• มงกุฎ2529
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : bilaksi-kongkoy@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-10
  • จำนวนเรื่อง : 37
  • จำนวนผู้ชม : 12218
  • จำนวนผู้โหวต : 13
  • ส่ง msg :
more
21มงกุฎ
ฉันจะอธิบาย
Permalink : http://www.oknation.net/blog/binnlaksi
วันศุกร์ ที่ 9 พฤษภาคม 2551
ดิ อิมพอสซิเบิ้ล ในมุมมองซิมองของข้าพเจ้า
Posted by มงกุฎ2529 , ผู้อ่าน : 141 , 14:02:35 น.   | หมวดหมู่ : เปิดเพลง  
พิมพ์หน้านี้


 ชื่อ "The Impossibles" นี้ ... เมื่อเริ่มได้ยินคำนี้เมื่อไร ท่านที่คลุกวงอยู่กับเสียงเพลงมานานก็คงจะนึกถึงชื่อวงดนตรีสัญชาติไทยวงหนึ่งซึ่งมีผลงานเพลงไพเราะน่าฟัง ด้วยรูปแบบดนตรีสากล นับเป็นวงสตริงวงแรกๆของไทยเห็นจะได้ หรืออาจกล่าวว่าเป็นวงดนตรีคณะหนึ่งของไทยที่สร้างปรากฏการณ์ที่สำคัญให้กับวงการเพลงของไทย(ตามคำทายทักของนักอนุรักษ์เพลงทั้งหลาย)

สำหรับข้าพเจ้า หรือต่อไปก็จะเรียกสั้นๆว่า "ฉัน" แล้วกัน ... ฉันเองเริ่มได้ยินชื่อวงดนตรีคณะนี้มาตั้งแต่ปี 1990   แรกๆฉันยังไม่ทราบความหมายของชื่อวงว่าอะไร แต่ฉันเริ่มได้ยินมาจากทางสื่อโทรทัศน์ รู้ว่าคณะ "ดิอิมฯ" มีดาราและพิธีกรยอดนิยมที่ชื่อ "เศรษฐา ศิระฉายา" เป็นนักร้องนำ ฉันก็เลยได้ยินเสียงร้องอันกังวานของลุงต้อยคนนี้เรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นเพลง "ทะเลไม่เคยหลับ" , "โอ้รัก" หรือจะเป็นเพลงร้องประสานอย่าง "ชื่นรัก" ที่ภายหลังทราบว่าเดิมเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องโทน ของลุงเปี๊ยก โปสเตอร์ และอีกเพลงที่มารู้ความหมายที่แท้จริงของชื่อวง นั่นคือเพลง "เป็นไปไม่ได้"

เมื่อฉันได้ยินเพลงเหล่านี้เมื่อแรกเริ่ม ฉันจึงเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า การมา "ออกเทป" ของคณะดิอิมฯ เป็นการกลับมารับใช้ด้วยเสียงเพลงอีกครั้งหลังจากร้างเวทีไปถึง 13 ปี โดยมีค่ายเพลง "นิธิทัศน์" เป็นผู้อำนวยให้เกิดผลงานอภิมหาอมตะนิรันดร์กาลอีกชิ้นหนึ่ง หลังจากที่ทางค่ายส่ง สุเทพ, สวลี, ชรินทร์, ดาวใจ, ฯลฯ ออกไปแล้ว

สิ่งที่ดิอิมฯ เปลี่ยนไปอย่างที่ได้ยินเห็นกัน นอกจากหน้าตาที่สูงวัยกว่าเดิมแล้ว เครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้ในการบันทึกเสียงก็เป็นของสมัยเก่าบวกกับของสมัยใหม่ การเรียบเรียงเสียงประสานก็เปลี่ยนใหม่ แต่ที่ไม่คิดจะเปลี่ยนก็คือ "ขนานแท้และดั้งเดิม" ดังที่ระบุไว้บนหน้าปกอัลบั้มการกลับมาของคณะนี้ ซึ่งถือเป็นวงสตริงคณะแรกของไทยที่กลับมารวมตัวอย่างกลมเกลียวกันอีกในทศวรรษ 1990 โดยใช้เหล่าสมาชิกยุครุ่งเรืองอย่างที่เห็น 



