• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 956
  • จำนวนผู้ชม : 1587100
  • จำนวนผู้โหวต : 5250
  • ส่ง msg :
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/black
วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม 2549
10ปียังไม่สายเกินกว่าการสมานฉันท์ของ"สองเสือผู้เฒ่า"
Posted by กาแฟดำ , ผู้อ่าน : 214 , 16:41:31 น.  
พิมพ์หน้านี้


วันอังคารที่ 19 ธันวาคม
            ตกลงคนไทยจะเชื่อตามอดีตนายกฯ มาเลเซีย มหาธีร์ โมฮัมหมัด หรือเปล่าที่พูดล่าสุดว่านายจอร์จ โซรอส ที่มีสมญาว่าเป็น "พ่อมดการเงิน" ของอเมริกาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวกับการทำลายเกิดวิกฤติเศรษฐกิจเอเชีย หรือ "ต้มยำกุ้ง" ซึ่งจะครบรอบ 10 ปีในปีหน้านี้?
              เพราะประวัติศาสตร์เรื่องนี้เท่าที่เขียนกันมาถึงวันนี้บอกว่า นายโซรอส คนนี้แหละที่เป็นคนโจมตีเงินสกุลเอเชียรวมทั้งเงินบาทจนทำให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายไปทั่วและมหาธีร์

