วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม 2549
นิทานเรื่องนี้สอนว่า...อย่าซ่าอย่ากร่าง...เพราะไม่เห็นลงได้สวยสักคน
Posted by
กาแฟดำ
,
ผู้อ่าน : 1150
, 11:38:18 น.
พิมพ์หน้านี้
|
วันพุธที่ 29 พฤศจิกายน นักข่าวนิตยสาร "ไทม์" สัมภาษณ์อดีตนายกฯ มาเลเซีย มหาธีร์ โมฮัมหมัด ด้วยคำถามที่น่าสนใจยิ่งข้อหนึ่งว่า "สมัยท่านเป็นนายกฯ ท่านมองว่าบทบาทตัวเองเป็นโฆษกอย่างไม่เป็นทางการของประเทศกำลังพัฒนา...ตอนนี้ ใครสวมบทบาทนี้แทนท่านหรือเปล่า?" มหาธีร์ตอบอย่างไม่ลังเลว่า "ทุกวันนี้ ไม่มีใครพูดแทนประเทศโลกที่สาม ถ้าไม่เป็นหนี้ธนาคารทั้งหลายก็ต้องรับเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ เรา (มาเลเซีย) มีเสรีภาพมากกว่า เพราะเราไม่เป็นหนี้ใคร และเราก็ไม่ขอความช่วยเหลือจากใครด้วย ดังนั้น เราจึงอยู่ในฐานะที่จะแสดงความเห็นของเราอย่างตรงไปตรงมาได้ หากวันไหนที่มาเลเซียไม่เล่นบทนั้น ก็จะเป็นเรื่องน่าเศร้า เพราะประเทศใหญ่ๆ ทั้งหลายก็จะเหยียบเรา...ทักษิณ (ชินวัตร) เคยบอกว่า จะทำเหมือนผม แต่เขาก็ไม่ได้ทำ และซูฮาร์โต ก็ไม่อยู่ในแวดวงการเมืองแล้ว ดังนั้น เราจึงต้องคอยให้ใครสักคนขึ้นมาทำหน้าที่นี้ ทุกวันนี้ แนวโน้มคือเรามักจะต้องการเอาตัวเองไปผูกพันกับพี่ใหญ่ทั้งหลาย เช่นประเทศกำลังพัฒนาก็ต้องการจะดีกับประธานาธิบดีบุช...หรือไม่ก็ไปชื่นชมกับนายกฯ โทนี แบลร์..." มหาธีร์ ยังจำได้ว่าทักษิณ สมัยเป็นนายกฯ ของไทย เคยพร่ำเสียงดังๆ ข้ามไปถึงข้างบ้านว่าตัวเองชื่นชมผู้นำอย่างมหาธีร์ ของมาเลเซีย และลี กวน ยิว ของสิงคโปร์...ซึ่งก็พ่วงความหมายของการเป็น "ผู้นำภูมิภาคเอเชียอาคเนย์" ไปด้วย สำหรับทักษิณ นั่นเป็นเพียงความฝันกลางฤดูร้อนที่มีแต่เสียงตะโกน แต่ไม่มีเนื้อหาและสาระ เพราะเอาเข้าจริงๆ ทักษิณก็มิได้มีความรู้ความสามารถอันใดที่จะผลักดันให้ตัวเองเป็นผู้นำระดับภูมิภาคอย่างที่มหาธีร์ พยายามจะเล่นบทมากก่อน ผู้นำอย่างมหาธีร์ อาจจะคิดว่าตัวเองเป็น "โฆษก" ของโลกที่สาม แต่จริงๆ แล้วคนอื่นจะยอมรับบทบาทนั้นของเขาหรือไม่ก็น่าสงสัยอยู่ ลีกวนยิว ก็เคยพยายามจะเล่นบท "พี่ใหญ่" ของอาเซียน เหมือนกัน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าเพียงแต่เป็นคนส่งเสียงดังฟังชัดมากกว่าผู้นำคนอื่นเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าเป็นที่ยอมรับนับถือถึงระดับเป็นคน "หัวแถว" ของเหล่าบรรดาประเทศในแถบนี้ ซูฮาร์โต ของอินโดนีเซียสมัยเรืองอำนาจนั้นมี "บารมี" ในระดับนั้นจริง เพราะจำนวนประชากรที่มาก การเป็นประเทศมุสลิมใหญ่ที่สุดของโลก และการมีความสัมพันธ์ระดับใกล้ชิดกับชาติเพื่อนบ้านอื่นๆ ประกอบกับประวัติศาสตร์อันมีสีสันหลากหลายของประเทศนั้นทำให้ผู้นำอินโดฯ ตั้งแต่ ซูการ์โน เป็นต้นมา มีความโดดเด่นอยู่ในตัว ลีกวนยิว พยายามจะเป็น "พี่เบิ้ม" ของอาเซียนอย่างไรก็หนีไม่พ้นความจริงที่ว่าเขาเป็นผู้นำของเกาะเล็กๆ ที่มีประชากรเพียงแค่ 4 ล้านคน ยังไงๆ ก็ไม่อาจจะทำอะไรเกินตัวได้ มหาธีร์ นั้น โดยบุคลิกภาพและบารมีของการเป็นประเทศมุสลิมที่มีสายสัมพันธ์เชื่อมโยงใกล้ชิดไปถึงตะวันออกกลาง และแอฟริกา สามารถเล่นเกม "บารมี" ได้ในระดับหนึ่ง แต่เพราะสไตล์โฉ่งฉ่างที่บางครั้งถูกมองว่าส่งเสียงดังเกินความจำเป็นก็ทำให้ไม่ถึงดวงดาวเช่นกัน มหาธีร์ เอ่ยถึงชื่อทักษิณ ว่า เคยประกาศตัวจะเป็น "โฆษก" ของอาเซียนนั้น เห็นจะพูดด้วยน้ำเสียงหยันเล็กๆ มากกว่าด้วยความรู้สึกประทับใจ เพราะทักษิณมีแต่ "ฟอร์ม" แต่ไม่ได้มี "เนื้อหา" อะไรที่จะทำให้ใครประทับใจอย่างจริงจังได้ และนี่ก็เป็นบทเรียนสำหรับผู้นำไทยทุกคนว่าไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องแสดงตนเป็น "ผู้กว้างขวาง" หรือ "พี่เบิ้ม" ของภูมิภาคเลย บทของไทยที่ได้ผลและเหมาะสมที่สุดคือ เป็นผู้ประสานเพื่อนพ้องน้องพี่ในภูมิภาคนี้ เดินหน้าไปพร้อมๆ กันในฐานะประเทศที่มีศักดิ์ศรีและบทบาทเท่าๆ กัน...ด้วยความถ่อมตน จริงใจและเสมอต้นเสมอปลาย...ไม่ล้ำหน้าใคร ไม่เดินตามหลังอย่างไร้จุดยืนและมีความริเริ่มในเรื่องที่เรามีความชำนาญและใส่ใจเป็นพิเศษ เท่านี้แหละ เราก็จะสามารถดำรงตนให้อยู่ในเวทีสากลอย่างมีเกียรติ มีประโยชน์และสอดคล้องกับผลประโยชน์ของประเทศ คนซ่าและกร่างมีมากในเวทีนี้ และไม่เห็นใครรอดอย่างปลอดภัยแม้แต่คนเดียว...
|