ในอัลบั้มแรกของพวกเขาในยุคที่ธุรกิจเพลงไทยเจริญรุ่งเรืองอย่างมากมายมหาศาล นอกจากจะมีเพลงเก่าๆมาบันทึกเสียงใหม่แล้ว ยังมีเพลงที่เขียนขึ้นมาใหม่เพื่อให้สมกับการกลับมาดังชื่อเพลง "กลับมาแล้ว" ซึ่งเป็นเพลงเดียวในอัลบั้มที่ฟังแล้ว...ไม่อยากคิดถึง เป็นเสียงร้องของลุงต้อย ร่วมด้วย ลุงต๋อย-วินัย พันธุรักษ์ ลุงอู๊ด-สิทธิพร อมรพันธ์ และทั้งคณะ

หลังจากนั้น กระแสดิอิมฯก็ค่อยๆจางลง และสมาชิกแต่ละคนก็ทำงานของตัวเองกันไป ตามถนัด ขณะเดียวกันฉันก็ไม่ลืมภาพในวันนั้น จนกระทั่งฉันขึ้นชั้นประถม เสียงเพลงของดิอิมฯ ก็กลับมาก้องกังวานจนต้องได้ยินแทบทุกวัน แต่มันมาจากเสียงร้องของศิลปินรุ่นหลังๆที่มักจะนำเอาบทเพลงของศิลปินต้น ฉบับนำมาร้อง หรือที่เรียกเป็นภาษาติดปากคนยุคไอทีว่าเป็นการ Cover นั่นแล บางคนก็นำมาร้องบรรเลงเป็นภาษาร็อกอำพัน บางคนก็ลูกทุ่ง ว่าอย่างนั้น ทำให้ตัวศิลปินต้นฉบับถึงกับต้องออกเทปอีกสักชุดเป็นการปลอบใจ เป็นต้นว่ามีเพลง "หนาวเนื้อ", "รักกันหนอ", "ขาดเธอขาดใจ", "ไม่มีวันที่เราจะพรากจากกัน", "ชาวดง" รวมถึงเพลงที่แต่งไว้นานแล้วแต่ยังไม่ค่อยได้ออกมาอยู่สองสามเพลง เมื่อมีเทปขายก็ยังมีรายการโทรทัศน์ตามมาสัมภาษณ์และจัดแสดง ตามด้วยคอนเสิร์ตของตัวเองเพื่อเรียกศรัทธาของแฟนเพลงรุ่นไหนๆที่มีใจรัก ดิอิมฯ

นับจากนั้นฉันยังรักและเข้าใจ เฝ้าติดตามงานของดิอิมฯ และสมาชิกแต่ละคนอยู่เรื่อยๆ พยายามศึกษาความเป็นมาของดิอิมฯอยู่เรื่อยๆ แม้ว่ายังไม่ได้ใกล้ชิดกับตัวจริงเสียงจริงสักคน จนกระทั่งมีข่าวที่สร้างความเสียใจให้กับแฟนเพลงของพวกเขา โดยเฉพาะการสูญเสียสมาชิกไปอย่างน้อยสองคน เริ่มจาก "เรวัต พุทธินันทน์" สมาชิกดิอิมฯในยุคท้ายๆก่อนจะแยกวง จนมาถึง "ปราจีน ทรงเผ่า" หรือลุงปุ๊ ปราจีน อเรนเจอร์มือฉกาจประจำวง และวงอื่นๆด้วย

