วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม 2549
เมื่อพรรคของบุชพ่าย สภามะกันก็จะอุ้มเกษตรกรหนักขึ้น
Posted by
กาแฟดำ
,
ผู้อ่าน : 1193
, 11:36:09 น.
พิมพ์หน้านี้
|
วัน จันทร์ ที่ 27 พฤศจิกายน
เมื่อจอร์จ ดับเบิลยู บุช กลายเป็น "เป็ดง่อย" เพราะพรรครีพับลิกันของตัวเองแพ้ภัยตัวเอง ยอมให้พรรคเดโมแครตยึดครองเสียงส่วนใหญ่ทั้งในสภาบนและสภาล่าง อีกประเด็นที่จะต้องเผชิญหน้ากันคือนโยบายเงินอุดหนุนของรัฐต่อเกษตรกร ใครบอกว่ามะกันไม่ให้เงินอุดหนุนชาวไร่ชาวนาของตัวเอง? เรื่องที่เป็นประเด็นถกเถียงกันร้อนแรงมากๆ ในแวดวงการเมืองสหรัฐ เรื่องหนึ่งคือกฎหมายว่าด้วยการเกษตรที่เรียกว่า Farm Bill ซึ่งเป็นการรวบรวมกฎหมายมากมายหลายฉบับเกี่ยวกับการเกษตร และที่ร้อนแรงที่สุดคือเงินอุดหนุนจากรัฐต่อชาวไร่ชาวนาที่เรียกว่า subsidies การเจรจาการค้าระหว่างประเทศที่เรียกว่า Doha Round ที่ล้มเหลวไม่เป็นท่ามาตลอดนั้น ก็เพราะหาทางตกลงกันเรื่องเงินอุดหนุนการเกษตรไม่ได้นั่นแหละ ยักษ์ๆ อย่างมะกัน ยุโรป และญี่ปุ่น ต่างก็ล้วนให้เงินอุดหนุนเกษตรกรของตัวเองอย่างมาก เหตุผลก็เพราะเงินช่วยเหลือชาวไร่ชาวนากับคะแนนเสียงทางการเมืองนั้น มีความผูกพันกันอย่างเหนียวแน่นยิ่งนัก...รัฐบาลไหนกล้าเสนอลดหรือเลิกเงินอุดหนุนต่อเกษตรกร ก็ต้องเจอกับการท้าทายทางการเมืองที่หนักหน่วงและรุนแรงเสมอ ประเทศด้อยพัฒนาและกำลังพัฒนาอย่างไทย ก็ต้องจับมือกับประเทศเล็กอื่นๆ ที่จะต่อต้านการกระทำของประเทศใหญ่ๆ และร่ำรวยเหล่านี้...เพราะเงินอุดหนุนที่เขาให้กับเกษตรกรเขานั้น ย่อมทำให้เกิดการบิดเบือนของราคาและตลาด พูดง่ายๆ คือ รัฐบาลของเขาเอาเงินไปช่วยชาวไร่ชาวนามากถึงขั้นที่ทำให้ของของเขาขายได้ในราคาต่ำกว่าของเรา เป็นการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมอย่างเห็นได้ชัด ตลาดส่งออกจึงถูกบิดเบือน ผิดจากความเป็นจริงเสมอมา...และประเทศเล็กๆ ทั้งหลายก็อยู่ในฐานะเสียเปรียบเมื่อต้องแข่งในสภาพที่ "สนามราบเรียบไม่เสมอกัน" อย่างนี้พรรคเดโมแครตของอเมริกายืนอยู่ข้างเงินช่วยเหลือเกษตรกรมาตลอด เพราะนั่นคือฐานเสียงอันสำคัญของพรรคนี้มาตลอด...ถ้าจะให้การเจรจารอบ Doha ขององค์การการค้าโลกเดินหน้าต่อไปได้หลังจากที่ชะงักงันมาครั้งแล้วครั้งเล่า ก็แปลว่า สภาคองเกรสของสหรัฐ ที่บัดนี้มีพรรคเดโมแครต เป็นใหญ่ จะต้องยอมให้มีการตัดเงินอุดหนุนการเกษตรอย่างเป็นเรื่องเป็นราว นั่นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก...และด้วยเหตุผลทางการเมืองด้วยแล้ว ยิ่งนับวันก็ยิ่งจะยากขึ้น...นี่คือปัญหาใหม่ที่ความเปลี่ยนแปลงในดุลแห่งอำนาจของสภาคองเกรสมะกัน ผลักดันให้เกิดขึ้น....และตัวประธานาธิบดีบุชเองก็ทำอะไรมากไม่ได้ เพราะตัวเองเป็น "เป็ดง่อย" ไปเสียแล้ว จีนคงจะมองการเติบโหญ่ของพรรคเดโมแครตในทางที่ไม่ค่อยสบายใจนัก เพราะพรรคฝ่ายค้านของมะกันได้บ่นเสียงดังๆ เสมอมาว่า การที่ปักกิ่งได้ดุลการค้ากับสหรัฐมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่เห็นอยู่นั้น เป็นปรากฏการณ์อันไม่พึงประสงค์ และสมควรจะต้องเสนอร่างกฎหมาย เพื่อกดดันให้จีนต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อแก้ไขความไม่ได้ดุลที่ว่านี้ เดโมแครตบางคนก็พยายามจะหามาตรการลงโทษจีนเรื่องฝ่าฝืนข้อตกลงว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญาของจีนที่ยังเป็นปัญหาคาราคาซังอยู่ และอย่าได้แปลกใจถ้าหากสภาคองเกรสใหม่ของสหรัฐ จะหาทางกดดันให้ปักกิ่งต้องดันให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนกับดอลลาร์อเมริกันแข็งขึ้นไปอีก เพื่อลดความได้เปรียบของจีนในการค้าขายกับมะกันและประเทศอื่นๆ ในโลก เห็นหรือยังว่า รัฐบาลและเอกชนไทยต้องลุกขึ้นมาระดมสมองเพื่อสำรวจตรวจสอบใหม่แล้วว่าผลการเลือกตั้งกลางเทอมของมะกันครั้งนี้ มีผลกว้างไกลกว่าที่คาดคิดเอาไว้หลายด้าน...อย่างน้อย กระทรวงต่างประเทศไทยต้องให้การศึกษากับเอกชนไทยว่า ส.ส.และส.ว.เดโมแครต คนสำคัญๆ ชื่ออะไรบ้าง...และมีแนวคิดอย่างไร แค่รู้ว่าบุชเป็นใคร เราก็จะโง่และเสียรู้ต่อไป
|