป็นเป้าสายตาสังคมแล้วอย่างนี้ รู้สึกว่าเรื่องส่วนตัวถูกละลาบละล้วงมั้ยคะ ก็...ก็แยะ...(ยิ้มหล่อๆ) แต่ผมถามเพื่อนๆ หรือน้องๆ ที่เป็นนักหนังสือพิมพ์ว่า ทำไมต้องเป็นผม เขาบอกก็ผมอยู่ในฐานะอย่างนี้ เขาก็ต้องเอาไปลงเพื่อให้คนที่สนใจไต่ถาม เขาอยากรู้นะ ผมก็...เมื่อไม่มีอะไรก็แล้วไป ใช่มั้ยฮะ ทำไงได้ บางครั้งเคยคิดมั้ยคะว่าคุณไพโรจน์ตกเป็นเหยื่อก๊อสสิพมากเกินไป หรือบ่อยเกินไป อาจจะเกินความจำเป็น หรือที่จริง ไม่จำเป็นเลย มันก็คงต้องเป็นอยู่แล้ว เพราะหนังสือพิมพ์เขามีหน้าที่หาข่าวมาเขียน หน้าที่ของเขา สิ่งไหนที่ชาวบ้านชอบ เราก็พอจะเข้าใจ อย่างทหาร เรามีหน้าที่อะไรเราก็ทำตามหน้าที่ของเราไปให้ดีที่สุด อันนี้เราก็เข้าใจกันนะฮะ แต่สำหรับใหม่ แรกๆ ใหม่เค้าก็งงๆ อยู่เหมือนกัน เดี๋ยวทำไมฉบับนั้นเขียนถึงฉบับนี้พูดถึง แต่ผมก็อธิบายให้เข้าใจว่า มันหนีไม่พ้นหรอก ยังไงก็ต้องทำใจ เค้าก็ทำใจ เข้าใจฮะ คุณใหม่รำคาญหรือเปล่าคะ ที่ถูกเพ่งเล็งในฐานะแฟน หรือสาวคนรักของคุณไพโรจน์ ไม่...ไม่ทราบเหมือนกัน ถามเค้าดูสิฮะ (ยิ้ม) ที่เจอคุณใหม่ก็เวลาไม่นานนัก เธอเพิ่งกลับมาไม่ทันไรก็ถูกเป็นข่าวบ่อยแล้วกับคุณไพโรจน์ ไม่ทราบว่าคุณใหม่เองเคยปรึกษาบ้างไหมเรื่องการวางตัวต่อสื่อมวลชนอย่างไรถึงจะเรียกว่าพอดิบพอดี อย่างเช่นการให้สัมภาษณ์หนังสือสักฉบับ ต้องถามความเห็นไหมคะ ใหม่เค้าก็ดีนะ เค้าถามเรื่อยแหละ ถ้าจะทำอะไรเค้าก็ถามผมก่อนเสมอ บางครั้งก็โดนหนังสือพิมพ์ว่า เป็นเรื่องไม่จริงอะไรทำนองนั้น เกิดความไม่สบายใจ ผมก็บอกว่าอย่าไปสนใจเล้ย หน้าที่ของนักข่าวคือเอาข่าวไปให้คนที่เป็นคอลัมนิสต์เขียน เขียนคนละคนทำตามหน้าที่ไปอย่างนั้น จริงไม่จริงบางทีก็เอาผิดไม่ได้ คนเขียนเกิดอยากว่าขึ้นมา เราก็ต้องไม่เป็นไร อยากรู้จังว่า ของขวัญที่เตรียมให้คุณใหม่เป็นอะไร เดี๋ยวก็รู้เองฮะ ถึงวันนั้น...ของขวัญที่ผมให้ใหม่ เค้าต้องการอะไรเราก็ให้เค้าตามนั้น เอ๊ะ...ธรรมดา เขาต้องให้ของขวัญเจ้าสาวด้วยเหรอ ผมไม่เข้าใจ อะไรพิเศษๆนะคะ นอกเหนือของหมั้น อ๋อ...ไม่มีมั้ง แต่มีสร้อยเป็นของหมั้น เลือกให้ตามใจใครคะ คุณไพโรจน์เห็นว่างามหรือตามที่คุณใหม่ชอบ ตามที่ใหม่ชอบซิฮะ แล้ววันงานก็ผ่านไปแล้ว เป็นงานเลี้ยงแต่งงานที่ใหญ่โตเป็นพิเศษอีกงานหนึ่ง เพราะท่านนายกฯเปรมเป็นเจ้าภาพ และภาพคู่บ่าวสาวที่ก้มลงกราบแทบเท้าท่านนายกฯนั้นตีพิมพ์ออกมาแล้วในหน้าหนังสือพิมพ์หลายฉบับ จะอย่างไรก็ตามที เมื่อถึงเวลาที่พลเอกเปรมต้องกล่าวคำอวยพร