ฉันถึงกับไปร่วมงานศพลุงปุ๊กันถึงวัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขนเลย ตั้งแต่วันสวดพระอภิธรรม ถ้าจำความไม่ผิดฉันไปวันสุดท้ายก่อนจะเคลื่อนย้ายศพ ..ได้พบหน้าเป็นๆครั้งแรกกับเหล่าสมาชิกดิอิมฯ ยกคณะ ญาติๆของคุณลุงปราจีน รวมทั้งเพื่อนๆศิลปินที่เคยร่วมงานกันมาด้วย จนได้มีโอกาสทักทายกับพวกเขาอย่างชื่นใจจนไม่เห็นมีใครร้องไห้สักกะคน อาจจะมีบางเวลาที่พูดขัดๆอยู่บ้างก็ให้อภัยกันได้ เพราะฉันพูดไม่มาก บางทีก็ออกเรื่อยเปื่อยไปบ้างตามภาษาเด็กมหา'ลัยปีแรก แต่คนที่เจอกันแล้วถึงกับเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวเรือฟรีๆ ก็มีอาแต๋ง ภูษิต ไล้ทอง แห่งคณะเฉลียงคนหนึ่งล่ะ แล้วก็มีคุณลุงวิรัช อยู่ถาวร คุณลุงป๊อก วิชัย อึ้งอัมพร เป็นต้น ก่อนกลับก็ได้คุย ได้ร้องเพลง และถ่ายรูปกับเหล่าสมาชิกคณะดิอิมฯ เท่าที่จำหน้าจำเสียงได้ก็มีลุงต้อย ลุงต๋อย ลุงอู๊ด ลุงแตง จนมาถึงวันงานพระราชทานเพลิงศพที่วัดมกุฎกษัตริยาราม ใกล้สะพานมัฆวานรังสรรค์ ก็ได้เจอกันอีก และเจอกับอีกหลายๆคน รวมทั้งภรรยาและทายาทของสมาชิกดิอิมฯแต่ละคน และฉันก็ได้ส่งบทกลอนที่เขียนไว้ประมาณสองบทให้เหล่าสมาชิกได้อ่านเก็บไว้ ฉันส่งให้ลุงต้อยเก็บไว้ด้วยนะ แต่ถึงวันนี้บทกลอนนั้นคงยังอยู่ที่บ้านลุงต้อย ถ้าอ่านแล้วคิดจะเอาไปใช้เป็นเพลงนำไปบรรเลงในคอนเสิร์ตได้ก็เอาเถอะ แต่ว่าตอนนี้ฉันได้เตรียมบทกลอนใหม่ที่จะไปให้พวกลุงๆ ในวันแสดงคอนเสิร์ตเมื่อไรที่ฉันสะดวกและไปถึงกันได้

ฉันมองซิมองดิอิมฯ มาตลอด หลังจากงานศพแล้วก็ได้เจอกันอีกเป็นบางครั้งบางคราว อย่างล่าสุดฉันก็ไปงานโชว์รถเก่าๆที่เซ็นทรัลเวิลด์ เจอวงดนตรีอะไรสักวง เล่นเพลงฝรั่งยุค 60s เมื่อมองใกล้ๆ อ๋อ..คุ้นๆนะ เห็นมีอยู่สองคน คือ ลุงอู๊ด มาเล่นเบสส์ กับ ลุงแตง ตีกลอง เล่นไปสี่ห้าเพลง ฉันมารู้ว่าเป็นวงดนตรีชื่อคณะ "The Better" ล้อวงดังชื่อเดอะ บีทเทิลส์ สมาชิกสองในสี่มาจากคณะดิอิมฯ อีกคนหนึ่งเป็นชายลูกครึ่งอดีตมือกีตาร์วงพลอย อีกคนหนึ่งชื่อ อ.โสภณ  แล้วฉันจึงเก็บรายละเอียดอย่างลึกซึ้งขึ้นอีกเกี่ยวกับสมาชิกส่วนหนึ่ง ของดิอิมฯ ที่เล่นดนตรีอีกวงหนึ่ง

