พิมพ์หน้านี้
|
ตั้งใจจะทิ้งชีวิต มืออาชีพ สิ้นเดือนก็ได้รับเงินเดือน สิ้นปีก็ได้โบนัส ได้ขึ้นเงินเดือน ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทองมาเป็นเจ้าของกิจการ แต่...มีวิถีที่ตรงข้ามกับมนุษย์สิ้นเดือนสิ้นเชิง สิ้นเดือนก็ต้องจ่ายเงินเดือน สิ้นปีให้โบนัส ขึ้นเงินเดือนให้ลูกน้อง วันๆ ต้องกังวลว่าจะมีเงินจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ จ่ายเงินเดือนหรือเปล่า ก็ต้องทำให้รุ่ง ทำให้สำเร็จ ไม่ทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ ยักแย่ยักยันจนหมดเวลา หมดแรง ฉะนั้นผู้ที่จะมาเป็นเจ้าของกิจการ จะต้องมีแรงขับเคลื่อนที่สตาร์ทเอง ไม่ต้องให้ใครมาเข็น ทั้งนี้ต้องยึดถือกฎทองทั้ง 10 ข้อต่อไปนี้ กฎข้อที่ 1 ชัดเจนใน DOs and DONTs ผู้ที่จะริเริ่มทำธุรกิจใหม่ ต้องการความสำเร็จ ไม่ใช่เพียงแค่หาเงินเลี้ยงชีพไปวันๆ จะต้องมองให้ขาด ตีโจทย์ให้แตกว่าเงื่อนไขที่ Must กับเงื่อนไข Sufficient มีอะไรบ้าง เงื่อนไขแบบที่เรียกว่า Must นั้น คือเงื่อนไขจำเป็นในการเริ่มต้นธุรกิจ นั่นคือ เป็นธุรกิจที่มีความต้องการในตลาดหรือเป็นปัญหาที่คนยังแก้ได้ไม่ดีหรือแก้ไม่ได้ ขณะเดียวกันก็เป็นความต้องการที่ตัวคุณเองสามารถตอบสนองได้ดีกว่าคนอื่น แก้ปัญหาได้เก่งกว่าคนอื่น ทั้งสองประการนี้รวมกันก็เท่ากับว่าตลาดจำเป็นต้องมีคุณจึงจะแก้ปัญหานั้นได้ มีความเป็นเอกลักษณ์ที่คนอื่นเอาอย่างได้ยาก คุณต้องมองเห็นสิ่งที่คนอื่นเขามองไม่เห็น ค้นพบสิ่งที่สามารถบอกตัวเองได้อย่างเต็มปากว่า ข้าฯ เจอแล้ว เจอสิ่งที่ตลาดต้องการอย่างแท้จริง การเป็นเพียง Me-Too Product เลียนแบบคนอื่น ทำสิ่งของให้เหมือนกันแต่ขายในราคาต่ำกว่า เท่านั้นจะไม่ยั่งยืน ไม่นานก็ล้มหายตายจากโลกนี้ไป โอกาสธุรกิจมีอยู่เกลื่อนกลาด แต่ต้องเข้าให้ถึง "แก่นแท้" ของความต้องการตลาดอย่างแท้จริง คนที่เข้าถึงตลาดไม่เคยมีใครล้มเหลว ตอบตัวเองให้ได้ว่า ลูกค้า ของคุณต้องการอะไร คนส่วนใหญ่มักจะลำดับความคิดไม่ถูกต้อง หลายคนมองแต่คู่แข่งว่าเขาทำอะไร หรือมองแต่ตัวเองว่าทำอะไรได้ แต่ลืมว่าคนที่ต้องเข้าใจให้ดีที่สุดคือลูกค้า ตราบใดที่ไม่ลืมความคิดอันนี้ ไอเดียธุรกิจใหม่ๆ จะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เพราะลูกค้าเป็นมนุษย์ที่มีความต้องการไม่มีที่สิ้นสุด มีกิเลส ไม่รู้จักพอ สิ่งที่ลูกค้ายังไม่พอใจอยู่ ยังมีอยู่มากมายรอบตัว ตลาดจึงเกิดขึ้นไม่มีที่สิ้นสุด คุณจะต้องหัดตั้งคำถามให้ถูกต้อง ถ้าเกิดมีผลิตภัณฑ์แบบนี้ คุณคิดว่าอย่างไร หรือ ถ้าเรื่องนั้นเป็นไปได้ คุณจะทำอย่างไร ถ้าเกิด......คุณคิดว่าอย่างไร.......