ใครต่อใครรวมทั้งตัวท่านเองก็มีน้ำตาคลอหน่วยด้วย... เพราะเจ้าบ่าวประกาศก้องกลางงานว่านอกจากบิดาบังเกิดเกล้าของเขาแล้ว ก็คือ พลเอกเปรมนี่เองที่เป็น "พ่อ" และทำให้เขาเป็นผู้เป็นคนขึ้นมา ![]() คิดว่านี่เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงชีวิตคุณไพโรจน์มากไหมคะ ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงครับ เพราะเราจะมีชีวิตคู่ และการมีชีวิตคู่ก็ไม่ใช่ความรักแบบหนุ่มสาว ชีวิตคู่ของเราจะต้องมีการดูแล ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จะนานหรือไม่นานก็อยู่ที่ความเข้าใจซึ่งกันและกัน คิดว่านี่แหละสำคัญ ผมว่าความรักของเด็กหนุ่มกับความรักแบบคนกลางนั้นมันคนละแบบกัน คิดคนละแบบ โอเค เราอาจจะมีเหมือนเด็กหนุ่มกันนิดหน่อย แต่เราต้องคิดยาวกว่านั้น คิดถึงอนาคตอย่างจริงจัง คิดว่าเราจะอยู่กันยืดไม่ยืด คุณไพโรจน์พบคุณใหม่ยังไงคะ เค้ากลับจากเมืองนอกเมื่อต้นปีที่แล้ว ก่อนหน้านั้นไม่ได้พบ ไม่ได้รู้จักกันเลยหรือ ไม่รู้จักหรอก เพิ่งมารู้จักกันตอนเค้ากลับมาแล้ว อะไรที่สะดุดตามากที่สุด จากการพบกันครั้งแรก คุณใหม่เป็นคนสวยนะคะ (นิ่งนิดหนึ่ง ใช้นิ้วชี้ป้ายจมูกตัวเองไปมา) เค้าเรียบร้อยดี และพอคุยกันก็รู้สึกว่าทัศนะเราไปด้วยกันได้หลายเรื่อง ตรงกัน และรู้สึกว่าเราก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว เค้าก็...เข้าใจ ชอบตั้งแต่แรกเห็นเลยหรือเปล่าคะ ครับ อย่างนั้น ที่ว่าชอบแรกเห็นเลยนี่ ความรู้สึกเป็นยังไง หนุ่มๆที่กระชุ่มกระชวยขึ้นมาทันทีอย่างนั้นไหม (ยิ้ม จ้องหน้าคนถามแบบเอาเรื่อง) ครับ ก็...ผมเห็นคนมาเยอะนะครับ แต่ชอบใหม่ในลักษณะท่าที อุปนิสัย อะไรหลายๆอย่างด้วย ไม่ได้มองคนสวยอย่างเดียว อย่างที่เด็กหนุ่มเด็กสาวเขามองกัน เรามองทุกอย่าง ท่าทาง การพูดจา การคบค้าสมาคม มนุษยสัมพันธ์อะไรยังไง ถ้าดูตามจังหวะเวลาที่คบกับคุณใหม่ ตั้งแต่ต้นปีแล้ว มาบัดนี้ก็นานพอสมควร สงสัยอยู่นิดว่า ทำไมเมื่อไม่กี่เดือนมานี้ เวลาให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ทีไรก็จะได้ยินว่า คุณไพโรจน์ยังไม่มีแฟน ยังไม่มี้ ยังไม่มีจริงๆทุกที ก็พูดไปเรื่อยเปื่อยยังงั้นแหละ(ยิ้ม) ก็พยายามเก็บไว้ให้มันเป็นความลับบ้างสิฮะ ไม่งั้นเรื่องส่วนตัวของผมก็ถูกคนอื่นรู้ไปหมด คุณไพโรจน์เชื่อเรื่องบุพเพสันนิวาสไหม ในกรณีคู่ของคุณเอง ถามคุณแม่ของคุณใหม่แล้วท่านบอกว่าน่าจะเป็น เพราะคุณเกิดมาก่อนน้องใหม่ตั้งนาน แล้วมาคอยกันอยู่ทำไม ถ้าไม่ใช่เพราะบุพเพฯ คิดยังไงคะ คงจะเป็นจริงมั้งผมว่า...