ปัจจุบันนี้ หากจะแยกเป็นคนๆไป
..
ลุงต้อย ยังคงเล่นหนัง เล่นละครออกมาบ้าง รับงานร้องเพลงออกคอนเสิร์ตเป็นบางครั้งบางคราว และมีเวลาส่วนหนึ่งให้กับการศึกษาด้วย  ลุงต้อยได้เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่รามฯ ไหนยังมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมให้กับทางสถาบันอีกด้วยนะ
..
ลุงต๋อย หรือ วินัย ยังคงคลุกคลีอยู่ในวงการเพลง เป็นนายกสมาคมอะไรสักอย่าง และเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานให้ยืนหยัดตามรอยคุณพ่อว่าอย่างนั้น
..ลุงแตงก็ตีกลองเรื่อยๆ เล่นประจำวง The Better เลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน
..
ลุงแดง หรือ พิชัย มาหลังๆฉันเห็นลุงแดงไปเป็นหุ้นส่วนร้านอาหารใกล้สนามซ้อมกอล์ฟ อยู่ถนนงามวงศ์วาน ข้างซอยชินเขต (ไม่ไกลจากบ้านฉันเอง) ถ้าฉันได้ไปเจอลุงแดงที่นั่นจริงๆ เค้าอาจจะบอกว่า "อ๋อ..ฉันไม่เคยเจอหน้าคุณเลย เห็นเพื่อนๆฉันเจอะเจอกับคุณแล้ว ฉันยินดีจะพาไปซ้อมกอล์ฟ หรือถ้าร้องเพลงเป็น เล่นอะไรเป็น ก็เชิญร้องเพลงได้เลยนะ เราบริการให้ฟรี"
..
และลุงอู๊ด The Better อีกคน ยังคงอยู่เบื้องหลังงานเพลง โดยล่าสุดใครที่เป็นแฟนละครของลุงฉลอง ภักดีวิจิตร เรื่อง "ทอง๙" งานเพลงละครพร้อมด้วยเสียงร้องของลูกลุงหลอง นั่นเป็นฝีมือการอะเร้นจ์ของลุงอู๊ดเองแหละ

และงานใหญ่ที่ใกล้จะถึง(นับจากวันที่ฉันเขียนเพื่อเผยแพร่ในนี้)ก็คือ คอนเสิร์ตของลุงต้อยและชาวคณะดิอิมฯ ที่ใช้ชื่อไทยๆว่า "เพราะ...ไม่มีเหตุผล" อย่างที่เราเพิ่งทราบๆกัน ฉันจะไปดูจริงๆหรือไม่ยังไม่ตกลง แต่ถ้าเกิดพลาดเนื่องจากบัตรหมด-เต็มทุกที่นั่งก็ไปเจอกันคราวหลัง

(
ทำเสียงแบบแอ๊ด คาราบาว พรีเซ็นเตอร์รถกระบะยี่ห้ออันดับหนึ่งของไทย)
เพราะที่สิ่งที่ฉันนำมาเขียนให้ได้อ่านกันนี้...ไม่ได้โฆษณา ไม่ได้ประชาสัมพันธ์คอนเสิร์ตหรอกนะครับ แต่เพื่อเสนอประสบการณ์ของมิตรรักแฟนเพลงท่านหนึ่ง อายุไม่ถึง 30 ที่รู้จักกลุ่มคนที่มอบเสียงเพลงให้เป็นที่ประจักษ์มานานถึง 45 ปี ประวัติหรือรายละเอียดปลีกย่อยของวงดนตรีระดับตำนานนั้นคงต้องไปค้นจากที่อื่น หรือในเว็บนี้ก็ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับวงดิอิมฯด้วยนะพี่น้อง 

(
ทำเสียงเป็นเศรษฐา ศิระฉายา)
คุณก็ "มอง...ซิมอง ดิ อิมฯ"


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
สีน้ำเงิน วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 18.19 น.