              คนนี้แหละที่เป็นคนออกมาตะโกนดังที่สุดในช่วงนั้น ถึงกับเรียกนายโซรอส คนนี้ว่าเป็น "ไอ้งี่เง่า" (moron) อย่างเปิดเผย ประกาศเป็นศัตรูคู่อาฆาตชนิดไม่เผาผีกันเป็นอันขาดเพราะอดีตผู้นำมาเลเซียคนนี้แหละที่บอกว่านายโซรอส เป็นคนยิว ที่สร้างความร่ำรวยให้กับตัวเองด้วยการทำบาป...นั่นคือทำกำไรมหาศาลด้วยการเก็งกำไรเงินตราของประเทศอื่นโดยเฉพาะประเทศด้อยพัฒนาที่ไม่มีอำนาจต่อรองกับมหาอำนาจทั้งหลาย
             ตอนนี้มหาธีร์ กล่าวหาด้วยซ้ำว่า โซรอส เป็นส่วนหนึ่งของ "แผนสมรู้ร่วมคิด" ของยิวในการทำลายล้างเศรษฐกิจของประเทศมุสลิมอย่างมาเลเซีย
             ตอนนั้นโซรอส ก็มิได้ตั้งรับเฉยๆ ศอกกลับอย่างดุเดือดว่ามหาธีร์เองนั่นแหละเป็น "ตัวอันตราย" สำหรับประเทศมาเลเซียของเขาเองเพราะดำเนินนโยบายที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของประเทศมีหรือที่ท่านผู้เฒ่ามหาธีร์ จะยอมให้โซรอส ใช้คำดุดันเช่นนั้นมาเล่นงานตัวเอง เขาโต้กลับทันควันว่า ถ้าตัวเขาเองเป็น "ตัวอันตราย" (menace) สำหรับประเทศมาเลเซีย นายโซรอส ก็เป็น "ตัวอันตราย" สำหรับเศรษฐกิจโลก
            จากนั้นเป็นต้นมาทั้งสองคนก็จะโยนระเบิดทางวาทะกันไปมาทุกครั้งที่มีโอกาสโดยเฉพาะในเวทีระหว่างประเทศที่ถกแถลงกันเรื่องเศรษฐกิจ
          โซรอส ดังเพราะความร่ำรวยและความคึกคักของเขาในกิจกรรมทั้งการเงินและการให้เงินช่วยเหลือองค์กรพัฒนาระหว่างประเทศ หรือ "เอ็นจีโอ" ที่เกี่ยวกับการส่งเสริมประชาธิปไตยและการแสดงความเห็นอย่างเปิดกว้าง เขาตั้งมูลนิธิ Open Society เพื่อผลักดันให้ประเทศที่ยังถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพทางการเมืองให้ดิ้นรนต่อสู้ด้วยวิถีทางต่างๆ
         โซรอส เป็นมหาเศรษฐีมะกันเชื้อสายฮังกาเรียน นิตยสาร Forbes จัดอันดับให้เขาอยู่อันดับที่ 27 ในบรรดา 400 คนที่ร่ำรวยที่สุดของอเมริกา
          ที่รวยได้ขนาดนี้เพราะโซรอสทำกำไรจากกองทุนเก็งกำไรที่เรียกว่า hedge funds ทั้งหลายโดยที่ "ฟอร์บส์" ประเมินว่าเขามีทรัพย์สินทั้งหมดประมาณ 8.5 พันล้านเหรียญหรือกว่า 3 แสนล้านบาท (ขนาดปรับอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทกับดอลลาร์ให้เหลือ 36 บาทต่อ 1 เหรียญมะกันแล้ว)
 ถ้ายังจำได้ ตอนที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจนั้น มหาธีร์ตัดสินใจไม่ปรับอัตราแลกเปลี่ยนตายตัวที่กำหนดให้เงินสกุลริงกิต ของมาเลเซียเท่ากับ 3.8 ต่อ 1 เหรียญเพื่อสะกัดกั้นการถูกโจมตีจากกองทุนเก็งกำไรในโลกตะวันตกทั้งหลาย และประกาศจะไม่ขอความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ "ไอเอ็มเอฟ" อย่างที่ไทย และอินโดนีเซีย ต้องทำในเวลาเดียวกัน
           พอมีข่าวว่าโซรอส จะไปกัวลาลัมเปอร์ เพื่อร่วมงานพบปะศิษย์เก่าของ London School of Economics ที่มาเลเซีย และถือโอกาสนี้ไปโปรโมทหนังสือเล่มใหม่ของเขาที่ชื่อ "The Age of Fallibility" หรือ "ยุคแห่งความพลาดพลั้ง" ก็มีการคาดการณ์กันเป็นที่เกรียวกราวว่าสงสัย "สองเสือ" นี้จะปะทะกันครั้งใหญ่ที่บ้านของมหาธีร์เป็นแน่แท้
 ที่ไหนได้ เสือเฒ่าทั้งสองได้ตัดสินใจที่จะเข้าบรรยากาศ "สมานฉันท์" เช่นกัน จึงนัดหมายกันจับมือให้สื่อมวลชนที่นั่นได้เห็นภาพของการยิ้มแย้มแจ่มใสต่อกัน
            มหาธีร์ บอกสื่อมวลชนหลังจากปิดประตูคุยกับโซรอสยาวนานถึง 1 ชั่วโมงว่า "โซรอสบอกผมว่าเขาไม่ได้เกี่ยวกับการโจมตีค่าเงินสกุลต่างๆ จนทำให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจเอเชียเมื่อ 1997...และผมก็ยอมรับคำชี้แจงของเขา" เอ้า...จบดื้อๆ อย่างนั้นเองหรือ?
           ผมว่าอาจจะไม่ใช่เรื่องอายุขัยของทั้งสองคนกระมังที่ทำให้ตกลงกันว่าจะลืมความเป็นศัตรูในอดีตเพื่อแสดงความเป็นมิตรกันในวันนี้ เพราะจริงๆ แล้วมหาธีร์ กำลังหงอยเหงาเอามากๆ ในเวทีการเมืองในบ้านเพราะประกาศเป็นศัตรูกับนายกฯ อับดุลเลาะห์ บาดาวี ที่เคยเป็นทายาททางการเมืองของตัวเอง
          โซรอส นั้นเล่าก็ต้องการจะล้างภาพลักษณ์ทางลบของตัวเองในเอเชียที่มองว่าเขาเป็น "ผู้ร้ายในคราบนักบุญ"
           เมื่อสองเสือโคจรมาพบกันในบรรยากาศที่ต่างคนต่างก็ต้องการ "เพื่อนในยามยาก" จึงทำให้เกิดฉากแห่งความปรองดองและสมานฉันท์ที่สร้างความขบขัน และประหลาดใจในแวดวงการเมืองและการเงินการทองพอสมควร แต่นั่นไม่ได้แปลว่า "บทเรียนอันเจ็บปวด" ของวิกฤติ "ต้มยำกุ้ง" นั้นจะไม่มีตัวละครอย่างโซรอส และมหาธีร์ มาเกี่ยวข้องด้วยอย่างยิ่ง


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

จับชีพจรโลก 24 กรกฎาคม 2551

ฟังผู้นำไทยพูดเรื่องข้อพิพาทกับกัมพูชา และบทสัมภาษณ์ทูตไทยประจำ UN

View All
<< ธันวาคม 2006 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



รายการชีพจรโลก คุณสุทธิชัยสัมภาษณ์ ฑูต 3 ประเทศ ท่านคิดว่า ทูตท่านไหนพูดไทยถูกใจท่านที่สุด?
จีน
2206 คน
สหราชอาณาจักร (อังกฤษ)
178 คน
สหรัฐอเมริกา
494 คน

  โหวต 2878 คน