ไม่งั้น ผมคงมีคู่นานไปแล้ว(หัวเราะ) เชื่อว่าตัวเองเกิดมาคอยสาวเจ้านะคะ ครับ คงจะยังงั้น ยิ้มกรุ้มกริ่มที่ตามมาคราวนี้ ดูแล้วทำให้นึกถึงเด็กหนุ่มวัยขบเผาะตอนบอกรักและขอแต่งงงานสาวเขินปนเหนียมทำนองนั้น อายุต่างกันหนึ่งรอบนี่ รู้สึกเป็นห่วงเป็นใยอะไรบ้างคะ ผมว่าไม่น่าจะเป็นปัญหา คงจะเข้าใจกันง่ายขึ้น บางทีบางครั้งบางคราว เราก็คิดว่าเป็นเรื่องของคนต่างอายุกันก็คงอะลุ้มอล่วยกันได้ คุณไพโรจน์ว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่กว่าคุณใหม่มากไหม ก็ไม่มากหรอกน่า ฝรั่งมากกว่านี้นี่ ในแง่ผู้ชายไทยทั่วๆไป ที่มักจะต้องการคู่คิดล่ะคะ ผู้หญิงตัางวัยกว่า น้อยกว่าหลายๆปี เป็นคู่คิดทันหรือ ถ้าจะเปรียบกับตัวเลขจริงๆ ผมว่าผู้ชายทั่วๆไปน่าจะต้องการคู่ชีวิตขนาดห่างกันราวๆนี้แหละ พอคุณไพโรจน์อายุมากกว่านี้อีกสักสี่ห้าปีก็ติดยศนายพลแล้ว คุณเกล็ดดาวก็คงจะสักเพียงสามสิบเศษๆ คิดว่า คุณใหม่จะยุ่งยากใจมากมั้ยคะที่จะปรับตัว ผมคิดว่าไม่หรอก เพราะใหม่เป็นคนที่ปรับตัวได้ดี เค้าเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างดีเลย เค้าไม่ใช่เด็กๆแล้ว แม้แต่การพูดการจาก็ไม่เหมือนเด็กๆวัยเท่านี้ เพราะฉะนั้นไม่น่าจะมีปัญหา ![]() (ยิ้มเขินๆ) เอ...อันนี้ไม่ทราบซิฮะ ความคิดของคุณไพโรจน์น่าจะมีเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วนะคะ ก็ไหมว่าแต่งงานเพื่อสร้างหลักฐาน อันนี้คุณไพโรจน์คงกำหนดอยู่ในใจแล้ว ครับ ก้อถ้ามีได้เลยก็มี กี่คนคะที่อยากมี ไม่ทราบครับ ต้องดูไปก่อน สองคนสามคนก็ดี ไม่น่าจะเกินสาม ถ้ามีได้....เอ๊ะ...ถามลึกอย่างนี้เลยรึ จริงๆแล้วคงไม่มีใครเคยตอบมั้ง(หัวเราะ) เรื่องอย่างนี้ถามเพราะเห็นว่าคุณไพโรจน์จะระวังตัวมากเป็นพิเศษ แต่คราวนี้จริงจังแน่แล้วก็เลยกล้าถาม และคงมีคนอยากถามจริงๆด้วย ก็ไม่เหลืออะไรแล้ว คุณถามซะหมดไส้หมดพุงผมแล้วนี่(หัวเราะ) เทอมที่จะไปอยู่ประจำกรุงลอนดอนในฐานะผู้ช่วยทูตทหาร จะนานสักกี่ปีคะ ปกตินะฮะ สามปี คงไปได้ลูกที่โน่นกันทั้งสามปีนะคะ ก็อาจเป็นได้(ยิ้มกว้างสุดเลยเชียวล่ะ) แล้ววางแผนอนาคตทางการงานเมื่อกลับมาเมืองไทยในอีกสามปีข้างหน้าไว้อย่างไรต่อไปคะ (ยิ้มหุบลง) ผมยังไม่คิดละฮะ เพราะอย่างที่ว่า เราคิดไม่ได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นยังไงต่อไป ท่านนายกฯเคยสอนไว้เสมอว่าเรื่องหน้าที่การงานของเรา เราต้องทำตามหน้าที่ ท่านยุบสภา คนเขาถามว่ายังไง ท่านบอกเราไม่รู้ จะเป็นไม่เป็น เพราะฉะนั้นเรื่องอนาคตเราไม่สามารถพูดได้ เราไม่อาจวางอนาคตเองได้ เพราะถ้าวางไว้แล้วไม่สมหวัง เราก็เสียกำลังใจ ผมคิดแต่เพียงว่าเราทำหน้าที่ในขณะปัจจุบันให้ดีที่สุดก็พอแล้ว แต่ถ้าเป็นไปได้ เราก็อยากได้โน่น อยากได้นี่...