คำถามทำนองนี้แหละจะทำไปสู้ไอเดียอันบรรเจิดซึ่งจะต่อเนื่องไปสู่ธุรกิจที่สำเร็จได้ คนที่ตั้งคำถามเป็นกับคนถามไม่เป็น ลงไปภาคสนามจะเห็นความแตกต่างราวฟ้ากับดิน ยิ่งเรื่องไอเดียผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วยแล้ว ต้องมองให้เห็นถึงปัญหาอยู่เสมอ ถามตัวเองและคนรอบข้างให้ได้ว่า ปัญหามันคืออะไร อะไรคือสิ่งที่ไม่เป็นไปตามที่ควรจะเป็น ตอบคำถามนี้ได้เมื่อไร จะมองออกเลยว่าโลกเรามีผลิตภัณฑ์อะไรที่ยังขาดการพัฒนาอีกบ้าง กฎข้อที่ 2 เมื่อโอกาสมาถึงต้องกดคันเร่ง ในระยะแรกนั้นอาจจะระมัดระวัง คอยควบคุมให้โอกาสล้มเหลวน้อยที่สุด เมื่อสำเร็จแล้วหนึ่ง สำเร็จอีกหนึ่ง เมื่อเห็นจังหวะเหมาะต้องเหยียบคันเร่งให้เต็มที่ คนยุคนี้เลียนแบบเก่งมาก ทำอะไรดีๆ เดี๋ยวของปลอม เดี๋ยวของคล้ายคลึง ของใกล้เคียงโผล่มาเพียบ ขณะเดียวกัน วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Product Life Cycle) ก็สั้นลงอย่างน่าใจหาย เผลอแป๊บเดียวก็ตกต่ำไปฉิบ ธุรกิจในสมัยนี้ มีปัจจัยความสำเร็จอยู่ที่การสร้างความแตกต่าง ความแตกต่างสมัยนี้มีเพียง 2 ประการเท่านั้น คือความเร็วและคุณค่า (Customers and Value) เดี๋ยวไม่มีใครทำอะไรได้ถูกกว่าคนอื่นเท่าไรแล้ว ความเร็วเป็นปัจจัยหนึ่งที่นำมาซึ่งความสำเร็จ เพราะรุกตลาดเร็วกว่าคู่แข่งเล็กน้อย ถอยได้เร็วกว่าอีกหน่อย เท่านี้คุณก็ได้หัวกะทิของตลาดไปแล้ว ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลืมกฎข้อที่ 1 คือสนองความต้องการของลูกค้าให้ถึงกึ๋น เข้าให้ถึงปัญหาของลูกค้า ให้ลูกค้ารู้สึกว่าคุณทำได้ดีกว่าคู่แข่งของคุณ (ทางเลือกอื่นของลูกค้า) เล็กน้อยอยู่เสมอ ลองมามองจากสายตาลูกค้าดู ถ้ามีใครที่คุณรู้สึกว่า ไอ้นี่มันดีกว่า ต้องการเมื่อไรก็มาถึงก่อนทุกที แล้วลูกค้าจะไปเลือกคนอื่นทำไมกัน เพราะฉะนั้น ถ้าคุณมีอะไรเหมือนๆ กับคู่แข่ง มุ่งแต่จะขายราคาต่ำกว่าเท่านั้น ยอดขายคุณจะเติบโตได้มากขนาดไหนก็ไม่ยั่งยืน และถ้าทำอะไรเหมือนๆ กับคนอื่น ด้วยความเร็วเท่าคนอื่น ก็ไม่ต้องหวังว่าจะชนะได้ คุณต้องมองหาทางที่จะไปถึงจุดมุ่งหมายได้เร็วกว่าคู่แข่ง อาจจะด้วยวิธีการที่แตกต่าง หรือด้วยอะไรก็แล้วแต่ อย่างไรก็ดี คำว่า Economies of Speed ก็ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ความว่องไวช่วงสั้นๆ เท่านั้น การทำธุรกิจเป็นเรื่องระยะยาว คุณต้องซ้อมให้มี footwork ดีอยู่เสมอ เร็วอยู่ตลอดเวลา รักษาระดับอยู่ตลอดเวลา เหมือนกับการวิ่งมาราธอน ไม่ได้เร่งในช่วงสุดท้าย แต่ความเร็วต้องไม่ตกจึงจะเป็นผู้ชนะในที่สุด เมื่อสามารถนำเสนอคุณภาพที่ดีกว่าด้วยความเร็วที่เหนือกว่า สิ่งต่อมาที่จะสร้างความยั่งยืนของความรวดเร็วและคุณค่า นั่นก็คือความสามารถที่จะรักษาสิ่งเหล่านี้ไม่ให้ถูกลอกเลียนแบบได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นการ lock in ลูกค้า หรือการจดทะเบียนสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ เพื่อให้กฎหมายคุ้มครองเอกสิทธิ์เหนือความรู้ที่อุตส่าห์สร้างมา หรือหาเทคนิคที่ใครก็ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ สุธี พนาวร |
| Bizweek's Grand Opening | ||
. |
||
|
View All |
||
| BizWeek | ||
ไฮไลท์ ประจำสัปดาห์ มาแล้ววว !! |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |