วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม 2549
วันนี้....อะไรๆ ก็การเมือง
Posted by
กาแฟดำ
,
ผู้อ่าน : 1147
, 11:37:22 น.
พิมพ์หน้านี้
|
วันอังคารที่ 28 พฤศจิกายน 2549 ผมเขียนคอลัมน์นี้ระหว่างเดินทางอยู่แถวๆ ใกล้บ้าน พบปะผู้คนหลากหลายอาชีพและได้มีโอกาสถกเถียงกันเรื่องการเมืองระหว่างประเทศในแถบนี้อย่างออกรสชาติไม่บันเบาเลย ใครคนหนึ่งที่นั่งข้างผมบนเครื่องบินระหว่างกรุงเทพฯ กับเมืองจีน บอกผมว่า การเมืองเอเชียช่วงนี้กำลังเพี้ยนหนักเข้าทุกทีเขาถามผมว่าเป็นไปได้อย่างไรที่อดีตรองนายกฯ อันวาร์ อิบรอฮิม ของมาเลเซีย กับ อดีตนายกฯ มหาธีร์ โมฮัมหมัด ที่เคยเป็นไม้เบื่อไม้เมา ถึงขั้นประกาศไม่เผาผีกันแล้ว อยู่ดี ๆ ก็ทำท่าเหมือนจะกลายมาเป็นพันธมิตรทางการเมืองเสียแล้ว ผมบอกว่าเพราะทั้งสองคนมีศัตรูร่วม...นั่นคือ นายกฯ อับดุลเลาะห์ อาหมัด บาดาวี ใช่ การเมืองไม่มีมิตร ไม่มีศัตรูที่ถาวร สิ่งเดียวที่คงทนและถาวรไม่เปลี่ยนแปลงคือ ผลประโยชน์ของกันและกันเท่านั้น นักวิเคราะห์เรื่องทุนและหุ้นฝรั่งคนหนึ่งบ่นดังๆ ว่า "อะไรๆ มันสลับซับซ้อนยิ่งขึ้นในเอเชีย...ผมมาอยู่แถวนี้กว่า 10 ปีแล้ว แต่ก่อนไม่เห็นวุ่นวายเข้าใจยากอย่างนี้ วันนี้ผมงงไปหมด...เหตุเพราะการเมืองมาทำให้การพยากรณ์เศรษฐกิจของเอเชียเสียเส้นไปหมด" เขาแปลว่าฝรั่งเคยมองออกว่าอะไรดำ อะไรขาว จะเขียนจะวิเคราะห์อะไรก็ง่ายดาย...คุยกับคนที่อ้างตนเป็น "ผู้เชี่ยวชาญ" ไม่กี่คนก็โม้ได้เป็นตุเป็นตะ อยู่ดี ๆ ฝรั่งมาอยู่เอเชียไม่กี่เดือนก็อ้างตนเป็น "ผู้สันทัดกรณี" ได้เหมือนกันแต่มาวันนี้ ฝรั่งบ่นว่าทุกอย่างไม่เหมือนเดิม อะไรๆ มันก็ไม่เป็นไปอย่างที่มองเห็นจากข้างนอก อีกคนหนึ่งบอกผมว่าเขายังพยายามทำความเข้าใจกับการเมืองของไทยอยู่ เพราะกำลังงุนงงเป็นยิ่งนัก ทักษิณ ได้รับการเลือกตั้งมาด้วยคะแนนเสียงที่ล้นหลาม แต่กลายเป็นเผด็จการรวมศูนย์อยู่ที่คนเดียว ผู้คนจงเกลียดจงชังเขาเหลือหลาย แต่ทำไมเวลาทหารทำการรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ จึงมีคนแสดงความยินดี (ผมแย้งไปว่าอาจจะเป็น "ความโล่งอก" ที่คนข้างนอกมองว่าเป็นความปรีดา) และหยิบยื่นดอกกุหลาบให้ทหารที่เฝ้าเวรอยู่ตามท้องถนน? การเมืองเอเชียมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น ฝรั่งไม่ชอบ...(ผมบอกเขาไปว่านั่นมันปัญหาของเขา ไม่ใช่ปัญหาของผม...ฮา) นักวิเคราะห์การลงทุนต่างด้าวอีกคนหนึ่งบอกว่า แต่ก่อนเพียงแค่ติดตามเรื่องราวเศรษฐกิจ เอาตัวเลขการเงินการทองมาเรียงลำดับให้ถูกต้อง ก็พอจะตัดสินใจได้ว่าจะลงทุนอะไรเท่าไรในเอเชีย แต่ทุกวันนี้ "ผมต้องกลายเป็นเซียนวิเคราะห์การเมืองจึงจะแนะนำลูกค้าของผมได้ว่าควรจะทำยังไงกับเงินทุนที่จะลงในเอเชีย" ใช่ซิ ผมบอก...และแซวต่อว่าชีวิตของพวกเขาเคยง่ายดายเกินไปในอดีต จากนี้ไปจะเจอแต่ "ของจริง" แล้ว เพราะไม่มีอะไรง่ายอีกต่อไป (เพราะมันก็ไม่ได้ง่ายสำหรับคนท้องถิ่นอย่างผมนี่นา) ที่ไต้หวัน ประธานาธิบดีเฉิน สุย เปี่ยน ก็กำลังดิ้นรนต่อสู้กับการเดินขบวนต่อต้านครั้งใหญ่ ระลอกแล้วระลอกเล่าเพราะข้อหาคอร์รัปชัน ทั้งตัวเอง คนรอบข้างและโดยเฉพาะเมียตัวเองนั่นก็การเมืองอีกเหมือนกัน คนที่เคยไปลงทุนในไต้หวันบอกว่าเรื่องวุ่นๆ อย่างนี้ไม่เคยปรากฏ เพราะแม้ว่า ส.ส.ของไต้หวันจะเคยเลื่องลือว่าชอบชกต่อยกันเหมือนที่เกาหลีใต้ แต่ก็ไม่เคยวุ่นวายถึงกับมีการเมืองกลางถนนที่ดำเนินเรื่องยืดเยื้อมาเป็นเดือนๆ อย่างนี้ นักวิเคราะห์เศรษฐกิจจากข้างนอกบ่นว่าปวดหัวเป็นยิ่งนัก เพราะไม่รู้ว่าจะจับประเด็นความเสี่ยงเรื่องการเมืองมาวัดเพื่อประกอบการลงทุนอย่างไร ผมบอกเขาระหว่างกินกาแฟรอเครื่องบินลำต่อไปที่สนามบิน (ไม่ใช่สุวรรณภูมิ) ว่า ถ้าอย่างนั้นเขาก็ต้องเห็นใจนายกฯ ลี เซียน หลุง ของสิงคโปร์ เป็นอย่างยิ่ง เพราะกองทุนเทมาเส็กของเขาไปซื้อหุ้นของชิน คอร์ป จากตระกูลของ ทักษิณ ชินวัตร เป็นเงินกว่า 73 พันล้านบาทแล้ว และยังต้องควักอีกเกือบเท่าตัวเพื่อซื้อหุ้นส่วนที่เป็น tender offer จนถือเข้าไปกว่า 96 เปอร์เซ็นต์ ตอนซื้อ ทักษิณเป็นนายกฯ ซื้อไปได้ไม่เท่าไร เกิดรัฐประหาร ทักษิณตกกระป๋อง ตอนนี้กำลังถูกสอบว่า เทมาเส็กใช้ "นอมินี" คนไทยถือหุ้นในนามตัวเองเพื่อหลบเลี่ยงกฎหมายไทยหรือเปล่า นี่ก็การเมืองที่ทำให้เรื่องพยากรณ์เศรษฐกิจป่วน "อ้าว...เทมาเส็ก ผิดเองที่ไม่ได้ทำการประเมินความเสี่ยงทางการเมืองก่อนตัดสินใจลงทุนก้อนใหญ่ขนาดนั้น..."ผมแย้งว่าเทมาเส็กประเมินความเสี่ยงทางการเมืองแล้ว...แต่เขาประเมินผิดเท่านั้นเอง
|