เหมือนกัน (หัวเราะ) ![]() (ยกมือทำท่ากำหูโทรศัพท์) สม่ำเสมอทุกวัน นี่ไง แปลว่า ไม่ค่อยได้พบหน้า...แล้วทานข้าวลงดีเหรอคะ เรามีสัญญากันข้อหนึ่งคือทุกวันที่หนึ่งของทุกเดือน ถ้าไม่ติดงานต่างจังหวัด เราต้องไปทานอาหารที่ลอร์ดจิม มีความหลังอะไรที่ทำให้ต้องมีสัญญาข้อนี้ขึ้น หมายถึงลอร์ดจิม ไม่มี แต่อาหารที่นั่นอร่อย ผมชอบบรรยากาศดี ได้เสียสัญญาไปกี่ครั้งแล้วคะ ยังครับ ยัง...ทำได้ทุกเดือน มื้อดินเนอร์ใช้มั้ยคะ ฮะ ทานมื้อค่ำกัน ได้ยินมานานแล้วว่าคุณไพโรจน์ชอบอาหารฝรั่ง แล้วคุณใหม่คงคอเดียวกัน ใหม่เค้าชอบทั่วไป แต่ทานกับผมได้ แต่ผมไม่ทานประเภทเนื้อสัตว์บก มีสัญญาอะไรอีกบ้างคะ ที่คุณไพโรจน์ให้ไว้กับคุณใหม่ ใหม่ขอไว้ว่า เค้าขอของขวัญสองครั้งต่อปี ตอนปีใหม่กับวันเกิด ให้ไปกี่ปีแล้วคะ เพิ่งขอปีนี้แหละ ปีที่แล้ว บังเอิญผมให้เค้าเอง เพราะเรารู้จักกันตอนวันปีใหม่ และพอถึงวันเกิดเค้าผมก็ให้ของขวัญ ใหม่เกิดเดือนมีนาคมฮะ ของขวัญหรือของชิ้นแรกที่คุณไพโรจน์ให้คุณใหม่ คืออะไรคะ ชิ้นแรก ผมกลับจากต่างประเทศ ผมซื้อกระเป๋ามาฝากเค้า แอบเห็นสร้อยกับแหวนที่คุณใหม่สวมอยู่ แว่วว่าเป็นของขวัญวันเกิด อ๋อ...ฮะ แต่ไม่มีอะไรกระจุ๋มกระจิ๋มมากหรอกฮะ ผมมันคนงานยุ่ง ดีที่ใหม่เค้าเข้าใจ เราไม่ต้องเสียเวลาพบกันมาก ใช้โทรศัพท์ พอรู้แน่ว่ามีคุณใหม่เป็นแฟนเป็นตัวเป็นตน หมายมั่นแน่แล้ว ขณะที่ต้องตามท่านไปต่างจังหวัดวอดแวกบ้างไหม อาจจะไม่อยากไป เพราะคิดถึงคุณใหม่ ไม่หรอกฮะ ความจริงท่านนายกฯเป็นคนขี้เกรงใจ พอรู้ว่าเรากำลังจะมีครอบครัว ท่านก็อนุญาตบ่อยว่า ไม่ต้องตามท่านไป หาเวลาให้ครอบครัว แต่ตัวเราก็ไม่...อยากรับใช้ท่านอย่างสม่ำเสมอ อันนี้ผมกับใหม่ก็ไม่มีปัญหา เพราะเราเข้าใจกันดี ![]() แซวว่าไง ได้ยินว่า อิจฉาที่คุณไพโรจน์มีแฟนเด็กกว่าเพื่อนๆ บอกว่าใช้ได้นาน คงไม่ต้องหาคนมาเปลี่ยนบ่อยๆ (หัวเราะ) อ๋อ...ครับ บางทีเพื่อนก็แซวผม เพราะใหม่เค้าเด็กกว่าภรรยาของเพื่อนทุกคนจริง สเป๊คคุณไพโรจน์คงไม่อยากมีแฟนเป็นคนรุ่นเดียวกัน เพราะผู้หญิงแก่เร็วกว่าผู้ชาย คงจะยังงั้นนะ แต่เมื่อก่อนตอนผมเด็กๆ ผมก็คงจะมองคนรุ่นเดียวกันน่ะ เพราะมันวัยรุ่น แต่พอเราอายุมากขึ้นเราก็เปลี่ยนความคิด หาคนที่เข้ากันได้ และทำให้ชีวิตครอบครัวสดชื่นได้ อบอุ่นได้มากกว่า ถามจริงๆเถอะ ก่อนหน้าที่จะพบคุณใหม่ มีบ้างไหมคะที่เฉียดๆ จะรอมร่อที่ว่าเอาละนะ เราต้องตกร่องปล่องชิ้นแน่แล้วกับคนนั้น มีครับ...