ตอนนั้นดิอิมฯ ดังมาก ก่อนหน้าที่จะมีดิอิมฯ มีวงดนตรีที่ชนะ การประกวด ประเภท สตริง คือ วงซิลเวอร์แซนด์ ที่มีคุณ วิรัช อยู่ถาวร ยอดฝีมือ ในวงนั้นด้วย

ต่อมา ดิอิมฯ ก็ชนะ มารู้สึก 3 ปีซ้อน แล้ว ในตอนนั้น ก็มีการวิเคราะห์ชื่อว่า ดิอิมพอสซิเบิ้ล นั้น สมชื่อจริงๆ เพราะมาแบบที่ ไม่น่าเป็นไปได้

สมัยนั้น ก็มีหนังเรื่อง Mission Impossible ภาษาไทยเรียกว่า ขบวนการพยัคฆ์ร้าย เป็นหนังทีวีมาก่อนค่ะ มันส์สุดๆ เลย มีก่อนหน้านั้น แต่เป็นอะไรที่สอดรับกันได้พอดี

ชื่อวง กับ เพลงดังของวง ว่า เป็นไปไม่ได้ ก็เข้ากันได้เป็น หมัก กับ เหลิม ...เอ๊ย เป็นปี่ กับ ขลุ่ย เลยค่ะ

ยิ่งเขียนคนเลยรู้ว่า แก่งั่ก พอดีกว่าค่ะ
ความคิดเห็นที่ 3
สีน้ำเงิน วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 18.16 น.

อัลบั้มหนึ่ง ... หมื่นไมล์แค่ใจเอื้อม

ร้องแบบนี้ ...
จากกันหมื่นไมล์ ไม่เป็นไร แค่ใจเอื้อม
ก็ความรักเชื่อม มิให้เหลื่อมมั่นคงเสมอ
ห่างกันเพียงกาย ใจต่อใจแอบไปพบเจอ
ชื่นใจจนล้นเอ่อ ใจจูบเธอหลายที
... เห็นฝีมือการทำเพลง ของคนสมัยก่อนไหมคะ
ว่า คำพูดคำจา สละสลวย และ สะสวย เพียงไร

ในชุดนั้นยังมีเพลง คำสุดท้าย ที่คุณวินัย ขับร้องด้วย

เนื้อเป็นแบบนี้

โอ้นวลนาง ใยหมางเมินพี่
ตัดไมตรี ไม่มีเหลือความสัมพันธ์
เคยหยอกล้อ ทุกคืนทุกวัน
วิมานที่ฝัน เราคิดกันไว้ก่อน

บ้านสักหลัง พอฝังกายอยู่
ไม่ต้องหรู พอมีที่ซุกหัวนอน
เป็นแม่ศรีเรือนอันสุนทร
ฉันหาบคอน ไม่บ่นเลย

ตกตอนเย็นเห็นน้ำพริกปลาทู
รสมือนางเลิศหรุ เจ้าไม่เคยอยู่เฉย
พอค่ำลงเราจู๋จี๋ดังเคย
พี่แนบเขนย คือตักกานดา

นี่คือความฝันนั้นไงเล่า
กลับหลอกเราให้จมทะเลน้ำตา
คำสุดท้าย ที่เธอขอลา
เย้ยฝากมาว่า เสียใจ

นี่เขียนจากความจำ ดังนั้นอาจผิดไปบ้าง

เสียดายมากที่ไม่มีใครคิดมาทำใหม่ เป็น CD
สมัยนั้นมีแผ่นด้วยค่ะ แต่ย้ายบ้านหลายครั้ง จนหายไปแล้ว

เสียดายบางชุดของบางคณะ เช่น สาว สาว สาว ชุด
ดอกไม้ของน้ำใจ ที่ไม่มีใครทำใหม่เหมือนกันค่ะ

ขออนุญาต รำลึกความหลังด้วยคน
ความคิดเห็นที่ 2
joeyman วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 14.48 น.
http://www.oknation.net/blog/inmind

"หนึ่งในดวงใจคือเธอรักเธอยิ่งแหวะใจดูยังได้ แหวะใจดูก็จะพบรักยิ่งใหญ่เก็บซ่อนไว้ภายใน..." พ่อเปิดแผ่นเสียงให้ฟังและชอบเพลงนี้มาตั้งแต่เด็กๆครับ ชอบการร้องเสียงประสานของวงนี้มาก มีความสุขที่ได้ฟังครับ ขอบคุณครับ...

http://www.oknation.net/blog/visa/2008/05/09/entry-1/comment#read

-- มาชวนไปเที่ยวด้วยกันครับ
ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 14.14 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31