มี คนเรามาขนาดนี้แล้ว ชีวิตเด็กหนุ่มๆ ช่วงเป็นร้อยตรี ร้อยโท เป็นช่วงที่อันตรายที่สุด ช่วงนั้นเป็นวัยรุ่น ไฟแรง จะพลาดหรือไม่พลาด จะแต่งหรือไม่แต่งก็ตอนนี้แหละ ถ้าผ่านมาได้ พอเป็นช่วงร้อยเอก พันตรีก็เริ่มอยู่ตัว มองอะไรอย่างรอบคอบมากขึ้น คงเป็นช่วงนั้นที่คุณไพโรจน์มีโอกาสคิดเหมือนหนุ่มๆคนอื่นๆ ครับ ก็คงเป็นอย่างนั้น ผมก็มี เกือบไปเหมือนกัน แต่เป็นเพราะทัศนคติไม่ตรงกันหลายอย่าง ก็เลยไม่มีโอกาส... แล้วบัดนี้สาวคนนั้นไปไหนเสียล่ะคะ เค้าแต่งงานไปนานแล้ว ยังมีโอกาสแวบไหวได้เจอะเจอกันบ้างมั้ยคะ ไม่ค่อยได้เจอฮะ ต่างคนต่างไป เชื่อเรื่องแต่ปางก่อนไหมคะ กับรายที่มาเจอคุณใหม่ (หัวเราะ) ไม่รู้ปางก่อนปางเก่ายังไงนะ แต่ก็เกิดมารอใหม่เค้านานเหมือนกัน (หัวเราะ) ชีวิตนายทหารหนุ่มโสดของเขาสิ้นสุดลงแล้ว สิ้นเดือนกันยายน เขาเดินทางไปรับตำแหน่งผู้ช่วยทูตทหารบกประจำ ณ สถานทูตไทยประจำกรุงลอนดอน ทำให้สถานภาพของ "ลูกรักของป๋า" คงถูกปรับโดยสมบูรณ์ด้วยหน้าที่รับผิดชอบทางการงานและชีวิตครอบครัวในต่างแดน พ้นภัยกวนใจจาก "วงการ" และ หนังสือพิมพ์! ---------------- 19 ปีผ่านไป.... พุทธศักราช 2550 ณ ประเทศไทย ![]() ตำแหน่งสุดท้ายก่อนเกษียณอายุราชการ คือ เป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ท่านมีความสุขกับภรรยาวัย 48 คนเดิม ซึ่งหน้าตาของทั้งสองก็ดูไม่เปลี่ยนจากยี่สิบปีก่อนไปมากนัก หากแต่แก่ขึ้นบ้าง มีลูกสาวที่น่ารักถึงสองคน คือ มัดหมี่ พิมดาว กับ มัดมุก แพรดาว ซึ่งทั้งสองคนยังอยู่ในวัยเรียน และบัดนี้ ลูกๆแต่ละคนก็มีอาชีพเสริม ...มัดหมี่ กลายเป็นศิลปินดาวรุ่งที่กำลังมีผลงานเพลงกับค่ายเพลงอาร์เอสในขณะนี้ เหตุที่ออกเทปกับที่นั่น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะคุณพ่อไปเป็นกรรมการตรวจสอบของบริษัทนั่น ยังไง ๆ เราก็ขอเป็นกำลังใจให้มัดหมี่ได้คลายเหงาสมชื่อเพลงเพราะแฟนๆที่อุดหนุนของแท้ ส่วนน้องมัดมุกนั้น หากใครได้ชมโฆษณากล้องดิจิตอลยี่ห้อโซนี่แล้วยังถามว่าผู้หญิงที่เต้นบัลเล่ต์กับนายบี้ ณ แกรมมี่ ชื่ออะไร คงไม่ต้องถามแล้วถามอีก คำตอบก็บอกไปว่าชื่อมัดมุก...นี่เอง ![]() ![]() เป็นอีกครอบครัวหนึ่งที่น่ารัก และกำลังเป็นที่จับตามองใน พ.ศ. นี้ ไพโรจน์-เกล็ดดาว-พิมดาว-แพรดาว สวัสดี ท่านที่เลยเกษียณและยังไม่เลยเกษียณทุกท่าน |